ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

รู้จัก “ไรขนตา” สิ่งมีชีวิตบนใบหน้าที่อาจเป็นต้นเหตุให้ตาติดเชื้อ


ไรขนตา

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีข่าวที่ชวนตกใจจากแดนมังกร ว่าสาวจีนรายหนึ่งต้องไปหาหมอเพราะมีอาการตาอักเสบ เนื่องจากติดเชื้อแบคทีเรียจากการมี “ไรขนตา” สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำเอาคนรักสุขภาพอย่างเราตกใจ แล้วเจ้าไรขนตาคืออะไร ลองมาฟังคำตอบจาก ผศ.พญ.จันทนา สกุลแรมรุ่ง จักษุแพทย์ประจำคลินิกโรคตา โรงพยาบาล พญาไท 3 อธิบายถึงสิ่งมีชีวิตชนิดนี้กัน

“ไรขนตา” สิ่งมีชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่บนใบหน้าของเรา

คุณหมอจันทนา อธิบายว่า มีการค้นพบไรขนตามากว่า 150 ปีแล้ว ถือเป็นเห็บชนิดหนึ่ง มี 65 สายพันธุ์ แต่ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์มี 2 สายพันธุ์คือ Demodex folliculorum และ Demodex brevis ทั้งคู่ถูกเรียกรวมกันว่า “ไรขนตา” (Eyelash Mites) ทั้งนี้ ไรขนตาเป็นสิ่งมีชีวิตคนละ order กับไรฝุ่น โดยไรขนตาชนิดหนึ่งจะอยู่ที่รากผม, รูขุมขน อีกชนิดอยู่ที่ต่อมไขมันซึ่งอยู่ติดกับรูขุมขน บริเวณที่พบมาก ได้แก่ ใบหน้า เส้นผม หน้าผาก จมูก รวมถึงอวัยวะที่มีความมันอย่างผู้ชายที่มีขนหน้าอก

ขณะเดียวกัน บริเวณเปลือกตาเรามีทั้งขนตาและต่อมน้ำมันที่สร้างน้ำมันตรงแกนขนตา ตัวที่อยู่โคนขนตาจะกินเซลล์ขน ส่วนตัวที่อยู่ตรงต่อมน้ำมันก็จะกินน้ำมันเป็นอาหาร เราทุกคนจะมีไรขนตานี้เหมือนกันโดยที่มันไม่สร้างปัญหาให้กับเรา ไม่ได้ทำให้เกิดโรคโดยตรง เมื่อเราอาบน้ำสระผม ไรขนตาบางส่วนจะร่วงหล่นและตายใน 2-3 ชั่วโมง ยกเว้นตัวที่เกาะที่ผ้าขนหนูหรือเข้าไปในครีมที่เป็นน้ำมัน ก็จะมีชีวิตอยู่ได้นานอีกหน่อย

อยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ก็สร้างอันตรายได้เหมือนกัน

คุณหมอจันทนา บอกว่าในความเห็นของจักษุแพทย์หรือแพทย์ผิวหนัง เราเชื่อว่าในภาวะปกติไรขนตาไม่ได้สร้างปัญหา แต่ถ้าเป็นช่วงวัยรุ่นที่เริ่มเป็นสิว ฮอร์โมนเพศทำให้ต่อมน้ำมันขยายตัว ไรขนตาอาจเพิ่มจำนวนขึ้นเพราะว่าอาหารอุดมสมบูรณ์ อาจเกิดการปนเปื้อนของแบคทีเรีย จนเป็นต้นเหตุให้เกิดสิวอักเสบ หากรักษาจนสิวหาย ไรขนตาก็ลดลงได้

นอกจากนี้ เมื่อคนไข้บางกลุ่มมีระดับภูมิต้านทานแย่ลงหรือผู้สูงอายุที่ต่อมน้ำมันค่อนข้างอุดตันทำให้น้ำมันคั่งค้าง ไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ เชื้อดีโมเด็กจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ชนิดที่อยู่โคนขนตาจะสร้างเซลล์ เป็นปลอกสีขาวๆ เหมือนมีขี้รังแคที่ขนตา ทำให้เปลือกตาอักเสบ บวม แดง บางครั้งมีเชื้อแบคทีเรียก็ทำให้ตาติดเชื้อ ตาแดง มีน้ำตา ซึ่งการรักษาคือระงับการสร้างน้ำมัน

ใครบ้างเสี่ยงติดเชื้อจาก “ไรขนตา”

  • คนที่ระดับภูมิต้านทานต่ำลง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยคือความเครียด
  • ผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ชายที่อายุ 70-80 ปี เพราะต่อมน้ำมันจะสร้างน้ำมันมากขึ้น และภูมิต้านทานที่ลดลง
  • คนที่เจ็บป่วยเรื้อรัง ไม่ค่อยแข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน
  • คนที่ผิวมัน มีการสร้างน้ำมันเยอะโดยธรรมชาติ
  • คนที่เริ่มเป็นสิวก็อาจมีการติดเชื้อที่ผิวหนัง
  • คนที่มีโรคติดเชื้อเรื้อรัง เช่นเอดส์ ก็ทำให้ติดเชื้อได้

เลี่ยงการติดเชื้อได้ง่ายๆ แค่ทำสิ่งเหล่านี้

วิธีการดูแลสุขภาพตาโดยทั่วไปนั้น คุณหมอจันทนา แนะว่าก่อนใช้มือสัมผัสดวงตา ต้องล้างให้สะอาดทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่นๆ อีก ได้แก่

  • ซักปลอกหมอนหรือผ้าปูที่นอนให้บ่อยครั้งขึ้น 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง หากเก่าแล้วควรทิ้ง
  • งดใช้เครื่องสำอางร่วมกับคนอื่น เพราะอาจเกิดการข้ามเชื้อได้ หากมีอาการตาอักเสบและรักษาหายดีแล้ว ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
  • หากเป็นสิวอักเสบที่หน้าอก ป้องกันโดยการอาบน้ำทุกวันเพื่อชำระล้างคราบไขมันที่ติดร่างกาย
  • หลังออกกำลังกายควรอาบน้ำเสมอ
  • เมื่ออาบน้ำต้องขัดขี้ไคลออกบ้าง เพื่อลดจำนวนเชื้อ
  • โลชั่นหรือครีมกันแดดควรเป็นแบบปราศจากน้ำมัน เพื่อป้องกันการเลี้ยงเชื้อ

หากติดเชื้อแล้ว จะรักษาอย่างไร

คุณหมอจันทนา อธิบายว่า การรักษานั้นค่อนข้างใช้เวลานานคือตามวงจรชีวิต 2-3 สัปดาห์ของไรขนตา ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อกำจัดตัวไรที่โคนขนตา ในอดีตใช้เบบี้แชมพู สระๆ ถูที่โคนขนตาทุกวันจนกว่าจะสะอาดซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สระขนตาโดยเฉพาะ นอกจากนั้นจะมียารับประทานเพื่อลดการสร้างน้ำมันของเปลือกตา บางคนมีอาการตาอักเสบร่วมด้วย หมอก็จะให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าบริเวณที่เป็นคือศีรษะก็จะใช้แชมพูเพื่อลดการสร้างน้ำมัน

คุณหมอทิ้งท้ายว่า ไม่จำเป็นต้องให้ยาฆ่าไรขนตา เพราะไม่มีทางที่พวกมันจะตายหมด เพราะถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่กับเราแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เพียงแต่เราต้องรักษาร่างกายให้แข็งแรง ไม่จำเป็นต้องกังวลหรือตื่นตัวของการมีเชื้อนี้จนเกินไป ในทางการแพทย์ก็ไม่กลัว การรักษาจึงไม่ใช่การฆ่าไรขนตาแต่เป็นการรักษาอาการอักเสบ รักษาความสะอาดให้ไรขนตาลดลง


ผศ.พญ.จันทนา สกุลแรมรุ่ง

จักษุแพทย์ประจำคลินิกโรคตา

โรงพยาบาล พญาไท 3

โทร. 02-467-1111 ต่อ 1839-40

Rate this article : รู้จัก “ไรขนตา” สิ่งมีชีวิตบนใบหน้าที่อาจเป็นต้นเหตุให้ตาติดเชื้อ

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง