เพราะฟันคืออวัยสำคัญที่ต้องทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร เราจะยิ้มได้อย่างมั่นใจเมื่อมีสุขภาพฟันที่แข็งแรงสมบูรณ์ แต่เมื่อไหร่ที่เราสูญเสียฟันไปนอกจากจะส่งผลเสียต่อช่องปากแล้วยังทำให้ขาดความมั่นใจ กลายเป็นไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าพูด ซึ่งการทำ “รากฟันเทียม” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้กลับมามีฟันที่สวยงาม ยิ้มได้อย่างมั่นใจได้อีกครั้ง…
รากฟันเทียมคืออะไร
รากฟันเทียม (Implant) คือวัสดุโลหะไทเทเนียมที่ฝังลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนส่วนที่เป็นรากฟันของธรรมชาติที่สูญเสียไป ซึ่งรากฟันเทียมโดยทั่วไปผลิตจากโลหะผสมไททาเนียม(ชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์) ผลการวิจัยอย่างยาวนานรองรับว่าไม่มีอันตราย และเข้ากันได้ดีต่อเนื้อเยื่อมนุษย์ ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงคงทน รับแรงบดเคี้ยวและคงรูปได้ดี ซึ่งได้รับความเชื่อถือทางการแพทย์ว่ามีความปลอดภัยสูงสุด
รากฟันเทียมเหมาะกับใครบ้าง?
- รากฟันเทียมสามารถทำได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 21 ปี ขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะรับการผ่าตัดในช่องปากได้อย่างปลอดภัย ในกรณีวัยรุ่นมีการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรจึงจำเป็นต้องรอให้ขากรรไกรหยุดการเจริญเติบโตก่อนจึงจะสามารถใส่รากฟันเทียมได้
- ผู้ที่มีการสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่ง หรือหลายซี่
- ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมถอดได้หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้
- ผู้ที่มีปัญหาหรือจุดบกพร่องทางสุขภาพปาก อันเนื่องเกิดจากโรคการทำศัลยกรรม หรือได้รับบาดเจ็บทางปากและฟัน
ข้อดีของรากฟันเทียม?
- มีความสวยงาม ยิ้มด้วยความมั่นใจ ทำให้มีบุคลิกภาพที่ดี พูดจาชัดถ้อยชัคคำเป็นธรรมชาติ และใช้ได้ผลใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ
- ใช้แทนการทำสะพานฟัน ทำให้ไม่ต้องสูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติข้างเคียงเพื่อยึดติดฟันปลอม
- เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น
- ช่วยคงสภาพของกระดูกขากรรไกรบูรณะโครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
- ใช้ได้ดี สะดวกและปลอดภัยกว่าฟันปลอมถอดได้ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
การใส่ฟันบนรากฟันเทียม มี 3 แบบ คือ
- รากฟันเทียมรองรับครอบฟัน Implant supported crown
- รากฟันเทียมรองรับสะพานฟัน Implant supported bridge
- รากฟันเทียมรองรับฟันปลอมทั้งปาก Implant supported denture
ขั้นตอนการรักษาด้วยรากฟันเทียม
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบสภาพช่องปากและพิมพ์ปาก
- ถ่ายภาพรังสี เพื่อวางแผนการรักษา
- ฝังรากฟันเทียมและรอประมาณ 3-4เดือน เพื่อให้กระดูกยึดติดกับรากฟันเทียม
- ทำครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมแบบถอดได้
การดูแลรักษาหลังทำรากฟันเทียม
หลังการปลูกรากฟันเทียมสามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันได้เหมือนการดูแลปกติทั่วไปด้วยการแปรงฟันรวมกับการใช้ไหมขัดฟัน และควรเข้ารับการตรวจสภาพช่องปากกับทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน หรือตามที่ทันตแพทย์แนะนำ การรักษาด้วยการฝังรากเทียมนี้หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเข้ารับการตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ ฟันทดแทนก็สามารถมีอายุการใช้งานเสมือนหนึ่งฟันแท้อื่นๆ เช่นกัน
ด้วยทันตกรรมรากเทียมคุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ทพ.ทรงวุฒิ ธนาคุณ
แพทย์ศูนย์ทันตกรรม
โรงพยาบาลพญาไท 3
