ฟันแข็งแรง สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย รากฟันเทียม

Image

แชร์


เพราะฟันคืออวัยสำคัญที่ต้องทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร เราจะยิ้มได้อย่างมั่นใจเมื่อมีสุขภาพฟันที่แข็งแรงสมบูรณ์ แต่เมื่อไหร่ที่เราสูญเสียฟันไปนอกจากจะส่งผลเสียต่อช่องปากแล้วยังทำให้ขาดความมั่นใจ กลายเป็นไม่กล้ายิ้ม ไม่กล้าพูด ซึ่งการทำ “รากฟันเทียม” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้กลับมามีฟันที่สวยงาม ยิ้มได้อย่างมั่นใจได้อีกครั้ง…

รากฟันเทียมคืออะไร

รากฟันเทียม (Implant) คือวัสดุโลหะไทเทเนียมที่ฝังลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนส่วนที่เป็นรากฟันของธรรมชาติที่สูญเสียไป ซึ่งรากฟันเทียมโดยทั่วไปผลิตจากโลหะผสมไททาเนียม(ชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์) ผลการวิจัยอย่างยาวนานรองรับว่าไม่มีอันตราย และเข้ากันได้ดีต่อเนื้อเยื่อมนุษย์ ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงคงทน รับแรงบดเคี้ยวและคงรูปได้ดี ซึ่งได้รับความเชื่อถือทางการแพทย์ว่ามีความปลอดภัยสูงสุด

รากฟันเทียมเหมาะกับใครบ้าง?

  1. รากฟันเทียมสามารถทำได้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 21 ปี ขึ้นไปที่มีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะรับการผ่าตัดในช่องปากได้อย่างปลอดภัย ในกรณีวัยรุ่นมีการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรจึงจำเป็นต้องรอให้ขากรรไกรหยุดการเจริญเติบโตก่อนจึงจะสามารถใส่รากฟันเทียมได้
  2. ผู้ที่มีการสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่ง หรือหลายซี่
  3. ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมถอดได้หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้
  4. ผู้ที่มีปัญหาหรือจุดบกพร่องทางสุขภาพปาก อันเนื่องเกิดจากโรคการทำศัลยกรรม หรือได้รับบาดเจ็บทางปากและฟัน

ข้อดีของรากฟันเทียม?

  1. มีความสวยงาม ยิ้มด้วยความมั่นใจ ทำให้มีบุคลิกภาพที่ดี พูดจาชัดถ้อยชัคคำเป็นธรรมชาติ และใช้ได้ผลใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ
  2. ใช้แทนการทำสะพานฟัน ทำให้ไม่ต้องสูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติข้างเคียงเพื่อยึดติดฟันปลอม
  3. เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารรับประทานอาหารได้ทุกชนิด ทำให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น
  4. ช่วยคงสภาพของกระดูกขากรรไกรบูรณะโครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
  5. ใช้ได้ดี สะดวกและปลอดภัยกว่าฟันปลอมถอดได้ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น

การใส่ฟันบนรากฟันเทียม มี 3 แบบ คือ

  1. รากฟันเทียมรองรับครอบฟัน Implant supported crown
  2. รากฟันเทียมรองรับสะพานฟัน Implant supported bridge
  3. รากฟันเทียมรองรับฟันปลอมทั้งปาก Implant supported denture

ขั้นตอนการรักษาด้วยรากฟันเทียม

  1. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบสภาพช่องปากและพิมพ์ปาก
  2. ถ่ายภาพรังสี เพื่อวางแผนการรักษา
  3. ฝังรากฟันเทียมและรอประมาณ 3-4เดือน เพื่อให้กระดูกยึดติดกับรากฟันเทียม
  4. ทำครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมแบบถอดได้

การดูแลรักษาหลังทำรากฟันเทียม

หลังการปลูกรากฟันเทียมสามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันได้เหมือนการดูแลปกติทั่วไปด้วยการแปรงฟันรวมกับการใช้ไหมขัดฟัน และควรเข้ารับการตรวจสภาพช่องปากกับทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน หรือตามที่ทันตแพทย์แนะนำ การรักษาด้วยการฝังรากเทียมนี้หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและเข้ารับการตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ ฟันทดแทนก็สามารถมีอายุการใช้งานเสมือนหนึ่งฟันแท้อื่นๆ เช่นกัน

 

ด้วยทันตกรรมรากเทียมคุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ทพ.ทรงวุฒิ ธนาคุณ
แพทย์ศูนย์ทันตกรรม
โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...