ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

หัวใจ “ผิดปกติ” หรือไม่ รู้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้!


หัวใจ “ผิดปกติ” หรือไม่ รู้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้!


“หัวใจ” ถือเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายคนเรา ที่แม้จะมีเพียงแค่หนึ่งเดียว และมีขนาดประมาณกำปั้นของเจ้าของเท่านั้น แต่ทว่าการทำงานภายในนั้นกลับมีความซับซ้อน จึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยในการตรวจสอบจึงจะทราบได้ว่า “มีความผิดปกติตรงจุดใดกันแน่” จะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง ตรงจุด และได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด และเนื่องจากความผิดปกติของหัวใจนั้นมีความหลากหลาย จึงทำให้การตรวจวินิจฉัยนั้นมีหลายรูปแบบตามไปด้วย แต่โดยเบื้องต้น แนวทางในการตรวจหัวใจพื้นฐานหลักๆ อันจะนำไปสู่การวินิจโรคเฉพาะทางหัวใจนั้น ก็จะนิยมทำด้วยวิธีการเหล่านี้

  1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  2. ทางการแพทย์เรียกกันแบบย่อว่า “EKG หรือ ECG” (Elektrokardiogram / Electrocardiogram) หมายถึง การทดสอบสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจในแต่ละจังหวะการเต้น ถือเป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่ทำง่ายที่สุด และสามารถบอกข้อมูลได้ว่า การเต้นของหัวใจเราผิดปกติหรือไม่? แกนไฟฟ้าหัวใจมีอาการโตกว่าปกติหรือไม่? ตลอดจนบอกได้ด้วยว่าหัวใจของเรามีลักษณะของการขาดเลือดหรือไม่? ฯลฯ

  3. การตรวจ CT Calcium Score
  4. เป็นการตรวจหา “หินปูน” ซึ่งอาจเกาะอยู่ตามบริเวณต่างๆ ของหัวใจคนเรา ไม่ว่าจะเป็น ผนังหลอดเลือดหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ หรือว่าลิ้นหัวใจ โดยหินปูนดังกล่าวนี้ คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งในการตรวจ CT Calcium Score นั้น จะทำได้โดยการใช้เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ตรวจไปยังบริเวณหลอดเลือดหัวใจของคนไข้ โดยผลตรวจจะออกมาเป็นค่าตัวเลข ตั้งแต่ 0 และสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งยิ่งผลตรวจออกมามีค่าตัวเลขมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดมากเท่านั้น เนื่องจากหลอดเลือดมีการเสื่อมมากนั่นเอง

  5. การอัลตร้าซาวด์หัวใจ
  6. ทางการแพทย์เรียกกันแบบย่อว่า “การทำเอคโค” ซึ่งย่อมาจากคำว่า Echocardiogram เป็นการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างของหัวใจว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยสามารถใช้ตรวจสอบได้ตั้งแต่ความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ ตลอดจนสามารถใช้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำบริเวณรอบๆ หัวใจได้อีกด้วย

  7. การเดินสายพาน
  8. ทางการแพทย์เรียกกันแบบย่อว่า “การทำ EST” หรือ Exercise Stress Test เป็นการตรวจสมรรถภาพหัวใจ ในกรณีที่คนไข้ยังไม่ได้แสดงอาการชัดเจนมากนัก แต่แพทย์สงสัยว่าอาจมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือมีการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ ที่สัมพันธ์กับการออกกำลัง ซึ่งแพทย์ก็จะทำการตรวจโดยให้คนไข้ออกกำลังด้วยการเดินสายพาน หรือปั่นจักรยาน เพื่อดูการทำงานของหัวใจ และหาข้อบ่งชี้ถึงอาการผิดปกติ เพื่อวินิจฉัยและทำการวางแผนการรักษาให้ถูกต้องเหมาะสม

ในการตรวจคัดกรองความผิดปกติทางหัวใจนั้น แพทย์จะเริ่มต้นจากการซักประวัติ สอบถามอาการ และตรวจร่างกายพื้นฐาน ก่อนจะเลือกใช้วิธีการตรวจทางหัวใจพื้นฐาน 4 รูปแบบข้างต้น เพื่อวินิจฉัยหาความผิดปกติของหัวใจ หลังจากนั้นก็จะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และเข้าสู่การตรวจละเอียดเชิงลึกไปตามสาเหตุของความผิดปกติที่ตรวจพบ เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากโรคทางหัวใจนั้นมีความหลากหลาย และทุกความผิดปกติล้วนมีความรุนแรง เป็นอันตรายถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ และการหมั่นสังเกตอาการความผิดปกติตัวเองอยู่เสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันเราจากภัยร้ายของความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับหัวใจได้ดีที่สุด

พึงตระหนักไว้! อาการสำคัญที่เป็นสัญญาณของโรคหัวใจ ได้แก่
หายใจหอบเหนื่อยง่าย แน่น เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน
มีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่ พบแพทย์ให้ไว เพื่อความปลอดภัยของชีวิต




นพ.จีระศักดิ์ สิริธัญญานนท์
อายุรแพทย์ด้านโรคหัวใจ
ศูนย์หัวใจ รพ.พญาไท 3
นัดหมายแพทย์

Rate this article : หัวใจ “ผิดปกติ” หรือไม่ รู้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้!

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง