ทำไม? คนที่ออกกำลังกาย (เกือบ) ทุกวัน...ยังจำเป็นต้องตรวจสุขภาพ

Image

แชร์


ทำไม? คนที่ออกกำลังกาย (เกือบ) ทุกวัน...ยังจำเป็นต้องตรวจสุขภาพ

หลายคนชอบเข้าใจว่าถ้าไม่ใช่คนที่ป่วยบ่อย มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ หรือไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องตรวจสุขภาพ แต่จริงๆ แล้ว คนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่เคยเจ็บป่วย หรือชอบออกกำลังกายเป็นประจำ การตรวจสุขภาพยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ออกกำลังกายหนักๆ หรือแม้แต่กลุ่มนักกีฬาเองด้วยซ้ำ

เพราะการออกกำลังกายหนัก…ทำกล้ามเนื้อหัวใจหนา เสี่ยง “หัวใจวายเฉียบพลัน”
อย่าเพิ่งงง ว่าโรคหัวใจจะมาเกี่ยวอะไรกับการออกกำลังกาย รู้หรือไม่ว่าในขณะที่เราออกกำลังกาย หัวใจจะมีการสูบฉีดเลือดมากขึ้นกว่าปกติ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิด “กล้ามเนื้อหัวใจหนา”  ขึ้นบริเวณห้องล่างซ้ายและล่างขวา ซึ่งเป็นกลไกการปรับตัวของกล้ามเนื้อหัวใจเมื่อต้องทำงานหนัก

ยิ่งไปกว่านั้นการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งที่เน้นเพาะกล้ามเพียงอย่างเดียว ยังสามารถเพิ่มโอกาสให้กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาขึ้นได้มากกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่น หรือในขณะที่การปั่นจักรยานมาราธอนหนักๆ ก็อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขยายออกและหนาขึ้นได้ในคราวเดียวกัน ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการทำงานของหัวใจ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิด “หัวใจวายเฉียบพลัน”  ได้ ซึ่งการตรวจหัวใจ EKG และ Echo จะช่วยให้รู้ทันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนานี้ได้

เพราะการออกกำลังกายหนัก…ส่งผลต่อ(ค่า)ตับ เลยต้องหมั่นเช็กร่างกาย!
สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือระดับค่า SGOT หรือ AST ที่ได้จากการตรวจตับนั้นอาจมีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่หนักเกินไป หรือต้องใช้แรงมาก อย่างการเวทเทรนนิ่งเพื่อเล่นกล้าม ที่ทำให้เกิดการตายของเซลล์กล้ามเนื้อ…ซึ่งอาจจะดูเหมือนว่าเป็นกลไกที่ปกติ! แต่หากมีการออกกำลังกายหนักๆ ซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เซลล์กล้ามเนื้อเก่าตายเร็ว การสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนก็เกิดขึ้นเร็ว จนทำให้ระดับค่า SGOT หรือ AST ที่เป็นเอนไซม์สร้างขึ้นจากความเสียหายของตับ, เม็ดเลือดแดง, หัวใจ, กล้ามเนื้อ, ตับอ่อน หรือไต พุ่งสูงขึ้นด้วย

แต่…ค่าที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ ก็อาจไม่ได้มาจากความเสียหายของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเป็นการบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะอื่นๆ รวมถึงตับเองได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ออกกำลังกายหนัก แล้วผลตรวจค่า SGOT หรือ AST สูง อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเป็นแค่ผลจากการออกกำลังกาย แต่ควรงดออกกำลังกายแล้วกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดว่าค่า SGOT หรือ AST ที่สูงขึ้นนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ เพื่อจะได้เข้าสู่ขั้นตอนการรักษาที่ตรงจุดก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย

เพราะการออกกำลังกายหนัก เพิ่มความเสี่ยง “ไตวาย” ได้
การออกกำลังกายหนักส่งผลต่อหัวใจ…อันนี้อาจเคยได้ยินกันบ่อยๆ แต่การออกกำลังกายหนักเกินไป แล้วส่งผลต่อ “ไต” นี่สิ! อาจทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าเกี่ยวข้องกันได้ยังไง? ซึ่งการออกกำลังกายที่ออกแรงมาก หรือการออกกำลังกายหนักต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ เช่น การวิ่งมาราธอน อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิด “ภาวะกล้ามเนื้อสลาย” หรือ Rhabdomyolysis ซึ่งเป็นภาวะที่กล้ามเนื้อส่วนที่เสียหายสลายตัวแล้วทำการปล่อยสารที่อยู่ภายในเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด หากไม่รุนแรง…แค่พักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ ก็ดีขึ้น แต่หากอาการรุนแรงอาจส่งผลทำให้ไตวายได้เลยทีเดียว

เพราะออกกำลังกายหนัก…ไม่วอร์มอัพ เวิร์คเอ้าท์ผิดวิธี นำไปสู่ “โรคข้อเสื่อม”
หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย แต่อาจลืมไปว่า “การไม่วอร์มอัพ” อาจทำให้การออกกำลังกายส่งผลเสียต่อสุขภาพที่มากกว่า ซึ่งหนึ่งในผลข้างเคียงจากการออกกำลังกายโดยขาดการวอร์มอัพนั้น คือกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น ถูกทำร้าย” โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหนักๆ ก่อให้เกิดแรงกด เกิดการเสียดสีกันระหว่างข้อต่างๆ ซึ่งการบาดเจ็บซ้ำๆ เรื้อรังนานๆ โดยที่ไม่ได้รับการดูแลรักษา จะนำไปสู่การสึกและเสื่อมของข้อต่างๆ เช่น ข้อเข่า หรือข้อไหล่ ได้

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้กำหนดให้การออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ สัปดาห์ละ 150 ชั่วโมง หรือครั้งละ 30 นาที จำนวน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งสำหรับใครที่ออกกำลังกายหนักมากเกินไปก็ควรปรับลดให้พอเหมาะ อย่าปล่อยให้การออกกำลังกายที่ควรเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี…กลายเป็นการทำร้ายสุขภาพให้พังลงแทน

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Phyathai Call Center 1772

แชร์


หากสนใจต้องการปรึกษาแพทย์

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ