ฝุ่น PM2.5 มีผลกระทบต่อดวงตาคุณอย่างไรบ้าง

Image

แชร์


ในภาวะวิกฤติของสภาพอากาศที่เราต้องเผชิญกันทุกวันนี้ ทำให้เราต้องสัมผัสกับมลพิษที่เจือปนอยู่ในอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มลพิษทางอากาศ มีสารประกอบสำคัญที่ปะปนอยู่ เช่น Carbon monoxide, Nitrogen dioxide, Ozone, Sulphur dioxide รวมทั้งฝุ่น PM10 และPM2.5 ซึ่งอาจมีสารพิษซุกซ่อนอยู่ในฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กนี้ ไม่ว่าจะเป็น ปรอท แคดเมียมหรือสารตะกั่ว

 

เมื่อเราต้องอยู่กับอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นมลพิษเหล่านี้ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดแล้ว ยังมีผลกระทบกับดวงตาของเราด้วยไม่น้อย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุตา กระจกตาที่ต้องสัมผัสกับฝุ่นละอองโดยตรง ซึ่งตามปกติแล้ว ผิวตาของเราจะมีเพียงชั้นน้ำตาบางๆ ป้องกันอยู่เท่านั้น หากต้องอยู่ในสภาพอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นหนาแน่น โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กPM2.5 จะทำให้มีอาการผิดปกติโดยทันที คือ เกิดการระคายเคือง ไม่สบายตา อาจทำให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง มีภาวะตาแห้งมากขึ้น ต่อมไขมันที่เปลือกตาอุดตันหรือติดเชื้อ รวมถึงก่อให้เกิดความผิดปกติของเส้นเลือดในจอประสาทตาได้

มลพิษทางอากาศจะมีผลกระทบกับโรคทางตาอย่างไร

  1. เยื่อบุตา เป็นบริเวณที่สัมผัสกับปัจจัยภายนอกโดยตรง เมื่อมีความผิดปกติจะมีอาการคันตา น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ เยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งหากต้องเผชิญกับมลพิษเป็นเวลานาน จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ มีรูปร่างผิดปกติไป กระตุ้นการหลั่งสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เกิดภาวะภูมิแพ้ที่ตา ตาแห้งเรื้อรัง และมีการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย
  2. โรคตาแห้ง ระดับของฝุ่นมลพิษและความชื้นในอากาศ มีความสัมพันธ์กับอาการตาแห้ง ทำให้ชั้นน้ำตาระเหยเร็วกว่าปกติ ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือมีภาวะตาแห้งอยู่เดิม จะมีความไวต่อผลกระทบจากฝุ่นมากขึ้น
  3. ต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติ (Meibomian gland dysfunction) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะตาแห้ง มีงานวิจัยพบว่าคุณภาพอากาศที่แย่มีผลทำให้ต่อมไขมันอักเสบเพิ่มขึ้น มีการอุดตันของต่อมไขมันตามเปลือกตา
  4. เปลือกตาอักเสบ สาเหตุจากฝุ่นขนาดเล็ก และควันทำให้เกิดการระคายเคือง ร่วมกับมีการติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดเป็นตากุ้งยิงได้
  5. ผลกระทบต่อกระจกตา ฝุ่นPM2.5 ทำให้เซลล์ชั้นนอกของกระจกตาเปลี่ยนแปลงและทำงานลดลง มีผลต่อระดับการมองเห็น
  6. จอประสาทตา มีงานวิจัยพบว่าการสัมผัสกับฝุ่นขนาดเล็กทั้งPM2.5, PM10 และฝุ่นคาร์บอน แม้เพียงระยะสั้น ทำให้เส้นเลือดในจอประสาทตาตีบลง ส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ จอประสาทตาขาดออกซิเจน นำไปสู่การมองเห็นที่ผิดปกติได้

นอกจากนี้ยังพบว่า มลพิษทางอากาศ อาจสัมพันธ์กับการเกิดต้อกระจก และต้อหินอีกด้วย

 

สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น เมื่อเราต้องอยู่กับคุณภาพอากาศที่เลวร้าย จึงควรตระหนักถึงความสัมพันธ์กับโรคทางตาด้วย

คำแนะนำในการป้องกัน และดูแลดวงตา

  • หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • ควรสวมใส่แว่นตา กันลมกันฝุ่นเมื่อต้องออกภายนอกอาคาร
  • หยอดน้ำตาเทียมให้สม่ำเสมอเพื่อหล่อลื่นผิวตา และเจือจางสิ่งกระตุ้นจากมลพิษทางอากาศ
  • เมื่อมีอาการระคายเคือง ไม่ควรขยี้ตา เนื่องจากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน
  • หากมีอาการคันตา ตาบวม สามารถประคบเย็น ช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้
  • ทำความสะอาดใบหน้าและรอบดวงตาด้วยน้ำสะอาด อาจฟอกขนตาด้วยน้ำอุ่น หรือแชมพูเด็กอ่อน
  • ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือมีโรคทางตาอยู่เดิม เช่น มีภาวะตาแห้ง ภูมิแพ้ที่ตา เป็นต้อลม ต้อเนื้อ อาจมีความไวต่อฝุ่นมากขึ้น และเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเข้ารับการตรวจตาอย่างละเอียด

 

พญ.กิตติกมล วงศ์ไพศาลสิน
จักษุแพทย์ เฉพาะทางด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตา
คลินิกตา โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...