เลี้ยงลูกวัยกำลัง “จำ”...ทำยังไงให้ฉลาด

Image

แชร์


ต้นไม้จะแข็งแรง … ยังต้องได้รับการเลี้ยงดูตั้งแต่เป็นต้นกล้า  หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กฉลาด…การเลี้ยงดูเขาให้ถูกต้องตามหลักพัฒนาการแต่ละช่วงวัยพร้อมเสริมด้วยเทคนิคเหล่านี้…จึงเป็นข้อปฏิบัติที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม!

ฝึกให้ลูกนึกย้อนความจำ…จะได้ไม่เป็นเด็กขี้ลืม!

คำว่า “เด็กฉลาด” พ่อแม่หลายๆ คนมักโฟกัสในเรื่องของ…การเรียนเป็นหลัก! เด็กบางคนสามารถท่องจำเนื้อหาที่เรียนได้ดี ในขณะที่เด็กบางคนต้องท่องซ้ำไปซ้ำมา…แล้วไม่นานก็ลืม พ่อแม่จึงจำเป็นต้องฝึกให้ลูกรู้จักการท่องจำ โดยอาจสอบถามถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ตัวเลขหรือคำเรียกแทนสิ่งๆ นั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการจดจำของลูกน้อย

ใจเบิกบาน..สติปัญญาดี ด้วย “นิทาน”

การเล่านิทานไม่เพียงแค่ทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุก แต่ยังสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการเพิ่มระดับสติปัญญาให้กับลูกของคุณได้ โดยในระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่เล่านิทานนั้น…ควรตั้งคำถามในช่วงที่ตัวละครต้องประสบกับปัญหา เพื่อให้เด็กได้รู้จักการคิดวิเคราะห์เมื่อเจอปัญหา และกิจกรรมที่มีการโต้ตอบไปมา..ยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านภาษาของลูกร่วมด้วย
กินอาหารดี…ก็มีส่วนให้สติปัญญาดี
ช่วงพัฒนาการกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด การได้รับสารอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ…ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง! โดยคุณพ่อคุณแม่ควรเน้นสารอาหารประเภท..วิตามินบีและอี โอเมก้า3 DHA ไอโอดีน และธาตุเหล็ก เพื่อบำรุงระบบประสาท เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ช่วยให้เด็กมีความจำดี…ระดับไอคิวสูง!

เลิกพูดคำว่า “อย่า” กับการเล่นสนุกของลูก

เข้าใจได้ว่า…พ่อแม่มักกลัวลูกเกิดอุบัติเหตุหรือป่วยเพราะรับเชื้อโรคเข้าร่างกาย ไม่ว่าลูกจะหยิบจับทำอะไร…ก็มักจะเกิดคำอุทานว่า “อย่า” อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า..พฤติกรรมของพ่อแม่แบบนี้เป็นการปิดกั้นการพัฒนาทักษะทางสมอง เพราะการเล่น…ก็เหมือนให้เด็กรู้จักการลงมือทำด้วยตัวเอง เมื่อได้ฝึกการเรียนรู้และฝึกการแก้ปัญหา “ความเข้าใจ” …จะส่งผลให้เขากลายเป็นเด็กฉลาดในอนาคต

เสริมสร้างความฉลาดด้วย…ดนตรี

พลังของ “ดนตรีคลาสสิก” ที่มีท่วงทำนองแบบเบาๆ ช้าๆ ไม่เพียงแค่ทำให้เด็กมีอารมณ์เบิกบาน รู้สึกผ่อนคลาย แต่เสียงสูงต่ำและความถี่ของดนตรียังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในด้านการคิดวิเคราะห์ รวมไปถึงพัฒนาการด้านภาษา แถมดนตรีคลาสสิก…ยังทำให้เด็กรู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกดจนสงบนิ่งชั่วขณะหนึ่ง

ผลัก! อุปกรณ์ไอที…ให้ห่างจากลูก

พ่อแม่ยุคใหม่มักมีความเชื่อว่า…โลกดิจิตอลคือแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับลูก! แต่สำหรับเด็กเล็กหรือเด็กช่วงก่อนวัยเรียน การสอนให้เขาหมกมุ่นอยู่กับอุปกรณ์ไอที…ส่งผลให้ลูกของคุณกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น รวมไปถึงการเรียนรู้ผ่านภาพสองมิติ…ไร้การโต้ตอบ ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสมตามวัย ทางที่ดี! ควรให้ลูกได้พัฒนาทักษะด้านต่างๆ ผ่านกิจกรรมอื่นๆ อย่าง การปั้นแป้งโดว์ ตัวต่อ บล็อกไม้ หรือการวาดรูป

แชร์


หากสนใจต้องการปรึกษาแพทย์

กรุณากรอกข้อมูลเพื่อให้เราติดต่อกลับ