คนที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมต้องฉีดวัคซีนทุกปี ปีที่แล้วก็เพิ่งฉีดไป ทำไมปีนี้ต้องฉีดอีกแล้ว เพื่อคลายความสงสัยที่เกิดขึ้นในใจ พญ.สุวรรณี รัตนชูวงศ์ แพทย์อายุรศาสตร์ คลินิกอายุรกรรมทั่วไป โรงพยาบาลพญาไท 3 มีเหตุผลมาอธิบายให้ได้ทราบกัน
สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน
จากสถิติการเก็บข้อมูลของการระบาดของกรมควบคุมโรคพบว่าปี 2562 ข้อมูลจากเดือน มกราคม ถึงเดือน กุมภาพันธ์มีผู้ป่วยจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่รายงานสูงถึง 46,648 ราย โดยเสียชีวิตแล้ว 4 ราย ในขณะที่ปี 2561 ข้อมูลผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มีเพียง 13,000-15,000 คน ซึ่งมีสถิติที่เพิ่มขึ้นสูงกว่า 2 เท่าตัว
มีการระบาดหนัก ทุกๆ 10 ปี ซึ่งในปี 2009 ที่ผ่านมาได้เกิดการระบาดทั่วโรค และประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สูงถึง 120,000 คน นอกจากนี้อากาศที่แปรปรวนและฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นกลไกสำคัญที่จะเพิ่มการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่อีกด้วย
ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี
นั่นก็เพราะไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกปีซึ่งเป็นวงจรปกติของไวรัสที่ต้องปรับตัวเองเพื่อความอยู่รอด และไวรัสจะอยู่ตามบรรยากาศธรรมชาติทั่วไปได้ไม่นานก็ตาย จึงจำเป็นต้องหาวิธีติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราต้องป้องกันไวรัสนี้ได้โดยการฉีดวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสที่เปลี่ยนแปลงไปทุกปีนั่นเอง
หลังฉีดวัคซีนภูมิคุ้มกันจะได้ผลตอนไหน?
ไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นไวรัสที่มีระยะฟักตัวสั้นมาก โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 1-4 วัน ก็ทำให้มีอาการติดเชื้อได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ขึ้นสูงก่อนที่ไวรัสจะเข้าสู่ร่างกาย โดยปกติภูมิคุ้มกันจะขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้ว 10-14 วัน
ได้รับวัคซีนก่อน…โอกาสติดเชื้อก็น้อยกว่า
ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ 100% แต่ผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เมื่อติดเชื้อจะพบว่ามีอาการต่างๆ ของโรคน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อนต่างๆ การนอนโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตได้ง่ายกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว
พญ.สุวรรณี รัตนชูวงศ์
แพทย์อายุรศาสตร์ คลินิกอายุรกรรมทั่วไป
โรงพยาบาลพญาไท 3
