เมื่อต้องผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ
คำว่า “ผ่าตัด” น่ากลัวเสมอในความรู้สึกของผู้ป่วย แต่เมื่อใดก็ตามที่แพทย์ระบุว่าต้องผ่าตัด นั่นหมายความว่ามีความจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดจริงๆ คงจะดีกว่าถ้าเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งความคิดกังวล มาเป็นการเตรียมความพร้อมศึกษาข้อมูลถึงการผ่าตัด ข้อดี ข้อควรปฏิบัติทั้งก่อนและหลังผ่าตัด เช่นเดียวกับที่เรากำลังทำความรู้จักกับ “การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ”
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอปวดหลัง เรื้อรัง คือโรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท เพราะการเปลี่ยนแปลงของหมอนรองกระดูกสันหลัง อาจเป็นผลมาจากวัยที่สูงขึ้น หรือการบาดเจ็บ ที่มีต่อหมอนรองกระดูกเอง หรือปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย รวมถึงสาเหตุพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งนานๆ และ ไม่ออกกำลังกาย จากสาเหตุดังกล่าวทำให้สถิติของโรคปวดคอ ปวดหลังเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นในทุกอาชีพ และเกือบ ทุกช่วงอายุ
การรักษาผู้ป่วยหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท
ด้วยวิธีผ่าตัด ศัลยแพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดโดยตัดหมอนรองกระดูกสันหลังออก แล้วใช้วัสดุใส่เข้าไปแทนที่เพื่อวัตถุประสงค์ใช้แทนที่หมอนรองกระดูกที่ถูกตัดออก เพื่อรักษาระดับความสูงของหมอนรองกระดูกสันหลังให้กลับมาปกติ วัสดุที่ใส่แทนมีหลายประเภท มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ในปัจจุบันวัสดุที่สำหรับใส่แทนที่หมอนรองกระดูกมีดังนี้
- กระดูก โดยส่วนใหญ่จะใช้กระดูกเชินกรานบริเวณเอว
- กระดูกเทียม
- หมอนรองกระดูกเทียม
ทั้งนี้วัสดุในข้อ (1) กระดูกและ (2) กระดูกเทียม นั้นจะทำให้กระดูกสันหลังเชื่อมต่อเข้าด้วยกันหยุดการเคลื่อนไหวของข้อกระดูกสันหลัง กรณีที่มีความเสื่อมของข้อต่อต่างๆ สามารถลดอาการที่เกิดจากข้อต่อที่ผิดปกติได้ แต่ก็จะทำให้ข้อข้างเคียงทำงานหนักเพิ่มขึ้นได้
สำหรับ (3) หมอนรองกระดูกเทียม นั้นจะใช้สำหรับทดแทนหมอนรองกระดูกสันหลัง และทำหน้าที่แทนหมอนรองกระดูกสันหลังที่ถูกตัดออก โดยทำหน้าที่ได้เหมือนเดิมหรือใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของข้อกระดูกสันหลังเช่น การก้ม การเงย หรือการหมุน ช่วยลดการทำงานของข้อข้างเคียง จึงมีส่วนช่วยให้การเสื่อมของข้อข้างเคียงช้าลง และจะใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม
อาการผู้ป่วยที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท หรือหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมจะขึ้นกับความรุนแรงของโรค ดังนี้
- เริ่มมีอาการเบื้องต้น ถ้ามีเพียงหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม จะมีอาการปวดต้นคอเรื้อรัง ปวดมากเวลาก้มหรือเงยศีรษะ มักจะปวดร้าวไปที่ท้ายทอยหรือไหล่ทั้ง 2 ข้าง
- มีอาการมากขึ้นจนถึงมีการกดทับเส้นประสาท จะมีอาการของเส้นประสาท เช่น ปวดร้าวลงแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้าง แขนชา แขนอ่อนแรง
- กรณีที่เป็นรุนแรง มีการกดทับที่ไขสันหลังจะทำให้แขนอ่อนแรง และขาอ่อนแรง หรือรุนแรงถึงเป็นอัมพาตได้
การรักษา
กรณีมีเพียงอาการปวดในระยะเริ่มแรก แพทย์จะแนะนำการรักษาโดยใช้ยา ปรับพฤติกรรม ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อรักษา หากไม่ได้ผลจะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด แต่กรณีที่มีอาการผิดปกติของการทำงานเส้นประสาท เช่น ชา อ่อนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดทันที เพราะหากทิ้งไว้จะทำให้การทำงานของเส้นประสาทเกิดความสูญเสียถาวรได้ ซึ่งการผ่าตัดจะตัดหมอนรองกระดูกส่วนที่กดทับเส้นประสาทออกแล้วจึงแทนที่ด้วยหมอนรองกระดูกเทียมแทน
ข้อจำกัดการใช้หมอนรองกระดูกสันหลังเทียม
ข้อต่อของกระดูกสันหลังบริเวณที่รักษาจะยังต้องเป็นข้อที่ดี เนื่องจากการใส่หมอนรองกระดูกเทียม จะทำหน้าที่ทดแทนหมอนรองกระดูกที่เสีย ดังนั้นหลังผ่าตัดบริเวณที่เปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อจะกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องข้ออยู่ จะทำให้เกิดการเจ็บปวดมากขึ้นได้
ข้อดีหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม
- รักษาระดับการเคลื่อนไหวของคอได้ตามปกติ
- ลดโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ข้อต่อข้างเคียงเสื่อมเร็วขึ้น
- ลดความเจ็บปวด เนื่องจากไม่ต้องตัดกระดูกบริเวณเอว
- สามารถเคลื่อนไหวคอได้เร็ว จึงสามารถกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น
ข้อเสียหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม
- มีข้อบ่งใช้จำกัดในบางคน เช่น ผู้ป่วยผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความเสื่อมของข้อต่อด้านหลัง
- วัสดุมีราคาแพง
การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม
ผ่าตัดทางด้านหน้า โดยแผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณคอด้านข้าง ขนาดประมาณ 2-3 ซม.โดยจะตัดหมอนรองกระดูกที่เสื่อมและกดทับเส้นประสาทออก และตัดกระดูกที่งอกไปกดทับเส้นประสาทออกทั้งหมด ผ่านกล้องจุลทัศน์สำหรับผ่าตัด และนำหมอนรองกระดูกเทียมใส่เข้าไป และจะฉายภาพรังสีเพื่อตรวจสอบตำแหน่งว่าเหมาะสมหรือไม่ ผู้ป่วยสามารถลุกยืนและเดินได้ทันทีหลังการผ่าตัด โดยใช้ระยะเวลาการพักในรพ.ประมาณ 3-4 วัน
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลัง แพทย์จะแจ้งข้อเท็จจริงให้กับผู้ป่วยและญาติทราบเสมอ ถึงแม้ปัจจุบันการผ่าตัดจะมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากมีการใช้กล้องในการผ่าตัด แต่โอกาสเสี่ยงก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น การติดเชื้อ การสูญเสียเลือดระหว่างผ่าตัด การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหรือไขสันหลัง แม้ว่าความเสี่ยงเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่รุนแรง แต่โอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่เกิดจากตัวอุปกรณ์ที่ใส่ เช่น การเสื่อมสภาพ การทำงานผิดปกติของข้อที่ใส่ แม้ว่าจะพบได้ไม่บ่อยแต่ก็เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ แพทย์จึงต้องให้ข้อมูลกับผู้ป่วยก่อนทุกครั้งในทุกมิติของการรักษา
โรงพยาบาลพญาไท 3 มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมให้บริการเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์
ศัลยแพทย์ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง
โรงพยาบาลพญาไท 3
