หากจะกล่าวถึงโรคหมอนรองกระดูกสันหลังในปัจจุบันพบได้หลายลักษณะ และสิ่งหนึ่งที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยทำงาน นั่นก็คือ “หมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบฉีกขาด” และ Percutaneous Nucleoplasty จะสามารถเป็นตัวช่วยในการรักษาได้อย่างไร มาฟังข้อมูลจาก นพ.พร นริศชาติ ศัลแพทย์ศูนย์สมองและกระดูกสันหลังโรงพยาบาลพญาไท 3
อาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาด
โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ การรักษาจึงมีหลายระดับโดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม “อาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาด” พบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งหมอนรองกระดูกสันหลังจะมีแผลฉีกขาด แต่ไม่มีการปลิ้นของหมอนรองกระดูกสันหลังร่วมด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง
หมอนรองกระดูกสันหลังโดยปกติจะไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงโดยตรง ดังนั้นเมื่อเกิดแผลฉีกขาด จึงหายได้ยาก เพราะไม่มีเลือดเข้าไปซ่อมแซม สาเหตุหลักของการฉีกขาดของวัยทำงานที่พบมากมาจากการใช้ชีวิต การทำงาน ลักษณะท่าทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม
Percutaneous Nucleoplasty เป็นเทคโนโลยีเพื่อรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาด โดยการจี้และปล่อยคลื่นความถี่ (Radio Frequency:RF ) วิธีการรักษาจะใช้เข็มเจาะผ่านผิวหนังไปยังตำแหน่งที่ต้องการใช้ตัวนำทางด้วยรังสีเอกซ์ ปลายเข็มมีขนาดเล็กประมาณ 3 มม. เมื่อจี้ยังจุดที่มีการฉีกขาดจะปล่อยคลื่นความถี่ RF เพื่อปิดส่วนที่ฉีกขาดให้หดตัวลง ซึ่งใช้เวลาในการรักษาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น
ข้อบ่งชี้ที่สามารถรักษาด้วย Percutaneous Nucleoplasty จะต้องมีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้
- ผลการตรวจ MRI พบว่ามีการฉีกขาดของหมอนรองกระดูกสันหลัง
- อาการยังไม่ดีขึ้น เมื่อรับประทานยาประมาณ 2 เดือน รวมถึงทำกายภาพบำบัด หยุดพักผ่อนร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์แต่ยังคงมีอาการปวดมาก
จุดเด่นของการรักษาด้วย Percutaneous Nucleoplasty
- Percutaneous Nucleoplasty สามารถจี้รักษาบริเวณแผลที่ฉีกขาดของหมอนรองกระดูกสันหลัง และสามารถใส่เครื่องมือเพื่อคีบเอาหมอนรองกระดูกสันหลังบางส่วนออกได้
- สามารถรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาดได้หลายข้อ
- ระหว่างทำการรักษาไม่ต้องวางยาสลบ ใช้ยาชาเฉพาะจุด ซึ่งคนไข้จะรู้สึกตัวขณะรักษา ทำให้ทราบอาการของคนไข้ตลอดเวลา
- บาดเจ็บน้อย มีผลกระทบกับเนื้อเยื่อโดยรอบน้อย
- ฟื้นตัวเร็ว
- แผลมีขนาดเล็กประมาณ 3 มิลลิเมตร
- นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้
ปัจจุบันถึงแม้โรคปวดหลัง มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยดูแลคนไข้ แต่คงจะดีกว่า ถ้าเราไม่ต้องทนกับอาการปวดหลังที่กระทบกับชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการนั่ง หรือยืน เป็นเวลานานโดยไม่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ไม่ยกของหนักเกินกำลัง การควบคุมน้ำหนักพอดี ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่เน้นการบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง สิ่งเหล่านี้ช่วยป้องกันการเกิดโรคได้
โรงพยาบาลพญาไท 3 มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมให้บริการเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง โทร. 0-2467-1111 ต่อ 3262
