ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์การสูญเสียที่ไม่คาดฝัน หรือพบกับสถานการณ์ที่น่าหวาดกลัว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการเยียวยาสภาพจิตใจ ซึ่ง พญ.ถิรพร ตั้งจิตติพร กุมารแพทย์ด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ศูนย์สุขภาพเด็ก รพ.พญาไท 3 บอกว่า นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายที่ต้องทำตามปกติแล้ว การดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งยังต้องดูไปถึงสภาพจิตใจของคนในครอบครัว เพื่อนและผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นๆ ด้วย
PTSD คืออะไร ?
คุณหมอถิรพร อธิบายว่า PTSD (Posttraumatic stress disorder) หรือโรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภยันตราย เป็นโรคที่เกิดหลังจากผู้ป่วยเผชิญกับเหตุการณ์รุนแรง ทั้งเป็นผู้ประสบเหตุหรือเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ที่กระทบกระเทือนต่อชีวิตตนเอง คนใกล้ชิดหรือได้รับรู้เรื่องราวจากคนอื่นก็ได้ โดยอาการเป็นอยู่นานมากกว่า 1 เดือนหลังเหตุการณ์ผ่านไป
อาการแบบไหน เข้าข่าย PTSD
ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการทางจิตใจ ดังนี้
- จำเหตุการณ์ได้ดีหรือเกิดความรู้สึกเสมือนว่าเหตุการณ์ยังคงเกิดขึ้น (Re-experience) – อาจแสดงออกทางวาดภาพ การเล่น การพูด ฝันร้ายถึงเรื่องราวเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ หรือเรื่องราวที่สื่อความหมายถึงการกระทบกระทือนอาจไม่ใช่เหตุการณ์นั้นโดยตรงได้
- พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ (Avoidant) – เลี่ยงที่จะคิดหรือพูดถึงเหตุการณ์ ไม่ยอมผ่านสถานที่ ดังนั้นการให้เด็กเล่าเรื่องเหตุการณ์โดยตรงหรือถามถึงเหตุการณ์กับเด็กบ่อยๆ อาจเป็นการทำให้เด็กรู้สึกแย่ได้
- อารมณ์และความคิดเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ (negative in cognition) – การไม่สนใจเล่นหรือทำกิจกรรมไม่สนใจเรียน หงุดหงิด รู้สึกผิดหรือไม่รู้สึกดีต่อตนเอง
- ตื่นตระหนกกลัว (Hyperarousal) – มีปัญหาการนอน มีอาการไม่สบายกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง ใจสั่น ชา
เด็กกลุ่มไหน เสี่ยงเป็น PTSD มากกว่า
คุณหมอถิรพร อธิบายว่าเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า คือเพศหญิง เคยพบความรุนแรงมาก่อน หรือเป็นความรุนแรงสูงมีปัญหาทางสุขภาพจิตมาก่อน เด็กที่มีการปรับตัวไม่ดี ไม่ได้รับการช่วยเหลือทางสังคม
อาการแสดงต่างกัน เพราะปัจจัยเหล่านี้
คุณหมอถิรพร บอกว่า เมื่อเด็กประสบกับเหตุการณ์หวาดกลัว ปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับ
- ลักษณะของความกดดันที่เป็นสาเหตุของปัญหา เช่น ความเครียด ภัยธรรมชาติ ถ้าเป็นความกดดันที่เด็กสามารถจัดการได้ หรือรู้สึกกดดันน้อย ปัญหาทางอารมณ์ก็อาจเกิดไม่มาก
- สภาวะแวดล้อมของเด็ก เช่น ปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว การช่วยเหลือทางสังคม สื่อที่อาจเป็นได้ทั้งการช่วยเหลือ หรือทำให้ยิ่งเกิดปัญหาทางอารมณ์ได้
- ปัจจัยในตัวเด็ก เช่น ลักษณะนิสัย การปรับตัว การจัดการปัญหา ดังเช่นในเหตุการณ์เด็กติดถ้ำหลวง เด็กอาจเกิดปฏิกิริยาอารมณ์ได้ตั้งแต่ จัดการอารมณ์ได้ เกิดความเครียดเกิดโรคเกี่ยวการปรับตัวเมื่อเกิดความเครียด (adjustment disorder) เกิดโรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภยันตราย (PTSD) โรคซึมเศร้า (major depressive disorder)
การช่วยเหลือเบื้องต้น และการรักษา ทำได้อย่างไร
การช่วยเหลือเบื้องต้นคือ การจัดสิ่งสิ่งแวดล้อมให้สงบ ให้เกิดความมั่นคงทางจิตใจ ป้องกันการซ้ำเติมทางจิตใจ (Re-traumatization) รับฟังอย่างสงบและสอนวิธีผ่อนคลายความเครียด เบี่ยงเบนความสนใจจากอาการและเหตุการณ์อย่าให้อยู่ลำพัง มีครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนช่วยเหลือให้กำลังใจ
ส่วนการรักษานั้น คุณหมอถิรพร บอกว่า หลักทางการแพทย์คือการทำจิตบำบัด (Trauma-focused cognitive behavioral therapy) ส่วนการให้ยานั้นไม่จำเป็นต้องได้รับทุกราย แพทย์จะพิจารณาตามอาการที่ส่งผลกระทบต่อเด็กแต่ละคน
พญ. ถิรพร ตั้งจิตติพร
กุมารแพทย์ด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
ศูนย์สุขภาพเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 3
