ผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม เมื่อข้อไหล่เสื่อม แตกหัก หรือขาดเลือด

Image

แชร์


ผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม เมื่อข้อไหล่เสื่อม แตกหัก หรือขาดเลือด

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม (Shoulder Joint Replacement) มีทำกันมาประมาณ 60-70 ปีแล้ว ในระยะแรกจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมในกรณีกระดูกหัวไหล่แตกหัก แต่ต่อมาก็มีการใช้ในการรักษาเพิ่มขึ้นในกรณีข้อไหล่เสื่อม

 

แม้ว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมจะมีจำนวนน้อยกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและข้อสะโพกเทียม แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาคุณภาพและรูปแบบของข้อไหล่เทียม รวมทั้งเทคนิคการผ่าตัด จึงทำให้มีการขยายการผ่าตัดข้อไหล่เทียมไปในการรักษาภาวะโรคต่างๆ มากขึ้น อีกทั้งการผ่าตัดข้อไหล่เทียมเป็นการรักษาที่ได้ผลดีในแง่ช่วยลดอาการปวด และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้อไหล่ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

ข้อไหล่ประกอบด้วยกระดูก 3 ส่วน

  1. กระดูกต้นแขน ซึ่งปลายกระดูกด้านบนจะเป็นหัวกระดูกทรงกลมคล้ายลูกบอล
  2. กระดูกสะบัก ซึ่งจะมีเบ้าคล้ายจาน เพื่อรองรับกับหัวกระดูกทรงกลม
  3. กระดูกไหปลาร้า

ส่วนของข้อไหล่บริเวณหัวกระดูกและเบ้าจะปกคลุมด้วยกระดูกอ่อน ซึ่งมีความลื่นและเรียบเพื่อลดการเสียดสีระหว่างการเคลื่อนไหว โดยทั้งหัวกระดูกและเบ้าจะถูกยึดติดกัน หรือหุ้มด้วยเยื่อหุ้มข้อ กล้ามเนื้อและเอ็นที่อยู่โดยรอบ ซึ่งจะเป็นตัวทำให้เกิดความมั่งคงของข้อไหล่ อวัยวะต่างๆ เหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้มาก โดยข้อไหล่ถือเป็นข้อที่เคลื่อนไหวได้มากที่สุดในร่างกาย

 

ซึ่ง ‘การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม’ นั้นหมายถึง การตัดส่วนผิวข้อที่เสื่อมหรือเสียหายออก จากนั้นก็แทนที่ด้วยวัสดุข้อเทียม ซึ่งอาจจะเป็นการเปลี่ยนเฉพาะหัวกระดูกต้นแขนหรือเปลี่ยนทั้งหัวกระดูกต้นแขนและเบ้า

สาเหตุโรคที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม

  • ข้อไหล่เสื่อม (Osteoarthritis) ซึ่งข้อไหล่เสื่อมเกิดได้จาก 4 สภาวะ
    • ข้อเสื่อมตามอายุการใช้งาน (Degenerative Osteoarthritis)

เป็นภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อจะเสื่อมไปตามอายุและการใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยอายุมากกว่า 60 ปี และมักเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม

    • ข้อเสื่อมจากโรคข้ออักเสบ (Inflammatory Osteoarthritis)

โรคข้ออักเสบต่างๆ มักจะเกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อหุ้มข้อ เกิดการหนาตัวขึ้นของเยื่อหุ้มข้อแล้วไปเกาะติดกระดูกอ่อนผิวข้อ เป็นผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมสภาพจนเกิดภาวะข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดภาวะข้อไหล่เสื่อม คือ โรครูมาตอยด์

    • ข้อเสื่อมจากการบาดเจ็บ (Traumatic Osteoarthritis)

คนไข้อาจเกิดการบาดเจ็บบริเวณข้อไหล่ เช่น เกิดการแตกหักหรือยุบของกระดูกอ่อนผิวข้อ เคยมีข้อไหล่หลุดซ้ำๆ มาก่อน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดข้อเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ

    • ข้อเสื่อมจากเอ็นหมุนรอบข้อไหล่ฉีกขาดรุนแรงเรื้อรัง (Rotator Cuff Arthropathy)

เมื่อเอ็นหมุนรอบข้อไหล่ฉีกขาดรุนแรงเป็นเวลานาน หัวกระดูกจะเคลื่อนขึ้นด้านบน ไม่ได้อยู่กลางเบ้า ทำให้เวลาเคลื่อนไหวไหล่ก็จะเกิดการเสียดสีกับขอบเบ้าด้านบน อีกทั้งเมื่อเยื่อหุ้มข้อและเอ็นฉีกขาด น้ำหล่อเลี้ยงในข้อก็จะรั่วออกไป เป็นเหตุให้กระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ดังนั้นข้อเสื่อมประเภทนี้จึงมีพยาธิสภาพทั้งในส่วนของข้อไหล่และเอ็นหมุนรอบข้อไหล่ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมในคนไข้กลุ่มนี้จึงจะมีรายละเอียดการรักษามากกว่าคนไข้กลุ่มอื่น

    • กระดูกหัวไหล่แตกหักรุนแรง (Severe Humeral Head Fracture)

ในกรณีที่หัวกระดูกข้อไหล่แตกหักรุนแรงหลายชิ้นจนไม่เหมาะสมกับการผ่าตัดยึดด้วยโลหะ, การหักของกระดูกบางประเภทที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวกระดูกขาดเลือด, การหักในผู้ป่วยสูงอายุและกระดูกบาง ต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นปัจจัยที่จะพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมแทนการผ่าตัดยืดด้วยโลหะ

    • หัวกระดูกข้อไหล่ขาดเลือด (Humeral Head Avascular Necrosis)

บางสภาวะจะเกิดการบกพร่องของเลือดที่ไปเลี้ยงปลายหัวกระดูกข้อไหล่ทำให้หัวกระดูกตายและยุบตัวลงจนเกิดการเสื่อมของข้อตามมา ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกน้อยลงอาจพบในรายที่รับยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน, กระดูกหักบริเวณปลายหัวกระดูก, การดำน้ำลึกเป็นเวลานาน, การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นเวลานาน เป็นต้น ภาวะข้อเสื่อมจากสาเหตุนี้ก็รักษาได้ผลดีโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม

    • การผ่าตัดบริเวณข้อไหล่อื่นๆ ที่ไม่ได้ผล (Failed Shoulder Surgery)

นอกจากนี้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียมก็ยังใช้เป็นทางเลือกสำหรับการผ่าตัดไหล่ต่างๆ ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ เช่น Failed Massive Rotator Cuff Repair, Failed Resection Arthroplasty, Failed Glenohumeral Arthrodesis เป็นต้น

อาการของคนไข้ที่มีสาเหตุจากโรคดังกล่าวข้างต้นที่ควรจะพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อไหล่เทียม มีอะไรบ้าง?

  • อาการปวดไหล่รุนแรงและรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ปวดเวลาเอื้อมหยิบของ,การแต่งตัว,การอาบน้ำ หรือปวดแม้แต่อยู่เฉยๆ เช่น เวลานอน จนเป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับ
  • ไหล่ติดยึด เคลื่อนไหวได้น้อยลงจนไม่สามารถใช้แขนได้ในชีวิตประจำวัน
  • กล้ามเนื้อบริเวณไหล่อ่อนแรงยกแขนไม่ขึ้น
  • เคยได้รับการรักษาแบบประคับประคองแล้วไม่ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นการกินยา ฉีดยา การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัดแบบประคับประคอง (Non Prosthetic Conservative Surgery)
Loading...

แชร์


Loading...