เมื่อไม่นานมานี้ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจคนไทยจำนวนหนึ่งในช่วงอายุ 50-90 ปี พบว่าคนกลุ่มนี้เป็นโรคตาแห้งถึงร้อยละ 14.21 ซึ่งโรคตาแห้งเป็นโรคที่มีความรุนแรงหลากหลาย การรักษาจึงแตกต่างกันไป แต่วิธีหนึ่งที่นิยมใช้มากขึ้น คือการใช้น้ำตาซีรั่ม
การรักษาโรคตาแห้งด้วยการใช้น้ำตาซีรั่ม
ยาหยอดตาซีรั่ม คือการนำเลือดของผู้ป่วยมาทำเป็นยาหยอดตา ซึ่งจะมีคุณสมบัติทางชีวภาพที่ใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติ จึงมีประสิทธิภาพในการรักษาตาแห้งได้ดี และได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลต่างๆ
ทั้งนี้จักษุแพทย์จะมีการพิจารณาเลือกใช้ความเข้มข้นและมีวิธีการเตรียมน้ำตาซีรั่มที่ต่างกันไป แต่ที่นิยมมากที่สุด คือ 20% Autologous Serum Eye Drops เนื่องจากจะมีปริมาณสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติ จึงรักษาโรคตาแห้งที่รุนแรงและโรคผิวเยื่อตาได้ดี
การใช้น้ำตาซีรั่ม เหมาะกับใคร อะไรคือข้อบ่งชี้
จักษุแพทย์จะพิจารณาการใช้น้ำตาซีรั่ม กับคนไข้โรคตาแห้งรุนแรง และโรคตาในกลุ่มต่างๆ ดังนี้
- กลุ่มอาการตาแห้งรุนแรง ที่ให้การรักษาด้วยน้ำตาเทียมอย่างเต็มที่แล้ว หรือ มีการทำหัตถการ เช่น อุดท่อน้ำตา (Punctal occlusion) แล้ว แต่ไม่ได้ผล หรือพบร่วมกับกลุ่มอาการโจเกร็น เป็นต้น
- โรคผิวเยื่อตา (Ocular surface disease) กลุ่มอาการผื่นแพ้รุนแรงแบบสตีเวนส์จอห์นสัน และโรคเยื่อตาอักเสบประเภท Ocular Cicatricial Pemphigoid (OCP)
- ผิวเยื่อกระจกตาไม่ปิด (Persistent Epithelial Defect) แผลกระจกตาหายช้า เช่น ในผู้ป่วยเบาหวาน ติดเชื้อเริม งูสวัด หรือ หลังได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา
- คนไข้กลุ่มอื่นๆ อาทิ กลุ่มอาการตาแห้งรุนแรงจากการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด คนไข้แผลกระจกตาเรื้อรังหลังการผ่าตัดในลูกตา เป็นต้น
พญ.กิตติกมล วงศ์ไพศาลสิน
จักษุแพทย์ด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตา
และหัวหน้าศูนย์จักษุ
คลินิกตา โรงพยาบาลพญาไท 3
