ทันทีที่หมอแนะนำให้เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด ความรู้สึกต่างๆ ก็ถาโถมมา ทั้งกลัวเจ็บ กังวลเรื่องรอยแผล เรื่องการวางยา เรื่องค่าใช้จ่าย และสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน เพราะเมื่อมีการผ่าตัดก็คงต้องนอนโรงพยาบาล โรคก็อยากหาย แต่งาน… ก็ลาหลายวันไม่ได้ จะทำอย่างไรดี?
แล้วถ้าคุณสามารถผ่าตัดได้แบบ… ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล จะดีแค่ไหน? วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ การผ่าตัดแบบวันเดียวกลับ หรือ One day Surgery (ODS) กับ ผศ.นพ.ธัญเดช นิมมานวุฒิพงษ์ แพทย์หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ASIT โรงพยาบาลพญาไท 3 กัน
โรคไหนบ้างที่ผ่าตัดได้แบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล?
โรคที่ในประเทศไทยมีการยอมรับให้ทำการผ่าตัดรักษาแบบวันเดียวกลับได้นั้นมีหลายโรค เช่น การผ่าตัดรักษาโรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบ ริดสีดวงทวาร นิ่วในถุงน้ำดี การใส่ท่อขยายท่อน้ำดี หรือหลอดอาหารตีบ การส่องกล้องตัดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลข้างเคียงน้อย สำหรับผู้ป่วยที่มีสุขภาพโดยรวมแข็งแรงดี หรือมีญาติพี่น้องที่อยู่ร่วมบ้านอันพอจะช่วยดูแลได้หลังผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วคนไข้ที่ฟื้นตัวได้ดี ไม่มีอาการผิดปกติ ก็สามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
โดยทางเจ้าหน้าที่จะมีการโทรศัพท์ติดตามอาการ และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ส่วนโรคที่ทำการผ่าตัดแบบที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลได้ ที่เราจะเจาะลึกกันในวันนี้ คือโรคยอดฮิตอย่าง “นิ่วในถุงน้ำดี”
นิ่วในถุงน้ำดีเกิดขึ้นได้อย่างไร
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ตับของเราจะผลิตน้ำดี ประมาณ 800-1000 cc ต่อวัน แต่เราไม่ได้ใช้ทั้งหมดพร้อมๆ กัน ซึ่งน้ำดีที่ถูกสร้างขึ้นจะทยอยถูกนำมาเก็บไว้ที่ถุงน้ำดีชั่วคราว ถุงน้ำดีก็จะมีหน้าที่ทำให้น้ำดีเข้มข้นขึ้น โดยการดูดน้ำส่วนเกินกลับออกไป อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ น้ำดีก็เปรียบเหมือนซีอิ้ว ตับสร้างซีอิ้วขึ้นมา ถุงน้ำดีก็มีหน้าที่ทำให้ซีอิ้วเข้มข้นขึ้นกลายเป็นซีอิ้วดำ น้ำดีในถุงน้ำดีจึงมีลักษณะหนืดขึ้น ซึ่งหากองค์ประกอบของน้ำดีเสียสมดุลไป เช่น มีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ก็มีโอกาสจะตกตะกอนทำให้เกิดเป็นนิ่วได้
กินของทอดของมัน ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยง?
การทานอาหารในปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะแป้งหรือน้ำตาล พลังงานส่วนเกินเหล่านี้ก็จะถูกแปลงไปเก็บไว้ในรูปแบบไขมันสะสมตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งก็จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้น และโดยธรรมชาติของน้ำดีก็มีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว การบริโภคไขมันที่มากเกินความต้องการจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง
แต่ไม่กินของทอดของมัน ก็ใช่ว่าจะไม่เสี่ยง! เพราะคอเลสเตอรอลในน้ำดีจะถูกสังเคราะห์ขึ้นที่ตับ โดยแต่ละคนจะมีการสร้างคอเลสเตอรอลในน้ำดีที่แตกต่างกันไป ฉะนั้นพันธุกรรมก็มีส่วน หากมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นนิ่วในถุงน้ำดีจะยิ่งมีโอกาสเกิดโรคได้มากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันที่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป จึงพบอัตราการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีมากขึ้น และพบในผู้ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ มากขึ้นด้วย โดยพบได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีเป็นต้นไป
หายเองได้ไหม จำเป็นไหมที่จะต้องผ่าตัด?
นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากการที่สารองค์ประกอบในน้ำดีจับตัวกันตกผลึกกลายเป็นนิ่ว ฉะนั้นการที่ก้อนนิ่วเหล่านี้จะละลายสลายหายไปเองนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เพราะองค์ประกอบของน้ำดีถูกกำหนดมาด้วยพันธุกรรมอยู่แล้ว การใช้ยาเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบน้ำดีก็เลิกใช้กันไปแล้วเพราะต้องกินระยะยาว มีผลกระทบต่อตับ หยุดเมื่อไรก็เป็นซ้ำ
เมื่อมีนวัตกรรมการผ่าตัดแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว การผ่าตัดจึงเป็นวิธีการรักษาที่ตรงจุดมากที่สุดและทำให้โรคหายขาด แต่ในกรณีที่เป็นการตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดีจากการตรวจสุขภาพประจำปี และยังไม่มีอาการ ก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเสมอไป เพราะโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงจนต้องผ่าตัดฉุกเฉิน มีเพียง 1 ใน 1000 รายเท่านั้น แพทย์จึงมักแนะนำให้ติดตามอาการ แล้วค่อยพิจารณาทำการรักษาเมื่อมีอาการ ประเด็นสำคัญคือ อาการอาจคล้ายคลึงและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน หากมัวแต่รักษาโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อนไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นการรักษาผิดโรค อาการก็จะเป็นอยู่เรื่อยๆ ไม่หาย
ผ่าตัดแผลเล็ก กลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
ถุงน้ำดีของคนเรา โดยปกติแล้วมีขนาดประมาณไข่ไก่ อยู่บริเวณใต้ชายโครง และเป็นลักษณะที่คล้ายกับถุงน้ำ การผ่าตัดแผลเล็กจึงเป็นวิธีการรักษาที่ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่จะกระทบต่อส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องได้ดี การผ่าตัดจะทำโดยเจาะรูบริเวณสะดือแล้วทำการสอดเครื่องมือเข้าไปดูดน้ำในถุงน้ำดีออก แล้วจึงทำการดึงถุงน้ำดีพร้อมกับนิ่วออกมา โดยที่คนไข้จะมีแผลขนาดเล็ก ข้อดีคือ หลังผ่าตัดเมื่อคนไข้ฟื้นขึ้นมาก็สามารถทานอาหารได้ทันที และพักดูอาการประมาณ 2 ชั่วโมง หากแพทย์ประเมินแล้วว่าไม่มีภาวะเสี่ยง มีอาการเจ็บไม่มาก และสามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยา ก็สามารถกลับบ้านได้เลย
อาการแบบไหนที่น่าสงสัยว่าเป็นนิ่วถุงน้ำดี?
อาการที่ควรสงสัยว่าเป็นนิ่วถุงน้ำดี คือ อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือที่คนส่วนใหญ่มักเรียกว่า “อาหารไม่ย่อย” โดยเฉพาะหลังทานอาหารมื้อหนัก หรือกินอาหารมันๆ โดยเฉพาะถ้ามีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวาต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ที่สำคัญคือคนส่วนหนึ่งมักเข้าใจผิดว่า เป็นโรคกระเพาะ และมัวแต่หลงกินยารักษาโรคกระเพาะ แต่การมีนิ่วในถุงน้ำดีที่มีอาการปวดแล้ว ก็เปรียบเสมือนมีระเบิดเวลา จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทำการรักษา ก่อนจะมีอาการปวดรุนแรงและมีไข้ ซึ่งมักหมายถึงถุงน้ำดีอักเสบแล้ว จนอาจทำให้ต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
ผศ.นพ.ธัญเดช นิมมานวุฒิพงษ์
แพทย์หัวหน้าศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ASIT
ศูนย์ศัลยกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง
โรงพยาบาลพญาไท 3
