เช็กลิสต์!! คุณเสี่ยง “มีลูกยาก” หรือเปล่า

Image

แชร์


เช็กลิสต์!! คุณเสี่ยง “มีลูกยาก” หรือเปล่า

ภาวะมีบุตรยากกลายเป็นปัญหาของคู่แต่งงานหลายคู่ในปัจจุบัน ภาวะนี้คือการที่สามีและภรรยามีเพศสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่คุมกำเนิดอย่างน้อย 12 เดือน แต่ก็ยังไม่ตั้งครรภ์ พบได้ประมาณ 10-20% พญ.นพรัตน์ ไชยบูรณะพันธ์กุล สูตินรีแพทย์ เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้มีบุตรยาก และเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลพญาไท 3 บอกว่า หากใครที่ถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะหาสาเหตุเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป โดยสาเหตุนั้นเกิดจากทั้งสองฝ่าย

 

สาเหตุที่ผู้ชายมีบุตรยาก

  • เคยติดเชื้อคางทูม
  • เคยติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
  • มีเส้นเลือดที่ถุงอัณฑะ
  • โรคทางพันธุกรรม
  • การใช้ยาบางประเภท
  • การดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด
  • อวัยวะไม่แข็งตัว หรือไม่สามารถหลั่งอสุจิได้
  • มีภาวะอัณฑะผิดปกติแต่กำเนิด เช่น อัณฑะไม่ลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ

 

สาเหตุที่ผู้หญิงมีบุตรยาก

  • ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ
  • การใช้ยาบางประเภท
  • การดื่มเหล้า สูบบุหรี่จัด
  • เคยผ่าตัดมดลูกและรังไข่
  • ภาวะท่อนำไข่ตัน หรือบวมรุนแรง
  • มีเนื้องอกมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่ขนาดใหญ่
  • ปวดประจำเดือนรุนแรง มีภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่
  • ประจำเดือนผิดปกติ ไม่สม่ำเสมอ หรือมามากกว่าปกติ

 

2 เทคนิคยอดนิยม… เปิดโอกาสการตั้งครรภ์

เทคโนโลยียอดนิยม ที่มักใช้รักษาภาวะมีบุตรยากในปัจจุบัน มี 2 วิธี คือ

  • การผสมเทียม (IUI : Intra-uterine insemination) เป็นการฉีดเชื้ออสุจิที่ผ่านกระบวนการเตรียมตัว เข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง ในช่วงที่มีการตกไข่ เพื่อให้อสุจิและไข่ปฏิสนธิในร่างกาย โดยแพทย์จะใช้ในกรณีที่ฝ่ายชายควรจะมีตัวอสุจิที่เคลื่อนไหวดี มากกว่า 10 ล้านตัว และฝ่ายหญิงต้องมีท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
  • การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF : In Vitro Fertilization) เป็นการนำเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิง และเซลล์อสุจิของฝ่ายชายมาปฏิสนธินอกร่างกาย เลี้ยงตัวอ่อนที่ได้ เมื่ออายุครบ 3-5 วันจะคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้ตัวอ่อนฝังตัวต่อไป วิธีนี้เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ 30-50% แต่ก็เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน และค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน
Loading...

แชร์


Loading...