Unexplained and non responsive breathlessness in young adults
คุณเคยรู้สึกไหมว่าร่างกายของคุณกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง แต่คุณไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร ? เรื่องราวของคุณธัญชนก เลอไกรสิทธิ์ (กิ๊ก) ที่ต้องผ่านการค้นหาสาเหตุอาการเจ็บป่วย จากปัญหาสุขภาพ ยาวนานนับปี จนกระทั่งได้พบกับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและเข้ารับการรักษาที่เหมาะสม จนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้
จุดเริ่มต้นของปัญหากับอาการ เหนื่อยง่าย – จุกแน่นหน้าอก
“อาการเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกว่าร่างกายของตนเองผิดปกติ คือ เหนื่อยง่าย – ออกกำลังกายได้น้อยลง ช่วงแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งมีมากขึ้น เริ่มรู้สึกจุกที่คอ หายใจไม่ค่อยออก โดยเฉพาะเวลา นอน กลายเป็นปัญหาการนอน ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัดสินใจพบแพทย์ค่ะ ครั้งแรกที่พบแพทย์ จากอาการที่เป็นเบื้องต้นสันนิษฐานว่าจะอาจเป็น “โรคกรดไหลย้อน” เพราะอาการคล้าย ๆ กัน จึงไปปรึกษาแพทย์รักษาโรคกรดไหลย้อน และเข้ารับการรักษาโรคกรดไหลย้อนมาโดยตลอด ทั้งรับประทานยา ปรับพฤติกรรม ไปจนถึงการตรวจวัดภาวะความเป็นกรด ที่ต้องใส่สายวัดสอดผ่านทางจมูกลงในหลอดอาหารและทิ้งค้างไว้ เพื่อเก็บสัญญาณการติดตามวัดค่า 24 ชั่วโมง ว่ามีภาวะกรดเกินมากน้อยแค่ไหน
ช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่ทรมานมากค่ะ จากผลตรวจพบว่าเรามีกรดเกินจริง แต่ก็ไม่มาก ทำให้บทสรุปเบื้องต้นในตอนนั้นออกมาว่าน่าจะเกิดจากกรดไหลย้อนตามที่คาดการณ์ จึงพยายามรักษาโรคกรดไหลย้อนต่อไปอีก ซึ่งใช้เวลารักษานานเป็นปีค่ะ แต่สุดท้ายอาการก็ยังเป็นเหมือนเดิม อาการเหนื่อยง่าย จุกแน่นที่คอ ตอนนอนก็ยังคงอยู่”
จุดเปลี่ยนที่ทำให้พบโรคที่แท้จริง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีคนแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคปอด
“มีคนแนะนำให้ลองปรึกษาหมอปอดดูค่ะ ก็เลยได้มีโอกาสมาพบกับคุณหมอ วินัย โบเวจา ซึ่งคุณหมอก็สอบถาม ซักประวัติ ถามอาการอย่างละเอียด แต่อาการแสดงของเราก็ไม่ได้ระบุได้ชัดเจนว่าเป็นโรคอะไร เมื่อไม่มีอาการที่เฉพาะเจาะจง คุณหมอก็พยายามไล่หาความผิดปกติ เริ่มจากการเป่าปอด ตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Tests : PFTs) เพื่อดูระบบการหายใจ เพราะเรามีอาการเหนื่อย จึงเช็กดูว่าปอดเราผิดปกติหรือไม่ ซึ่งผลออกมาก็ดูผิดปกตินิดหน่อยเท่านั้น แต่คุณหมอก็มองว่าปอดน่าจะมีความผิดปกติอะไรบางอย่าง แต่บอกชัดเจนไม่ได้ ต้องดูภายในอย่างละเอียดประกอบ คุณหมอจึงแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม ด้วยการทำ CT Scan”
“พอหมอแนะนำให้ CT Scan ตอนแรกเรายังลังเลที่จะทำการตรวจ เพราะรู้สึกกลัวด้วย บวกกับมีความคิดว่าตัวเองคงไม่ได้เป็นอะไรหนักขนาดนั้น แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจตรวจ เพราะพอกลับไปตอนกลางคืน เวลาจะนอนก็นอนไม่ได้อีกค่ะ เพราะมีอาการจุกและแน่นหน้าอกที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ วันรุ่งขึ้นจึงตัดสินใจกลับไปพบคุณหมออีกครั้งและยอมทำ CT Scan”
ผลตรวจทำให้เข้าใกล้สาเหตุของโรคได้มากขึ้น
“ก่อนตรวจ CT Scan หมอก็ให้ข้อมูลว่า CT Scan ไม่ได้น่ากลัว ข้อดีคือให้เห็นภายในร่างกายอย่างละเอียด จะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นอะไร เพื่อทำการแก้ไขและรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งผลการตรวจ CT Scan เผยให้เห็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดมาก่อนค่ะ”
“ผลออกมาว่าในช่วงจังหวะที่เราหายใจออก หลอดลมมันผิดปกติ มันดูแบน รูปทรงของหลอดลมแปลกไป คุณหมอก็เช็กตรวจสุขภาพเราอีกครั้ง ซึ่งการตรวจครั้งนี้ได้นำไปสู่การการวินิจฉัยที่แท้จริง คือเรามีปัญหาภาวะอกบุ๋ม ค่ะ”
จริง ๆ แล้ว อกบุ๋ม เป็นโรคที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิดค่ะ แต่เราไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าถามว่าเคยสังเกตเห็นว่าหน้าอกของตัวเองดูต่างจากคนอื่นไหม ก็สังเกตเห็นจากตอนใส่ชุดว่ายน้ำว่าบริเวณช่วงอกเราบุ๋มลงมากกว่าคนอื่น แต่คิดว่าเป็นแค่เรื่องของโครงสร้างร่างกาย ไม่เคยคิดว่าจะกระทบกับปัญหาสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน”
“คุณหมอวินัยอธิบายว่า แท้จริงแล้วที่เราเหนื่อย จุกแน่นอก อาจมาภาวะอกบุ๋มของเรารุนแรงมากพอที่จึงส่งผลกระทบต่อแรงดันในทรวงอก ซึ่งในที่สุดนำไปสู่การกดทับทับของหลอดลมขณะหายใจออกค่ะ”
“เพื่อให้แน่ใจในการวินิจฉัย คุณหมอวินัยแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติม ด้วยส่องกล้องทางปอดและตรวจสมรรถภาพปอด เพื่อประเมินว่ากระดูกกดเบียดปอดหรือไม่ เพราะเคสแบบเราค่อนข้างหายาก น้อยมากที่อกบุ๋มแล้วไปกดทับหลอดลมจนเกิดปัญหา ซึ่งเมื่อตรวจดูพบว่าอกบุ๋มที่ลง สามารถส่งผลกระทบต่อแรงดันในทรวงอก และกดทับหลอดลมขณะหายใจออกจริง ๆ ค่ะ”
เมื่อพบสาเหตุที่แท้จริง จึงรักษาได้อย่างตรงจุด
“เมื่อการวินิจฉัยชัดเจนแล้ว คุณหมอวินัยแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสม คือ วิธีผ่าตัดค่ะ แต่เป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้น่ากลัว เป็นการผ่าแบบแผลเล็ก Nuss Procedure ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องโดยใช้แท่งโลหะผ่านใต้กระดูกหน้าอก ดามกระดูกที่บุ๋มขึ้นมา เพื่อลดแรงดันในทรวงอกและการกดเบียดของหลอดลม”
บทสรุปการรักษาที่ตรงจุดคือการผ่าตัด
“ยอมรับค่ะว่ากลัว เพราะถ้าพูดถึงการผ่าตัด ก็มักมีความเสี่ยง และมีเรื่องที่ทำให้กังวล เพราะโดยปกติเราชอบทำกิจกรรมมาก ชอบดำน้ำ ปีนเขา ทำกิจกรรมที่ค่อนข้างผาดโผน ก็กลัวว่าหลังผ่าตัดจะยังสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมไหม ซึ่งการได้กำลังจากแพทย์ช่วยคลายความกังวลได้มาก คุณหมอให้ข้อมูลละเอียดมาก ทำให้คลายกังวลไปได้เยอะ หลังผ่าตัด พักฟื้นดูแลตัวเองดี ๆ ประมาณ 6 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะสามารถกลับมาทำกิจกรรมได้แทบจะปกติทั้งหมด แม้ช่วงฟื้นฟูจะมีข้อจำกัดบ้าง เช่น การปีนผา หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกระแทก ที่ยังต้องงดอยู่ แต่ยังสามารถไปดำน้ำได้ ซึ่งก็โอเคมากสำหรับเรา”
มาวันนี้รักษาโรคได้แล้ว ขอบคุณหมอที่หาสาเหตุจนเจอ
“อยากขอบคุณ คุณหมอวินัยที่ใส่ใจและเชื่อว่าเราเจ็บป่วยจริง ๆ เราอยากหายจากโรคจริง ๆ จึงพยายามหาสาเหตุที่แท้จริงจนเจอ เพราะตลอดการรักษา กว่าจะมาเจอคุณหมอวินัยเรารักษาแบบสุดทางไปหลายรูปแบบ แต่เป็นการรักษาที่ไม่ตรงจุด”
“ตอนแรกหมอก็กังวลว่าเราจะคิด คุณหมอจึงขอนัดพบคุณแม่เพื่อทราบประวัติเพิ่มเติม จากนั้นจึงร่วมกันตัดสินการหาสาเหตุอย่างละเอียด ซึ่งคุณหมอค่อนข้างใส่ใจ รับฟังเรา เชื่อว่าอาการจุก แน่นหน้าอก ของเราเกิดขึ้นจริง ๆ ทำให้เราทุกข์ทรมานในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งภายหลังกลับมาคุยกับคุณหมอ คุณหมอบอกว่าตอนนั้นหน้าเรามันฟ้องว่ารู้สึกทรมานกับอาการเจ็บป่วยนี้จริง ๆ จึงเชื่อและพยายามหาสาเหตุเพื่อให้เราพ้นจากความทรมานนี้ ”
มาวันนี้การเดินทางอันยาวนานในการค้นหาสาเหตุของอาการผิดปกติจบลงแล้ว
“ปัจจุบันไม่มีอาการเจ็บป่วยแบบเดิมรบกวนแล้ว ตอนนี้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมากเลยค่ะ รู้สึกโล่งใจมากที่ในที่สุดก็รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และรักษาได้อย่างตรงจุดจนหายค่ะ”
Dr.talk : นพ.วินัย โบเวจา
ภาวะหายใจลำบากหายใจไม่สุด (ที่ตรวจแล้วรักษาแล้วยังไม่หาย ) ในวัยกลางคน
“unexplained and non responsive breathlessness in young adults
ภาวะหายใจลำบาก หายใจไม่สุด ในวัยกลางคน พบได้ไม่น้อย และสาเหตุที่มักจะพบอยู่เป็นประจำคือภาวะหอบหืด หลอดลมอักเสบ กรดไหลย้อน
สาเหตุอื่นที่พบได้น้อยแต่ยังคงพบอยู่เรื่อย ๆ คือ ภาวะการกดทับหลอดลม ซึ่งก่อให้เกิดอาการ หายใจไม่สุดหายใจลำบากอันเนื่องมาจากมีสาเหตุการกดทับหลอดลม ที่พบบ่อย เกิดจากก้อนต่อมน้ำเหลืองโต ภาวะไทรอยด์โต มะเร็งเป็นต้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า มีผู้ป่วยวัยกลางคนอีกหลายรายที่มาด้วยเรื่องอาการหายใจไม่สุด ตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดครบถ้วนแต่ยัง ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเมื่อซักประวัติเพิ่มเติมมักจะสัมพันธ์กับภาวะเครียด ปัญหาทางสุขภาพจิต หรือภาวะหลงเชื่อ เช่น somatoform disorder
ดังนั้นจึงเป็นจุดยากสำหรับแพทย์ ในการหาสาเหตุและดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหายใจหอบเหนื่อยหายใจไม่สุดแต่ตรวจไม่พบสาเหตุ บางครั้งการทำ CTสแกนปอดประเมินรูปร่างของหลอดลม ควบคู่กับการส่องกล้องทางเดินหายใจอาจเป็นทางออกในการประเมินหาสาเหตุ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ครับ
การซักประวัติตรวจร่างกายอย่างละเอียด ควบคู่กับการซักประวัติของคนอยู่ร่วมอาจจะช่วยคัดกรองภาวะวิตกกังวลได้ เนื่องจากผู้ที่อยู่ร่วมบ้านเพิ่มน้ำหนักให้กับแพทย์ว่าผู้ป่วยมีภาวะวิตกกังวลจริงหรือไม่ หากไม่พบพบสามารถเดินหน้าต่อหาสาเหตุซึ่งต้องอาศัยการตรวจค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นครับ
