เจาะลึกทำตา 2 ชั้น เทคนิคไหนดี ? แก้ตาง่วง-ชั้นตาตก

Image

แชร์


เจาะลึกทำตา 2 ชั้น เทคนิคไหนดี ? แก้ตาง่วง-ชั้นตาตก

การทำตาสองชั้น หรือ ศัลยกรรมตา 2 ชั้น เป็นหนึ่งในศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชีย เนื่องจากคนเอเชียส่วนใหญ่มีโครงสร้างเปลือกตาที่ทำให้ดวงตาดูเล็กหรือตาชั้นเดียวตามธรรมชาติ การทำตา 2 ชั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเปลือกตาได้จริง

 

ศัลยกรรมตา 2 ชั้น คืออะไร ?

ทำตาสองชั้นหรือ ศัลยกรรมตา 2 ชั้น (Double Eyelid Surgery หรือ Asian Blepharoplasty) คือการผ่าตัดบริเวณเปลือกตาบน เพื่อสร้างรอยพับของชั้นตาให้ชัดเจนขึ้น โดยอาจมีการปรับโครงสร้างเปลือกตาร่วมด้วย เช่น การตัดหนังตาส่วนเกิน การนำไขมันออก หรือการปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล

 

การทำตา 2 ชั้นครอบคลุมหลายขั้นตอนที่แพทย์อาจพิจารณาควบคู่กัน ได้แก่

  • การสร้างรอยพับเปลือกตา (Supratarsal Crease Formation)
  • การตัดหนังตาส่วนเกิน (Blepharoplasty)
  • การลดไขมันรอบดวงตา (Orbital Fat Removal)
  • การแก้ไขกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Ptosis Correction)
  • การเปิดหัวตา/หางตา (Epicanthoplasty / Lateral Canthoplasty)

การผ่าตัดแต่ละเคสอาจแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และโครงสร้างดวงตาของผู้รับการรักษาแต่ละคน

 

ทำตาสองชั้นช่วยแก้ปัญหาใดได้บ้าง ?

การทำตา 2 ชั้นไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและการมองเห็นได้หลายกรณี ดังนี้

  • ตาชั้นเดียว (Monolid) ไม่มีรอยพับเปลือกตาตามธรรมชาติ ทำให้ตาดูเล็กหรือตาบวม สามารถสร้างชั้นตาได้ด้วยการเย็บหรือกรีด
  • ตาไม่เท่ากัน (Asymmetrical Eyes) ตาสองข้างมีชั้นตาไม่สมมาตร อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหรือไขมันที่ไม่เท่ากัน แพทย์สามารถปรับให้สมมาตรได้
  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) เปลือกตาตกปิดบังรูม่านตา อาจส่งผลต่อการมองเห็น ต้องแก้ด้วยการขันกล้ามเนื้อยกเปลือกตา
  • หัวตาปิด / ตาเล็ก พังผืดหัวตา (Epicanthal fold) ปิดบังหัวตา ทำให้ตาดูสั้นหรือเล็ก แก้ไขด้วยการเปิดหัวตา (Epicanthoplasty)
  • ชั้นตาตก / ไขมันตาเยอะ หนังตาหย่อนคล้อยหรือไขมันใต้เปลือกตาเยอะ ทำให้ตาดูล้าหรือแก่กว่าวัย ต้องกรีดเพื่อจัดการโครงสร้าง

 

การทำตา 2 ชั้น ช่วยแก้ปัญหาตาง่วงได้ไหม ?

คำว่า “ตาง่วง” ในที่นี้หมายถึงเปลือกตาตก (Ptosis) ซึ่งเป็นภาวะที่กล้ามเนื้อ Levator Palpebrae ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เปลือกตาบนปิดลงมาปิดบังรูม่านตา บางรายถึงขั้นส่งผลต่อการมองเห็น

 

การทำตา 2 ชั้นสามารถแก้ปัญหาตาง่วงได้ในกรณีที่เกิดจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยแพทย์จะทำ Ptosis Correction ร่วมกับการสร้างชั้นตา อย่างไรก็ตาม หากตาง่วงเกิดจากโรคทางระบบประสาทหรือสาเหตุอื่น ต้องได้รับการประเมินและรักษาต้นเหตุก่อน

 

เทคนิคทำตา 2 ชั้น มีกี่แบบ ? แบบไหนนิยม ผลลัพธ์ดี ?

หลัก ๆ มี 3 เทคนิคหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างเปลือกตาของแต่ละบุคคล ไม่ใช่ชื่อเทคนิค

เทคนิค เหมาะกับใคร ข้อดี ข้อจำกัด
เย็บจุด

(Non-incision)

หนังตาบาง ไขมันไม่มาก ต้องการพักฟื้นเร็ว บวมน้อย

ไม่มีรอยแผล

ไม่เหมาะหนังตาหนา

หนักตามาก ๆ

กรีดสั้น

(Mini-incision)

ต้องการปรับชั้นตาและจัดการไขมันบางส่วน แผลสั้น จัดการไขมันได้บ้าง คงทนกว่าเย็บ ข้อจำกัดในการแก้โครงสร้างมาก
กรีดยาว

(Full-incision)

หนังตาเยอะ ไขมันมาก ชั้นตาตก หรือต้องแก้โครงสร้าง จัดการปัญหาได้ครบ คงทนที่สุด พักฟื้นนานกว่า มีรอยแผล (จางตามเวลา)

ทั้งนี้ ไม่มีเทคนิคไหน “ดีที่สุด” โดยสมบูรณ์ เทคนิคที่ดีที่สุดคือเทคนิคที่เหมาะกับปัญหาเฉพาะของคุณ ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนเสมอ

 

อยากทำตา 2 ชั้นต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?

การตัดสินใจทำตา 2 ชั้นที่ไหนดี ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

  • เทคนิคการทำ

เทคนิคการทำตาสองชั้นในแต่ละเคสต้องตรงกับปัญหาจริง ไม่ใช่แค่ความนิยม หากมีหนังตาเยอะ ไขมันเยอะ หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การเย็บอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แพทย์ต้องประเมินว่าปัญหาหลักคืออะไรและเทคนิคใดแก้ได้ตรงจุด

  • ตัวแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด

แพทย์ที่ดีต้องไม่ดูแค่ความสูงของชั้นตา แต่ต้องประเมินโครงสร้างรอบดวงตาทั้งหมด ทั้งหนังตา ไขมันตา กล้ามเนื้อ และความสมมาตร รวมถึงต้องสื่อสารกับผู้ป่วยถึงความคาดหวังที่สมเหตุสมผล

  • โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล

ต้องมีมาตรฐานทางการแพทย์ที่ครบถ้วน ได้แก่ ความสะอาดของห้องผ่าตัด เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ระบบดูแลหลังผ่าตัด และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การทำในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

 

นอกจากนี้อีกหลักการสำคัญคือการทำตาที่ดีควรทำให้ตาดูสดใสขึ้น แต่ยังคงเป็นตัวเองตามธรรมชาติ ไม่ดูฝืนหรือผิดสัดส่วนกับใบหน้า

 

สำหรับใครกำลังสนใจศัลยกรรมตา 2 ชั้น  แต่ยังไม่แน่ใจว่าเทคนิคไหนเหมาะกับตัวเอง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและประเมินอย่างละเอียดก่อน ที่ศูนย์ศัลยกรรมความงาม โรงพยาบาลพญาไท 3 เราจะช่วยออกแบบผลลัพธ์ที่เหมาะกับคุณ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความเป็นธรรมชาติ และมาตรฐานการดูแลแบบโรงพยาบาล

 

ทำตา 2 ชั้น ต้องพักฟื้นหรือนอนโรงพยาบาลหรือไม่ ?

โดยทั่วไปการทำตา 2 ชั้น ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียวกันหากไม่มีภาวะที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ต้องมีเวลาพักฟื้นที่บ้านอย่างเพียงพอ

  • วันที่1-3 บวมและช้ำสูงสุด ช่วงนี้เปลือกตาจะบวมมากที่สุด อาจมีรอยช้ำรอบตา เป็นเรื่องปกติ ควรพักและประคบเย็นตามคำแนะนำแพทย์
  • วันที่ 3-7 อาการเริ่มดีขึ้น บวมลดลงเรื่อยๆ หากใช้เทคนิคเย็บหรือกรีดสั้น หลายคนกลับมาทำงานในสัปดาห์แรกได้
  • 1-2 สัปดาห์ ตัดไหมและฟื้นตัวมากขึ้น โดยทั่วไปจะมีนัดตัดไหมในช่วงนี้ บวมลดลงชัดเจน เริ่มเห็นรูปร่างชั้นตาแล้ว
  • 1-3 เดือน ผลลัพธ์เข้าที่ ชั้นตาจะเข้าที่และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น รอยแผลจางลง ผลลัพธ์สุดท้ายจะเห็นชัดในช่วงนี้

แนวทางดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้น ?

สิ่งที่ควรทำ

  • ประคบเย็นในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรกตามคำแนะนำแพทย์ (ไม่ประคบโดยตรงบนแผล)
  • นอนหนุนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม
  • รับประทานยาที่แพทย์สั่งให้ครบและตรงเวลา
  • ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณแผลตามคำแนะนำ
  • มาตามนัดตัดไหมและตรวจติดตามผลทุกครั้ง

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ขยี้หรือถูบริเวณตาโดยเด็ดขาด
  • แต่งตา ใส่ขนตาปลอม หรือใส่คอนแทคเลนส์ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • ออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • โดนน้ำโดยตรงที่บริเวณแผลในช่วงแรก
  • สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะส่งผลต่อการหายของแผล

ถ้ามีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงมากขึ้น ตามัว เลือดออก หรือแผลมีหนอง ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำตา 2 ชั้น

Q : คนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ผ่าตัดได้ไหม ?

A : บางรายทำได้ครับ แต่ต้องผ่านการประเมินก่อนผ่าตัดและควบคุมโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย โดยเบาหวานอาจทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ ความดันโลหิตสูงอาจเพิ่มโอกาสเลือดออกหรือช้ำมากขึ้น ส่วนผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเสมอ เพื่อวางแผนหยุดหรือปรับยาอย่างปลอดภัย การตรวจประเมินก่อนผ่าตัดจึงมีความสำคัญมากสำหรับกลุ่มนี้

Q : ตาสามชั้นคืออะไร แก้ไขอย่างไร ?

A : ตาสามชั้น (Triple Eyelid) คือภาวะที่เปลือกตามีรอยพับมากกว่าหนึ่งชั้น ทำให้ดูเหมือนมีชั้นตา 3 ชั้น มักเกิดจากหนังตาหย่อน ไขมันที่กระจายไม่สม่ำเสมอ หรืออาจเกิดจากการทำตาครั้งก่อนที่ไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ การแก้ไขต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจต้องใช้การกรีดและจัดโครงสร้างเปลือกตาใหม่

 

Q : ทำตาสองชั้นอันตรายไหม มีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ ?

A : การทำตา 2 ชั้นเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่ออยู่ในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การติดเชื้อ เลือดออกมากผิดปกติ ผลลัพธ์ไม่สมมาตร หรือรอยแผลเป็นที่ชัดเกินไป อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อยมากเมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังผ่าตัด

Q : ทำตา 2 ชั้นแล้วเจ็บปวดมากไหม ?

A : ระหว่างผ่าตัด แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ดังนั้นผู้รับการรักษาจะไม่รู้สึกเจ็บ หลังผ่าตัดอาจมีความรู้สึกตึงหรือปวดเล็กน้อยในช่วง 1–2 วันแรก ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งให้ โดยทั่วไปความรู้สึกไม่สบายจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์แรก

Q : ทำตา 2 ชั้นได้อายุเท่าไหร่ ?

A : ไม่มีข้อกำหนดอายุขั้นต่ำที่ตายตัว แต่โดยทั่วไปแพทย์มักรอให้ผู้รับการรักษาอายุ 18 ปีขึ้นไปเพื่อให้ใบหน้าและโครงสร้างตาเติบโตเต็มที่แล้ว ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองและการพิจารณาเฉพาะกรณี ส่วนผู้สูงอายุสามารถทำได้ขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมและผลการประเมินก่อนผ่าตัด

 

ทำตา 2 ชั้น สวยงาม ปลอดภัย ควรแพทย์ประเมินก่อนเสมอ

การทำตา 2 ชั้น ไม่ใช่เพียงการผ่าตัดเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเปลือกตาที่ส่งผลต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตได้จริง ไม่ว่าจะเป็นตาชั้นเดียว ตาไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือหนังตาตก

 

สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินใจคือการเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูสดใส เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุดสำหรับ

 

เอกสารอ้างอิง

  • American Society of Plastic Surgeons. (2023). Eyelid Surgery (Blepharoplasty). org
  • Chen, W.P. (2016). Asian Blepharoplasty and the Eyelid Crease (3rd ed.). Elsevier Saunders.
  • American Academy of Ophthalmology. (2023). Ptosis (Drooping Eyelid). org
  • Liao, S.L. & Wei, Y.H. (2013). Ptosis repair in Taiwanese patients with excellent levator function. Eye, 27(11), 1288–1293.
  • Kim, D.W. & Bhatki, A.M. (2009). Upper blepharoplasty in the Asian eyelid. Facial Plastic Surgery Clinics, 17(1), 111–117.

 

 

นพ. ดุลยณัฐ อรัณยะปาล
ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศัยกรรมตกแต่ง
(Plastic and Reconstructive)

แชร์


Loading...

เจาะลึกทำตา 2 ชั้น เทคนิคไหนดี ? แก้ตาง่วง-ชั้นตาตก