Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คืออะไร? รู้จักการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง และประโยชน์ทางการแพทย์

Image

แชร์


การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (Hyperbaric Oxygen Therapy – HBOT) คือการให้ผู้ป่วยหายใจรับออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ในขณะที่นอนอยู่ในห้องปรับความดันอากาศ (Hyperbaric Chamber) ซึ่งมีความดันภายในสูงกว่าความดันบรรยากาศปกติ

 

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง (HBOT) มีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกาย ?

​สภาวะนี้จะช่วยให้ละอองออกซิเจนละลายเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลดีต่อร่างกายดังนี้:

  • เร่งการสมานแผล เหมาะสำหรับแผลเรื้อรังจากเบาหวาน หรือแผลที่หายยาก
  • รักษาภาวะฟองอากาศในเลือด มักใช้รักษาโรคน้ำหนีบ (Decompression Sickness) ในกลุ่มนักดำน้ำ
  • ลดการบวมและอักเสบ ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่ขาดออกซิเจนหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง
  • ​กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดเชื้อโรค

สำหรับโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ปัจจุบันการรักษาด้วยออกซิเจนแรงดันสูง (HBOT: Hyperbaric Oxygen Therapy) ถูกนำมาใช้ใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การรักษาทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลของ UHMS และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูร่างกาย (Preventive & Wellness Care) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านความรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการรักษา และความสะดวกสบายของผู้รับบริการ

1. กลุ่มโรคมาตรฐาน (สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกันสุขภาพได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

กลุ่มนี้เป็นโรคที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจน และมักได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันสุขภาพ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์) โดยการรักษาด้วย HBOT (Hyperbaric Oxygen Therapy) สามารถนำมาใช้ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้:

  • แผลเรื้อรังและเบาหวาน: โดยเฉพาะแผลบริเวณเท้าที่หายยาก ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและการตัดอวัยวะ
  • ​หูดับเฉียบพลัน: การสูญเสียการได้ยินกระทันหัน (ควรรับการบำบัดภายใน 2 สัปดาห์แรก)
  • การฟื้นฟูเนื้อเยื่อหลังฉายรังสี: เช่น แผลในปากหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการรักษามะเร็ง
  • ​แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก: ช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และเร่งการสร้างผิวหนังใหม่
  • ​โรคจากการดำน้ำ (Bends): ช่วยลดฟองอากาศในกระแสเลือดและฟื้นฟูการไหลเวียนของออกซิเจน

2. กลุ่มการดูแลสุขภาพเชิงรุกและฟื้นฟู (Preventive & Regenerative Wellness Care)

​มักถูกจัดอยู่ในรูปแบบ Wellness Package ซึ่งโดยทั่วไปไม่สามารถเบิกค่ารักษาจากประกันสุขภาพได้ แต่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีจุดเด่นในการดึงดูดผู้รับบริการ ดังนี้

  • Post-Surgery Recovery (ฟื้นฟูหลังผ่าตัดและศัลยกรรม) ช่วยลดอาการบวม แดง ช้ำ หลังการทำศัลยกรรม เช่น เสริมหน้าอก ศัลยกรรมใบหน้า หรือการผ่าตัดใหญ่ พร้อมเร่งการสมานแผลให้เร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
  • Sports Medicine & Recovery (เวชศาสตร์การกีฬา) ฟื้นฟูกล้ามเนื้อจากการบาดเจ็บหรือความล้าสะสมจากการออกกำลังกายหนัก ช่วยให้กลับมาใช้งานร่างกายได้เร็วขึ้น
  • Brain Health & Energy Boost (สมองและพลังงาน) ช่วยลดอาการล้าสะสม (Brain Fog), บรรเทาอาการ Office Syndrome และส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ
  • Anti-Aging & Longevity (ชะลอวัยและฟื้นฟูระดับเซลล์) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดความเสื่อมของเซลล์ และลดสารอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress)

 

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ การรักษาแบบ Hyperbaric Oxygen Therapy

  1. HBOT คืออะไร ?

HBOT (Hyperbaric Oxygen Therapy) คือการรักษาด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ภายใต้ความดันสูง ช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือดและฟื้นฟูร่างกายในระดับเซลล์

 

  1. HBOT ช่วยรักษาอะไรได้บ้าง ?

สามารถใช้ได้ทั้งในกลุ่มโรคทางการแพทย์ เช่น แผลเบาหวาน แผลเรื้อรัง หูดับเฉียบพลัน และกลุ่ม Wellness เช่น ฟื้นฟูร่างกาย ชะลอวัย และเพิ่มพลังงาน

 

  1. HBOT ปลอดภัยหรือไม่ ?

HBOT เป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมผู้ชำนาญการ

 

  1. HBOT เหมาะกับใครบ้าง ?

เหมาะทั้งผู้ป่วยที่ต้องการรักษาโรค และผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟูร่างกาย หรือชะลอวัย

 

  1. HBOT ต่างจากการให้ออกซิเจนทั่วไปอย่างไร ?

HBOT ใช้แรงดันสูง ทำให้ออกซิเจนละลายในเลือดได้มากกว่าการให้ออกซิเจนแบบปกติหลายเท่า

แชร์


Loading...