บอกลาปัญหาสายตา ด้วย Relex SmartSight เทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมระบบ AI

Image

แชร์


การทำเลสิก เป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมีความปลอดภัย และแม่นยำ แม้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีอยู่แล้ว แต่ในทางการแพทย์ก็ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้มีการนำเทคโนโลยี SmartSight มาต่อยอดจากการผ่าตัดแบบ ReLEx ที่ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตาสั้นและเอียง สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจน โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ ที่สำคัญมีความแม่นยำสูงขึ้น ผลการรักษาผ่าตัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น เจ็บน้อยลง แผลเล็กลง และฟื้นตัวได้เร็วกว่า

 

ทำความรู้จักเทคโนโลยี SmartSight (ReLEx)

เทคโนโลยี SmartSight เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติแบบไร้ใบมีดและแผลเล็ก ที่อัพเกรดความสามารถที่ได้ผลดีกว่าเดิม ทำงานโดยใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งความโค้งกระจกตา ด้วยการแยกชั้นกระจกตาให้เป็นเลนส์ในเนื้อกระจกตา (Lenticule) แล้วนำเนื้อกระจกตาส่วนเกินออกผ่านช่องแผลขนาดเล็ก เพียง 2-4 มิลลิเมตรเท่านั้น

ความโดดเด่นของ เทคโนโลยี SmartSight อยู่ที่การให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากการผ่าตัดแบบ ReLEx โดยการเสริมให้มีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยควบคุมและคำนวณการแยกชั้นกระจกตาให้เป็นเลนส์ รวมถึงมีระบบการจดจำรูม่านตา ติดตามการเคลื่อนไหวและการหมุนของดวงตา ก่อนทำการผ่าตัดและขณะทำการผ่าตัดจึงทำให้การรักษาแก้ไขปัญหาสายตามีความแม่นยำสูงขึ้น ได้ผลการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาสายตาเอียง

ความโดดเด่นของ เทคโนโลยี SmartSight อยู่ที่การให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกพัฒนาต่อยอดจากการผ่าตัดแบบ ReLEx โดยการเสริมให้มีระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยควบคุมและคำนวณการแยกชั้นกระจกตาให้เป็นเลนส์ รวมถึงมีระบบการจดจำรูม่านตา ติดตามการเคลื่อนไหวและการหมุนของดวงตา ก่อนทำการผ่าตัดและขณะทำการผ่าตัดจึงทำให้การรักษาแก้ไขปัญหาสายตามีความแม่นยำสูงขึ้น ได้ผลการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาสายตาเอียง

 

การผ่าตัดแบบ SmartSight (ReLEx) ต่างจาก LASIK อย่างไร ?

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษา SmartSight (ReLEx) มีหลักการเดียวกันกับการผ่าตัดด้วยวิธี LASIK แต่ใช้ Laser ในทุก ขั้นตอนของการผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเลสิคแบบไร้ใบมีด ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเพื่อแยกชั้นเหมือนวิธีเลสิคใบมีด แต่จะใช้เลเซอร์ตัดเนื้อกระจกตาเป็นชิ้นเลนส์ แล้วดึงออกผ่านแผลซึ่งมีขนาดเล็ก เพื่อปรับความโค้งกระจกตาให้เหมาะสม

เทคโนโลยี AI SmartSight สามารถช่วยเรื่องความแม่นยำ จึงมีลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการตาแห้ง, แสงกระจายในที่มืด, ความไม่คมชัดในที่แสงน้อยได้ เนื่องจากไม่มีการเปิดชั้นกระจกตา ความโค้งกระจกตาหลังการรักษา มีความใกล้เคียงธรรมชาติมาก

 

SmartSight แก้ไขปัญหาสายตาแบบไหนได้บ้าง ?

การผ่าตัดตาด้วยเลเซอร์ SmartSight สามารถแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติได้หลายแบบ ได้แก่

  • สายตาสั้น (Myopia) เป็นภาวะที่ลูกตายาวเกินไป ทำให้มองเห็นวัตถุใกล้ได้ชัด แต่มองเห็นวัตถุไกลไม่ชัด SmartSight สามารถแก้ไขสายตาสั้น ตั้งแต่ -0.5 0D ถึง -12.0 0D รวมถึงแก้ปัญหาสายตาสั้น ร่วมสายตาเอียง ตั้งแต่ -0.50D ถึง -14.0 0D
  • สายตาเอียง (Astigmatism) เกิดจากความโค้งของกระจกตาที่ผิดปกติ ทำให้ภาพที่เห็นเบลอ หรือเห็นเส้นตรงคดเอียง SmartSight สามารถแก้ไขสายตาเอียงได้ ตั้งแต่ -6.0 0D ถึง +6.0 0D

 

ข้อดี การผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วย SmartSight (ReLEx)

  • สามารถแก้ปัญหาสายตาได้หลายรูปแบบ ทั้งปัญหาสายตาสั้น สายตาเอียง
  • เป็นวิธีการผ่าตัดแบบไร้ใบมีด ทุกขั้นตอนการผ่าตัดจะใช้เลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง
  • ไม่รู้สึกเจ็บในขณะผ่าตัด ระยะพักฟื้นสั้น
  • สามารถกลับมามองเห็นได้ใกล้เคียงปกติ ประมาณ 2-4 ชม.
  • สามารถตรวจประเมิน และผ่าตัดในวันเดียวกัน (One day Surgery)
  • กระจกตามีความแข็งแรง เนื่องจากมีแผลเล็ก 2-4 mm. ลดความเสี่ยงของฝากระจกตาเคลื่อน
  • ความโค้งกระจกตาหลังการรักษา มีความใกล้เคียงธรรมชาติมากเนื่องจากไม่มีการเปิดกระจกตา
  • เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก ไม่ต้องทำการแยกชั้นกระจกตาเป็น flap
  • ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น อาการตาแห้ง, แสงกระจายในที่มืด,ความไม่คมชัดในที่แสงน้อย และเพิ่มความสบายตาของคนไข้ในขณะการผ่าตัด
  • เพิ่มคุณภาพของการมองเห็นหลังผ่าตัด (Quality of vision) และสามารถมีการมองเห็นที่ดีได้รวดเร็วขึ้น (Visual recovery)

รีวิวชีวิตใหม่ไร้กรอบ ด้วยเลสิก ไร้ใบมีด

 

ข้อจำกัดของการรักษาด้วยวิธี SmartSight (ReLEx)

ปัจจุบัน SmartSight ยังไม่สามารถรักษาภาวะสายตายาวโดยกำเนิดและสายตายาวตามอายุได้ ถ้ามีปัญหาสายตาดังที่กล่าวมานั้นแนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาด้วยวิธีการอื่นต่อไป

 

SmartSight เหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี
  • ในกรณีที่ผู้เข้ารับการรักษาอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีผู้ปกครองมาด้วย
  • ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น โรคกระจกตาย้วย, ตาแห้งอย่างรุนแรงและโรคตาอย่างอื่น เช่น จอประสาทตาเสื่อม,ต้อหิน,ต้อกระจก
  • ไม่มีโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรค SLE, โรค Sjogren’s syndrome, โรคสะเก็ดเงิน, โรคภูมิคุ้มกันเกินอื่นๆ รวมทั้งเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
  • ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ไม่อยู่ระหว่างการใช้ยาในการรักษาอาการทางจิตเวช มีความเข้าใจถึงการรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี SmartSight อย่างละเอียดและมีความคาดหวังที่เหมาะสม

 

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด SmartSight (ReLEx)

  • งดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา ตามประเภทของคอนแทคเลนส์และจำนวนวันที่กำหนด สามารถใช้แว่นสายตาแทนในระหว่างที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์
  • คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Lens) : ต้องงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 3-7 วันก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา
  • คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens) : ต้องงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วันก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา
  • ควรหยุดยาบางประเภท เช่น ยารักษาสิวชนิดรับประทานในกลุ่ม Isotretinoin เช่น Roaccutane, Acnotin, Isotret ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตาและก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือนเต็ม เนื่องจากยาชนิดนี้ส่งผลให้เยื่อบุตาต่าง ๆ แห้งกว่าปกติ รวมถึงผิวกระจกตาด้วย
  • หากใช้ยารักษาโรคประจำตัวอื่น ๆ ใดอยู่ กรุณาแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบในวันตรวจ เช่น ยาเบาหวาน, ยาลดความดัน, ยาลดไขมัน, ยาไทรอยด์ และยานอนหลับทุกประเภท แต่คนไข้ยังคงใช้ยาได้ตามปกติ ไม่ต้องหยุดยาใดๆ ก่อนวันตรวจและในวันตรวจ
  • ก่อนวันผ่าตัดไม่ควรใช้สายตามากเกินไปก่อนทำผ่าตัด เนื่องจากจะทำให้เกิดภาวะตาแห้ง
  • ควรงดการแต่งหน้า เขียนขอบตา ใส่น้ำมันหรือเจลที่ผม
  • ควรล้างหน้าและสระผมมาก่อนวันผ่าตัด 1 วันหรือในเช้าวันผ่าตัด

รีวิวขั้นตอนการทำเลสิกแบบ SmartSight

 

ขั้นตอนการรักษาผ่าตัดแก้ไขสายตา ด้วยวิธี SmartSight

ในขั้นตอนแรกของการรักษาเทคโนโลยี SmartSigh ระบบ AI จะทำการจดจำรูม่านตา ติดตามการเคลื่อนไหวและการหมุนของดวงตา จากนั้นจะทำการตรวจสอบหาตำแหน่งดวงตาของคนไข้ และยิงเลเซอร์เพื่อทำการแยกชั้นกระจกตาให้เป็นเลนส์ในเนื้อกระจกตา (Lenticule) เพื่อปรับความโค้งของกระจกตา ให้เหมาะสมกับค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข

การรักษาด้วยวิธี SmartSight จะไม่ทำลายผิวกระจกตาชั้นนอกสุด ทำการเปิดช่องแผลขนาดเล็ก 2-4 mm. แล้วนำชิ้นเลนส์เนื้อกระจกตา (Lenticule) ออกผ่านช่องแผลนั้น เมื่อเนื้อกระจกตาที่เป็นส่วนเกินถูกดึงออกไปแล้ว ผิวหน้าของกระจกตาจะปรับความโค้งใหม่ตามค่าสายตาที่ตั้งไว้

 

ข้อปฏิบัติหลังการรักษาด้วยวิธี SmartSight (ReLEx)

หลังผ่าตัดวันแรกควรกลับไปนอนพักและพักสายตาให้มากที่สุด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • ใส่ครอบตาด้วยพลาสติกครอบตาไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการขยี้ตาและป้องกันการกระแทก และให้ครอบตาเฉพาะตอนนอนประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • งดการทำงานหรือ กิจกรรมต่าง ๆ โดยสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น หลังมาพบแพทย์
  • หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • งดการล้างหน้า สระผม
  • ในกรณีที่ปวดตา สามารถรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งได้

 

หลังการรักษาปัญหาสายตา ด้วยวิธี SmartSight ดูแลตัวเองอย่างไร ?

  • รับประทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • สวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันฝุ่น ควัน ลม และแสงแดด ซึ่งถือเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้การมองเห็นไม่ดีขึ้น
  • ระวังอย่าให้น้ำเข้าตา 2 สัปดาห์ ห้ามว่ายน้ำหรือดำน้ำ 1 เดือน
  • ห้ามขยี้ตา 1 สัปดาห์
  • ควรมาติดตามผลการรักษาตามแพทย์นัด

 

ผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วย SmartSight ที่ไหนดี ?

ศูนย์เลสิก รพ. พญาไท 3 เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตา เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ ที่มีเทคโนโลยีแม่นยำ ปลอดภัย และไม่เจ็บการทำเลสิกจะช่วยเพิ่มคุณภาพการมองเห็น คุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสในอาชีพต่างๆ มากขึ้น

Loading...

แชร์