การมีลูกยากเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคู่สมรสปัจจุบัน แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ “การแช่แข็งตัวอ่อน” (Embryo Freezing) จึงกลายมาเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยสานฝันของหลายครอบครัวให้เป็นจริง
พญ.เยาวภา จงเป็นสุขเลิศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยาก และหัวหน้าศูนย์สุขภาพหญิง
โรงพยาบาลพญาไท 3 อธิบายว่า หลังจากกระตุ้นไข่ และเก็บไข่ได้แล้ว สามารถนำตัวอ่อนไปแช่แข็งไว้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ในอนาคต และลดความเสี่ยงต่าง ๆ
4 ข้อดีของการแช่แข็งตัวอ่อน
1. เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์
การใส่ตัวอ่อนที่ผ่านการแช่แข็งกลับเข้าโพรงมดลูกให้ผลสำเร็จสูงกว่าการใส่ตัวอ่อนในรอบกระตุ้นไข่ เนื่องจากในรอบกระตุ้น ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนสูงผิดปกติ ส่งผลต่อความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก แต่การแช่แข็งตัวอ่อนช่วยให้สามารถใส่ตัวอ่อนในสภาวะที่ร่างกายสมดุล พร้อมรองรับการตั้งครรภ์ได้ดียิ่งขึ้น
2. ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน
การแช่แข็งตัวอ่อนช่วยลดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเกิน อาการอืดแน่นท้อง ภาวะท้องบวมน้ำ หรือโปรตีนในเลือดต่ำ ทำให้กระบวนการรักษาปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับผู้หญิงที่มีภาวะเสี่ยง
3. ลดความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรม
การแช่แข็งตัวอ่อนช่วยเพิ่มเวลาในการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (Preimplantation Genetic Testing – PGT) เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อสุขภาพทารก การคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกที่แข็งแรง ปลอดโรคทางพันธุกรรม
4. วางแผนการตั้งครรภ์ได้ตามต้องการ
คู่สมรสที่ยังไม่พร้อมมีบุตรสามารถเก็บรักษาตัวอ่อนไว้ และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการตั้งครรภ์ในอนาคต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านอาชีพ สุขภาพ หรือแผนชีวิตส่วนตัว
การแช่แข็งตัวอ่อน เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาภาวะมีบุตรยาก ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน และโรคทางพันธุกรรม พร้อมทั้งให้ความยืดหยุ่นในการวางแผนชีวิต หากคุณกำลังมองหาคำปรึกษาหรือสนใจในเทคโนโลยีนี้ สามารถติดต่อ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้เลย