ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

อ่อนเพลีย ท้องอืด สิวเรื้อรัง สัญญาณเตือน...เสี่ยง


อ่อนเพลีย ท้องอืด สิวเรื้อรัง สัญญาณเตือน...เสี่ยง

อ่อนเพลีย ผิวขึ้นผื่น เป็นสิวรักษาไม่หายซักที สมองตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก ถ้าคุณคือคนนึงที่ชอบเครียดบ่อยๆ นอนไม่พอ แถมยังมีอาการเหล่านี้ อย่าวางใจ! เพราะคุณอาจกำลังมีปัญหา “ภาวะลำไส้รั่วและภูมิแพ้อาหารแบบแฝง” ภัยเงียบที่..แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยช่วยได้!

รู้หรือไม่? ภูมิแพ้..แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

คนส่วนใหญ่จะทราบเรื่องภูมิแพ้อาหาร แต่คงมีจำนวนไม่มากนักที่ทราบว่า ภูมิแพ้อาหาร สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ภูมิแพ้อาหารชนิดเฉียบพลันและภูมิแพ้อาหารแฝง โดย "ภูมิแพ้อาหารชนิดเฉียบพลัน" คือลักษณะการแพ้อย่างเฉียบพลัน จะเกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เช่น ผู้ที่แพ้กุ้ง เมื่อรับประทานกุ้งก็จะปรากฏอาการแพ้ เช่น ลมพิษขึ้นตามตัว ใบหน้าเห่อ เป็นต้น ในขณะที่ "ภูมิแพ้อาหารชนิดแฝง" คือ ปฏิกิริยาที่ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละนิด แต่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน..จนเราอาจไม่ทันได้สังเกต

ภูมิแพ้อาหารชนิดแฝง กับ ภาวะลำไส้รั่ว เกี่ยวข้องกันยังไง?

ภูมิแพ้อาหารชนิดแฝง (Hidden Food Allergy) มีส่วนเชื่อมโยงกับ ภาวะลำไส้รั่ว (Leaky Gut Syndrome)โดยภาวะลำไส้รั่วจะเกิดจากปัจจัยกระตุ้นได้หลายอย่าง เช่น ความเครียด พักผ่อนน้อย การเจ็บป่วย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอลล์ การรับประทานอาหารชนิดซ้ำๆ รับประทานยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน หรือผู้ที่มีปัญหาท้องผูกบ่อยๆ

หลังจากนั้น ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลทำให้เซลล์ในชั้นเยื่อบุผนังลำไส้เกิดการอักเสบแยกออกจากกันเกิดเป็นรูรั่วเล็กๆในระดับเซลล์ (Alteration in Intestinal Permeability) ทำให้อาหารที่ยังถูกย่อยไม่สมบูรณ์ สารพิษ สารเคมี หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ร่างกายเตรียมจะขับออกจากร่างกาย กลับหลุดลอดเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อของเสียถูกดูดซึมเข้าไปสู่ร่างกายก็จะทำให้ระบบภูมิต้านทานชนิด IgG ซึ่งโดยปกติแล้วมีหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรค...ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวและพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา จนเกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า “การอักเสบ” ขึ้นมาน้อยๆทีละนิดๆ แต่แอบแฝงเป็นระยะเวลายาวนานโดยที่เราเองไม่ทันได้สังเกตหรือรู้ตัว

อาการของผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้อาหารชนิดแฝง

โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีอาการเฉพาะเจาะจงที่ชัดเจน สามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบ อาการไม่รุนแรง..แต่เป็นเรื้อรัง เช่น อาการอ่อนเพลียง่าย สมองตื้อๆ ไม่ปลอดโปร่ง ปวดหัวไมเกรน ซึมเศร้า มีผื่นผิวหนังอักเสบ เป็นสิวรักษาไม่หาย หรือบางคนอาจมีอาการชัดในเรื่องระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย มีแก๊สในกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน หากใครมีอาการเช่นนี้และประกอบกับมีปัจจัยกระตุ้นดังที่กล่าวไปข้างต้น สามารถเข้ารับการตรวจหาภูมิแพ้อาหารแฝงเพื่อหาสาเหตุได้

การตรวจภูมิแพ้อาหารชนิดแฝง

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจหาภูมิแพ้อาหารชนิดแฝง จะต้องระบุให้ชัดเจนว่าตรวจ IgG เพราะถ้าตรวจแบบ IgE จะเป็นการตรวจภูมิแพ้อาหารชนิดเฉียบพลัน ซึ่งผลตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงที่พบบ่อยในประเทศไทยจะเป็นอาหารประเภท นม ไข่ ข้าวสาลี ยีสต์ ซึ่งการตรวจจะสามารถทดสอบการแพ้ในอาหารได้มากกว่า 222 ชนิด ครอบคลุมอาหารที่เรารับประทานเป็นประจำ โดยผลตรวจจะแสดงระดับสีของการแพ้ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • สีแดง กลุ่มอาหารที่แสดงปฏิกิริยามาก ซึ่งควรงดรับประทานเป็นเวลา 3-6 เดือน

  • สีเหลือง กลุ่มอาหารที่แสดงปฏิกิริยาปานกลาง ควรจะลดการรับประทานอาหารชนิดนั้นและรับประทานไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  • สีเขียว กลุ่มอาหารที่ไม่แสดงปฏิกิริยา สามารถรับประทานได้โดยไม่มีข้อจำกัด

แนวทางการรักษา

  1. หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้เป็นระยะเวลา 3-6 เดือน

  2. ปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารไปพร้อมๆ กัน ด้วยการรับประทานโปรไบโอติกส์ และฟื้นฟูลำไส้ที่เคยมีการอักเสบให้กลับมาแข็งแรง ด้วยวิธีต่างๆ เช่น การรับประทานอาหารเสริมอย่างน้ำมันปลา กรดอะมิโนจำเป็น หรือ แร่ธาตุสังกะสี เป็นต้น

เมื่อปฏิบัติได้ตามแนวทางที่วางแผนร่วมกันครบ 3-6 เดือน แพทย์จะนัดติดตามผลและทดสอบโดยการให้รับประทานอาหารที่แพ้ ถ้าผู้ป่วยรับประทานแล้วยังมีการแพ้ แสดงว่าในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมายังควบคุมอาหารที่มีส่วนผสมของสิ่งที่แพ้ได้ไม่ดี หรืออีกทางหนึ่งอาจเพราะอาหารเสริมที่ได้ยังไม่เพียงพอในการซ่อมแซมลำไส้ เพราะลำไส้ยังคงมีการรั่วอยู่ จึงต้องงดอาหารที่แพ้ต่อไปอีกประมาณ 3 เดือน ก่อนจะกลับมาทดสอบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากงดอาหารครบกำหนดและผลทดสอบไม่พบการแพ้อีก จะสามารถกลับมารับประทานอาหารชนิดนั้นๆ ได้ แต่สิ่งที่แพทย์จะฝากให้คนไข้ตระหนักไว้เสมอ คือ ไม่ควรรับประทานอาหารซ้ำกันบ่อยๆ ควรรับประทานอาหารที่หลากหลายและสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเพื่อประโยชน์ของร่างกาย เพราะเมื่อใดก็ตามที่เกิดปัญหาสุขภาพ หลายครั้งไม่ได้มีผลกระทบเพียงอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งเท่านั้น แต่มักจะเกิดผลกระทบกับหลายระบบ และยังอาจเชื่อมโยงกับคุณภาพการใช้ชีวิตอีกด้วย ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับโภชนาการที่เหมาะสมกับร่างกายและดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา



พญ.เมธชนัน เลิศชุณหะเกียรติ

แพทย์ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3
โทร. 02-467-1111 ต่อ 1420

Rate this article : อ่อนเพลีย ท้องอืด สิวเรื้อรัง สัญญาณเตือน...เสี่ยง

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง