“ต่อมไทรอยด์” คือ ต่อมไร้ท่อที่อยู่ส่วนล่างของกลางลำคอ ทำหน้าที่ผลิตและส่งฮอร์โมนไทรอยด์เข้าไปในกระแสเลือด โดยฮอร์โมนไทรอยด์ นั้นจะควบคุมกระบวนการใช้พลังงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายหรือที่เรียกว่ากระบวนการเมตาบอลิซึม โดยกระบวนการเมตาบอลิซึมส่งผลต่ออุณหภูมิ อัตราการเต้นหัวใจ และการเผาผลาญพลังงาน ทั้งนี้ ฮอร์โมนดังกล่าวยังส่งผลต่ออวัยวะเกือบทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่หัวใจไปยังสมอง และจากกล้ามเนื้อไปที่ผิวหนัง
ภาวะฮอร์โมนผิดปกติของไทรอยด์ อาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
- ไฮเปอร์ไทรอยด์
ไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือไทรอยด์ชนิดผอม (Hyperthyroidism หรือ Thyrotoxicosis) “ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ” (คอพอกเป็นพิษ) คือ ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน มีการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากเกินไป กระตุ้นให้อวัยวะทั่วร่างกายมีการเผาผลาญสูงกว่าปกติ เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมา เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น ขี้ร้อนง่าย เหงื่อออกมาก หงุดหงิด นอนไม่หลับ น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วแบบผิดปกติ เป็นต้น
“ไทรอยด์เป็นพิษ” มักพบในเพศหญิง มากกว่าเพศชาย เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น จากการที่ร่างกายสร้างสารแอนติบอดี้ ไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างฮอร์โมนมากขึ้น หรือต่อมไทรอยด์อักเสบ ทำให้มีการปล่อยฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากกว่าปกติ บางรายเกิดจากการได้รับฮอร์โมนไทรอยด์จากภายนอกเข้าสู่ร่างกายในขนาดที่มากเกินไป ซึ่งกรณีหลังนี้มักเกิดกับผู้ป่วยที่ได้รับยาฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อรักษาภาวะไทรอยด์ต่ำ หรือใช้เพื่อการลดน้ำหนักตัวแบบไม่ถูกวิธี
อาการ ของไทรอยด์เป็นพิษจะทำให้เกิดอาการใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว มือสั่น หงุดหงิดง่าย ตาโปน ผมร่วง ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก ถ่ายอุจจาระบ่อย บางครั้งอาจเกิดภาวะประจำเดือนผิดปกติ บางรายอาจสังเกตเห็นต่อมไทรอยด์ที่อยู่บริเวณลำคอด้านหน้ามีขนาดโตขึ้น ขาสองข้างอ่อนแรง จนถึงขั้นยกขาหรือยืนไม่ได้ ซึ่งพบได้ไม่บ่อย แต่อาจเป็นอาการแรกสุดที่เกิดขึ้นได้ ไทรอยด์เป็นพิษรักษาได้หากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอหากมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้การรักษาอย่างถูกต้อง
- ไฮโปไทรอยด์
ไฮโปไทรอยด์ หรือไทรอยด์ชนิดอ้วน (Hypothyroidism) หรือภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ คือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ออกมาไม่เพียงพอ ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือดต่ำเกินไป มีการทำงานของเซลล์ในร่างกายช้ากว่าปกติ จนกระทบต่อระบบเผาผลาญ ส่งผลให้กระบวนการทำงานของร่างกายช้าลง กล่าวคือ ไม่มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งกระบวนการเมตาบอลิซึมทำงานช้าลง ทำให้ผู้ป่วยโรคไฮโปไทรอยด์อ้วนขึ้น มีอาการหน้าบวม ตัวบวม ครั้นจะลดน้ำหนักก็ลองทำมานาน ทว่าน้ำหนักและความอ้วนกลับไม่ลดลงเลย
ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 60 ปี มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะขาดไทรอยด์มากกว่ากลุ่มอื่น โดยภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อระดับความสมดุลของปฏิกิริยาเคมีภายในร่างกาย อาจปรากฏอาการบ้างในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา เช่น ภาวะอ้วน อาการปวดข้อ มีบุตรยาก และปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ
อาการ ของไฮโปไทรอยด์ปรากฏหลายอาการและแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงที่ผู้ป่วยขาดฮอร์โมนดังกล่าว ทั้งนี้ อาการบางอย่างที่ปรากฏขึ้นก็อาจคล้ายกับอาการป่วยของโรคอื่น และบางอาการก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกราย แต่โดยทั่วไปแล้ว อาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นซึ่งมักใช้เวลาเป็นปี หากกระบวนการเมตาบอลิซึมทำงานช้าลงจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา
อาการของโรคไทรอยด์
อาการที่พบได้ ผู้ป่วยโรคไทรอยด์จะปรากฏอาการดังต่อไปนี้
| ไทรอยด์ ชนิดผอม / ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ | ไทรอยด์ ชนิดอ้วน / ภาวะพร่องไทรอยด์ |
|
|
เพราะไทรอยด์ผิดปกติอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะรูปร่างอ้วนหรือผอม ดังนั้น การเป็นคนช่างสังเกต และใส่ใจสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาอย่างถูกต้อง

