6 ภัยเงียบนี้มาแน่…ถ้าพ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกให้เป็น “มนุษย์ดิจิตอล”
1. สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง
เพราะการจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ทำให้ไม่เกิดการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย ต่างกับกิจกรรมสันทนาการในยุคก่อนๆ ที่มีทั้งการวิ่ง การปีนป่าย…ช่วยให้ร่างกายได้พัฒนาทักษะกล้ามเนื้อต่างๆ
2. เป็นโรคสมาธิสั้น
เพราะเด็กจะเคยชินกับการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความรวดเร็วทันใจ เมื่อสมองจดจำความรวดเร็วในระดับนี้…เด็กก็จะกลายเป็นคนที่รออะไรนานๆ ไม่ได้ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคความจดจ่อเสื่อมหรือสมาธิสั้น
3. มีปัญหาด้านการมองเห็น
การใช้สายตาจ้องมองคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ไม่เพียงแค่ทำให้เด็กๆ เกิดภาวะสายตาผิดปกติ แต่ยังทำให้เด็กชินกับการมองภาพ 2 มิติ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสติปัญญาในการทำความเข้าใจภาพ 3 มิติ
4. มีปัญหาด้านการเรียนรู้ภาษา
การจดจ่ออยู่กับโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟน ทำให้เด็กไม่ได้ฝึกการโต้ตอบเท่ากับการเล่นเกมกับพ่อแม่ ก่อให้เกิดปัญหาการพัฒนาด้านภาษา รวมไปถึงขาดการถูกกระตุ้นให้รู้จักคิดวิเคราะห์
5. มีปัญหาด้านการเขียน
การใช้อุปกรณ์ไอทีประเภททัชสกรีน ทำให้เด็กได้ใช้แค่นิ้วชี้…จนขาดการพัฒนากล้ามเนื้อมือ ข้อมือ หัวไหล่ รวมไปถึงลำตัว ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการเขียนที่ดี ต่างกับเด็กที่ชอบวิ่งเล่นปีนป่ายหรือกายบริหารเป็นประจำ
6. ขาดความสัมพันธ์กับผู้คน
การไร้ปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับผู้อื่น….ส่งผลให้เด็กขาดการเรียนรู้ที่จะผูกมิตรไมตรีกับผู้อื่น หากปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังกับโลกดิจิตอลนานๆ เด็กจะกลายเป็น…ผู้ใหญ่ที่ไม่รู้วิธีการเข้าร่วมสังคม
รักลูก…ต้องไม่รังแกลูก!
ก่อนที่ลูกจะเสพติดไอทีไปกว่านี้ พ่อแม่ควรตั้งกฎกำหนดเวลาในการใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือแบบชัดเจน โดยในช่วงแรกๆ พ่อแม่ต้องคอยสอดส่องว่าลูกของคุณมีการทำผิดข้อตกลงหรือไม่ รวมไปถึงพ่อแม่เองก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่หมกมุ่นจดจ่อกับอุปกรณ์ไอที ชวนลูกทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกัน เพื่อดึงความสนใจจากเด็กและสร้างสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว
