การที่สังคมไทยเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุมาสักพักแล้ว จึงไม่แปลกที่โรคจากความเสื่อมของร่างกายจะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะโรคกระดูกและข้อ เช่น โรคกระดูกพรุน และโรคข้อเข่าเสื่อม โดย ศ.นพ.ธไนนิธย์ โชตนภูติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการเปลี่ยนข้อเทียม โรงพยาบาลพญาไท เคยให้ข้อมูลว่า ประชากรอายุมากกว่า 60 ปีจำนวนกว่า 10 ล้านคน อย่างน้อยเกือบ 2 ล้านคนต้องมีปัญหาข้อเสื่อม… แล้วเราจะมีวิธีดูแลผู้สูงอายุให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้อย่างไร? มาดูกัน
ยิ่งน้ำหนักมาก… ยิ่งเสี่ยงข้อเข่าเสื่อม
เพราะน้ำหนักตัวคือสาเหตุที่พบได้บ่อย หากสามารถลดน้ำหนักได้ก็ยิ่งลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม… ดังนั้นควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อย่าปล่อยตัวให้อ้วน นอกจากนี้ต้องเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดแรงกดดันหรือเสียดสีในข้อเข่ามากเกินไป เช่น การนั่งยองๆ การคุกเข่า พับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิ
ถูกแสงแดดบ้าง… เพื่อความแข็งแรงของกระดูก
การที่ร่างกายมีวิตามินดีต่ำก็ทำให้การดูดซึมแคลเซียมแย่ลงไปด้วย เราจึงควรถูกแสงแดดเพื่อให้ร่างกายรับวิตามินดีให้มากขึ้น โดยอาจเป็นการเดินกล้างแจ้งในช่วงเช้าท่ามกลางแสงแดดที่ไม่แรงนัก หรือกินวิตามินดีเป็นอาหารเสริม เพื่อให้ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ และอาจกินวิตามินบีรวมสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนมากขึ้น
การออกกำลังกายสำคัญที่สุดกับความแข็งแรงของกระดูก
สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกาย วิธีที่ดีที่สุดคือการว่ายน้ำ แต่การว่ายน้ำของผู้สูงอายุในบ้านเราทำได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือการเดิน ซึ่งช่วยให้มีความสามารถในการทรงตัวดี กล้ามเนื้อแข็งแรง กระดูกแข็งแรง แต่ต้องหาสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสม มีคนดูแล
หากป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแล้วก็สามารถออกกำลังกายได้ โดยแพทย์จะให้ยาระงับการปวด เมื่ออาการปวดลดลงและกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ก็สามารถทำกิจกรรมที่เป็นการออกกำลังกายอื่นๆ ได้มากขึ้น
รู้อย่างนี้แล้ว เรามาดูแลกระดูกให้แข็งแรงกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า เพื่อแก่ตัวไปจะได้ไม่ป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม
