โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ (Alzheimer) เป็นโรคที่แทบจะป้องกันหรือควบคุมไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้ และในปัจจุบันยังพบว่า โรคนี้เกิดกับผู้ที่มีอายุลดน้อยลงมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วมักจะเกิดกับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และจะมีโอกาสเป็นมากขึ้นถึง 2 เท่าในอายุที่เพิ่มขึ้นทุก 5 ปี จึงทำให้ผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงที่จะเป็นอัลไซเมอร์สูงขึ้นมากทีเดียว
สาเหตุของการเกิดโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ (Alzheimer)
โรคสมองเสื่อมชนิดนี้เกิดจากการที่สาร “แอซิติลโคลีน” (Acetylcholine) หรือสารที่เกี่ยวข้องกับการจำ การเรียนรู้ต่างๆ นั้นลดลง จึงทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำ ลืมในสิ่งที่เคยรู้ และการเรียนรู้หรือจดจำเรื่องใหม่ๆ เป็นไปได้ยากขึ้น
อัลไซเมอร์…แม้รักษาไม่หาย แต่ชะลอโรคได้หากตรวจพบเร็ว
ยังดีที่ว่า แม้โรคสมองเสื่อม “อัลไซเมอร์” นี้จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถชะลอการดำเนินโรคไม่ให้ลุกลามเร็วเกินไป ด้วยวิธีต่างๆ รวมถึงการใช้ยาที่จะเข้าไปช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมอง โดยตัวยาจะไปออกฤทธิ์ยับยั้ง “แอซิติลโคลีนเอสเทอเรส” (Acetylcholinesterase, AChE) ซึ่งจะช่วยลดการย่อยสาร “แอซิติลโคลีน” (Acetylcholine) อันเป็นสารอินทรีย์เคมีที่เป็นสารสื่อประสาทที่เซลล์สมองสร้างขึ้น การรักษาระดับของแอซิติลโคลีนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเองในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ จึงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากการใช้ยาแล้ว การสร้างกิจกรรมให้ผู้ป่วยได้ใช้สมองฝึกคิด อย่างการเล่นเกมฝึกสมอง ก็เป็นการกระตุ้นให้สมองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพราะสมองยิ่งใช้จะยิ่งแข็งแรง ทั้งยั้งทำให้ผู้ป่วยอารมณ์ดี คลายเครียดจากการได้ทำกิจกรรมที่ชอบ
และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการสังเกตอาการให้รู้เร็ว เพราะการตรวจพบไวจะทำให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับคำแนะนำและมีแนวทางในการดูแลตนเอง รวมถึงได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเหมาะสม คนในครอบครัวเองก็จะมีความเข้าใจและพร้อมช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งเป็นการช่วยยืดเวลาหรือชะลอความเสื่อมของสมองได้เป็นอย่างดี
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง?
ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ ก็คือ “ผู้ที่มีความเสี่ยง” กับ “ผู้ที่เริ่มมีอาการ” นั่นเอง
ผู้ที่มีความเสี่ยง คือใคร?
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 65 ปี ขี้นไป
- ผู้ที่มีญาติสายตรงในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้
- ผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรม (Down’s syndrome) เพราะมักจะมีความผิดปกติในการสะสมโปรตีนบางชนิดที่เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดโรคอัลไซเมอร์
- ผู้ที่มีประวัติได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ
- ผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดสมอง
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วน
- ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย
- ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
ผู้ที่เริ่มมีอาการ คือใคร?
สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการ ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้ตัวเอง เพราะอาการจะค่อยๆ เป็นมากขึ้นทีละนิดอย่างช้าๆ คือใช้เวลานานในการดำเนินโรค ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดจึงควรหมั่นสังเกตผู้สูงอายุในบ้าน ว่ามีพฤติกรรมหรือบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปเหล่านี้หรือไม่ หากมีอาการตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจคัดกรอง
- มักถามคำถามเดิมซ้ำๆ เพราะลืมว่าเคยคุยเรื่องเหล่านั้นไปแล้ว
- หลงลืมบ่อยขึ้น ความจำระยะสั้นไม่ค่อยดี ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ลืมว่าวางของไว้ที่ไหน หรือวางของในที่ที่ไม่ควรวาง และโทษผู้อื่นว่านำไปซ้อน
- ลืมทำกิจกรรมจำเป็นบางอย่าง จนต้องเตือนให้ทำ
- ลืมวันนัดหมาย ลืมวันสำคัญที่เคยจำได้ทุกปี เช่น วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน หรือวันหยุดพิเศษต่างๆ
- ซึมเศร้า ไม่สดใส ร้องไห้บ่อยกว่าเดิม
- สับสนกับการคิดเลข คิดเงิน ในการซื้อของ มีปัญหามากขึ้นในการจัดการเรื่องเงิน
- ไม่สนใจกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่เคยชอบ เข้าสังคมน้อยลง
- เริ่มต้องมีคนช่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การกินอาหารต้องช่วยป้อน
- หงุดหงิด เฉื่อยชา เฉยเมย และอารมณ์เสียบ่อยขึ้น ขึ้กังวล สงสัย เริ่มเห็นหรือได้ยินเสียงแปลกๆ เช่น เห็นภาพหลอน ได้ยินเสียงเรียก เชื่อในสิ่งที่ไม่เคยเชื่อ เชื่อเรื่องที่ไม่สามารถเป็นจริงได้
- มีปัญหาเรื่องทิศ เส้นทาง ขับรถหลงทางบ่อย จำทางไม่ได้ ขับรถเสี่ยงอันตราย หรือไม่ขับรถอีกเลย
- มีความยากลำบากในการเลือกคำพูดที่ต้องการจะพูด ลืมชื่อคน เรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก พูดไม่จบประโยค
ปัญหาด้านความจำจากภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลให้การใช้ชีวิตมีความยากลำบาก ดังนั้น จงอย่านิ่งนอนใจ หากท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเริ่มเห็นความผิดปกติของตนเองหรือผู้ใหญ่ในบ้าน การพบแพทย์เร็วจะช่วยให้การตรวจรักษาเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นได้
