image-banner-0
image-banner-1

โรคทางเดินอาหารกำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “มะเร็งลำไส้ใหญ่”

ซึ่งติดอันดับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย และมีแนวโน้มพบในคนอายุน้อยเพิ่มมากขึ้น ที่น่ากังวลคือผู้ป่วยจำนวนมากแทบไม่มีอาการในระยะแรก กว่าจะเริ่มรู้สึกผิดปกติ โรคอาจลุกลามไปไกลแล้ว

 

สาเหตุการเกิดโรคส่วนใหญ่ มักมาจากพฤติกรรมใกล้ตัว เช่น การรับประทานอาหารไขมันสูง ปิ้งย่างบ่อย ขาดใยอาหาร การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ค่อยๆ ทำร้ายระบบทางเดินอาหารโดยไม่รู้ตัว

 

การตรวจส่องกล้องทางเดินอาหารจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่แผลในกระเพาะ ติ่งเนื้อ ไปจนถึงมะเร็งระยะเริ่มต้น และในหลายกรณีสามารถรักษาได้ทันทีหรือป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อได้

อย่ารอให้มีอาการแล้วค่อยตรวจ เพราะบางครั้ง “ความปกติที่รู้สึก” อาจซ่อนความเสี่ยงไว้โดยไม่รู้ตัว

Highlight Packages

Loading...
Loading...

เงื่อนไขโปรโมชันและสิทธิประโยชน์บัตรชีววัฒนะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Q&A

Q

อาการแบบไหน? ควรเข้ารับการตรวจ
ส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้

A

- ปวดท้องเรื้อรัง หรือปวดจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่
- แสบร้อนกลางอก เรอบ่อย กรดไหลย้อนเป็นประจำ
- คลื่นไส้ อาเจียนบ่อย
- กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ
- ท้องอืด แน่นท้องเรื้อรัง
- ถ่ายดำ หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีภาวะซีด อ่อนเพลีย จากการเสียเลือดในทางเดินอาหาร

Q

ส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้
ดีอย่างไร?

A

การตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นวิธีค้นหาความเสี่ยงโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ติ่งเนื้อในลำไส้ หาสาเหตุของเลือดออกในทางเดินอาหาร หรือมะเร็งระยะเริ่มต้น ซึ่งหากตรวจพบเร็ว จะช่วยให้รักษาได้ทันเวลาและลดความเสี่ยงของโรครุนแรงในอนาคต

Q

ตรวจส่องกล้องกระเพาะอาหาร
และลำไส้ เหมาะกับใคร?

A

- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป (ตรวจได้ แม้ไม่มีอาการ)
- ผู้ที่มีอาการปวดท้องเรื้อรัง แสบร้อนกลางอก ท้องอืดบ่อย
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินอาหาร
- ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้น

Q

วิธีเตรียมความพร้อมก่อน
เข้าส่องกล้องทำอย่างไร?

A

- แจ้งโรคประจำตัวหรือการแพ้ยาให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อนเข้าตรวจ
- กรณีรับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรหยุดยาก่อนวันนัดตรวจ 7 วัน
- ควรงดน้ำ อาการและเครื่องดื่มทุกชนิดก่อนมารับการตรวจอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการสำลักขณะตรวจ
- ถ้ามีการฉีดยาให้หลับนอกเหนือการพ่นยาชาเฉพาะที่ในช่องปากและลำคอ ควรให้ญาติมารับกลับ เพราะอาจยังรู้สึกง่วงหลังตรวจได้
- หากมีโรคประจำตัว ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจทุกครั้ง

Q

ส่องกล้องแบบใช้
ยาระงับความรู้สึกดีอย่างไร?

A

การใช้ยาระงับความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นยาชาหรือยาสลบ จะช่วยให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย ง่วง หรือไม่รู้สึกตัวขณะทำการสอดกล้อง ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัย เนื่องจากมีวิสญญีแพทย์คอยเช็กความดันโลหิต วัดชีพจรและอัตราการเต้นของหัวใจตลอดการทำหัตถการ