ในยุคที่เทคโนโลยีไร้สายคือไลฟ์สไตล์ที่กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตไปแล้ว การวินิจฉัยโรคระบบทางเดินอาหารส่วนต้น ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น สามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Esophago-gastro-duodenoscopy) สามารถเห็นภาพความผิดปกติภายในหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กชัดเจนผ่านจอโทรทัศน์
เส้นทางของการส่องกล้องกระเพาะอาหาร
การส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนต้น ต้องงดน้ำและอาหาร 6 ชม. ก่อนตรวจ แพทย์พ่นยาชาที่คอและหรือให้ยานอนหลับทางหลอดเลือด และใส่กล้องที่มีไฟนำ ซึ่งเป็นท่อเล็กๆ นิ่มๆ สอดเข้าทางปากไปตามหลอดอาหารลงไปจนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อตรวจดูระบบทางเดินอาหาร หากตรวจพบความผิดปกติ สามารถตัดชิ้นเนื้อออกมาเพื่อส่งตรวจได้
หลังตรวจจะยังรู้สึกชาที่คอ กลืนลำบากประมาณ 30 นาที ซึ่งถ้ามีน้ำลายให้บ้วนทิ้ง เมื่ออาการชาที่คอหายแล้วสามารถดื่มน้ำและรับประทานอาหารได้
ข้อบ่งชี้ในการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร
- ปวดท้องส่วนบนที่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้วยังไม่หาย
- อาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีเลือดออกจากทางเดินอาหารส่วนบน
- กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ
- ภาวะโลหิตจาง ที่ไม่ทราบที่มาของเลือดที่ออกชัดเจน
- น้ำหนักลด เบื่ออาหาร คาดว่ามีที่มาจากกระเพาะอาหาร
- อาการกรดไหลย้อน ที่รักษาด้วยยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น
- ตรวจยืนยันแผล หรือเนื้องอกในกระเพาะอาหาร
- ตัดชิ้นเนื้อ ของเหลว น้ำย่อยเพื่อส่งตรวจ
- ตัดเนื้องอก (polyp) หรือจี้ทำลายเนื้องอกออกทางเดินอาหารส่วนบน
ประโยชน์ที่ได้รับจากการตรวจส่องกล้อง
สามารถตัดชิ้นเนื้อ เนื้อเยื่อ สารคัดหลั่ง เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งยังสามารถรักษาห้ามเลือดกรณีมีเลือดออกของอวัยวะด้านใน รวมถึงฉีดยาภายในกระเพาะอาหารเพื่อลดการอักเสบ ห้ามเลือด ได้พร้อมกันในขณะทำการส่องกล้อง โดยที่คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บปวดขณะทำการตรวจรักษา
พญ. ศิรินทร์ทิพย์ ศรีเดิมมา
แพทย์หัวหน้าศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหารและโรคตับ
โรงพยาบาลพญาไท 3
