ไวรัสตับอักเสบ (ซี) มาเยือนโดยไม่รู้ตัว
ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่
- ผู้ที่เคยได้รับเลือด ส่วนประกอบของเลือดจากกรณีเจ็บป่วย
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์พฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ
- การใช้ของร่วมกับผู้อื่น ใบมีดโกน แปรงสีฟัน ของมีคมที่ปนเปื้อนเลือดร่วมกับผู้อื่น เช่น การสัก การเจาะหู
- ผู้ที่ใช้สารเสพติดร่วมกัน
อาการ
ไวรัสตับอักเสบซี เป็นภัยเงียบที่มาเยือนได้แบบไม่รู้ตัว เพราะจะไม่มีอาการและสัญญาณเตือนในระยะแรก ส่วนใหญ่จะรู้ตัวเมื่อได้ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเลือดก่อนการบริจาคเลือด หรือตรวจเมื่อมีอาการแล้ว ลักษณะอาการเรียกได้ว่ากว่าจะรู้ตัวว่าเป็นไวรัสตับอักเสบซีก็มีการติดเชื้อนานแล้ว จนกระทั่งตับเกิดความเสื่อม จึงมีอาการอ่อนเพลีย และเข้าสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับร่วมด้วย นอกจากนี้เชื้อไวรัสตับซียังกระตุ้นให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันที่ทำงานไวเกินไป และเกิดภาวะผิดปกติของระบบต่างๆ เช่น เกล็ดเลือดต่ำ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เบาหวาน ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จึงควรสังเกตความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเองในทุกอวัยวะ และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ
การตรวจวินิจฉัย
สิ่งที่จะทำให้ทราบได้ดีที่สุดและรักษาอย่างทันท่วงที คือการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี แต่สำหรับในกรณีมีความผิดปกติ และต้องการตรวจดูไวรัสตับอักเสบซี แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ หากพบเชื้อจะตรวจอัลตราซาวนด์ เพื่อดูภาวะตับแข็ง หรือมะเร็งตับ สำหรับกรณีที่ผลตรวจไม่สามารถระบุได้ชัดเจน บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยการทำคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) แต่ทั้งนี้มีหลายกรณีที่แพทย์ให้ตรวจชิ้นเนื้อตับ ตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อระบุโรคที่ชัดเจน
การรักษา
การใช้ยา 2 ชนิดร่วมกัน ยารับประทานในกลุ่มอินเตอร์เฟอรอน กับโซฟอสบูเวียร์ (Sofosbuvir) และดาคลาทาสเวียร์ (Daclatasvir) ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีมีโอกาสในการรักษาหายจากไวรัสตับอักเสบซีประมาณ 90 % มีผลข้างเคียงน้อย สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยตับแข็ง ไตวายเรื้อรัง ผู้ที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ระยะเวลาการรักษาขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
การดูแลตนเองห่างไกลจากไวรัสตับอักเสบซี
- หลีกเลี่ยงการได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือดโดยไม่จำเป็น
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดของผู้ที่มีเชื้อ ถ้าต้องสัมผัสเลือดควรสวมถุงมือทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการเปลี่ยนคู่นอน ไม่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
- ป้องกันการรับเชื้อ เช่น หลีกเลี่ยงการสัก เจาะร่างกาย
- ไม่ใช้อุปกรณ์ ของมีคมร่วมกับผู้อื่น เช่น แปรงสีฟัน ใบมีดโกน กรรไกรตัดเล็บ
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะเป็นตัวเร่งทำให้ตับอักเสบมากขึ้น
- ไม่ซื้อยารับประทานเอง เพราะยาอาจไม่ถูกกับโรคและยังทำให้ตับอักเสบมากยิ่งขึ้น
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
- สำหรับผู้ที่ตรวจพบเชื้อ ควรเข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
