เมื่ออายุคนเราเพิ่มขึ้น เราไม่อาจหลีกเลี่ยงโรคที่มากับความเสื่อมต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนเพศต่าง ๆ ทั้งในเพศชายและเพศหญิงมักเกิดอาการขาดความสมดุล (Hormone imbalance) ทำให้อาการวัยทองแสดงอาการชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราแก่ลง ทางการแพทย์นิยามเรื่องของวัยทองไว้ดังนี้
ในผู้หญิง : วัยที่มีการสิ้นสุดของการทำงานของไข่ถาวรหรือหมดประจำเดือนถาวรโดยมักอาศัยการนับเมือเริ่มขาดประจำเดือน มาเป็นเวลาต่อเนื่อง 1 ปี โดยอายุเฉลี่ยสำหรับผู้หญิงไทยที่เข้าสู่วัยทองคือ 48 ปี
ในผู้ชาย : ในผู้ชายมักถูกนิยายว่าเข้าสู่วัยทองอายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี โดยเมื่อเข้าสู่วัย 60 ฮอร์โมนเพศชายจะลดลงเฉลี่ย 30-50 %
กลับมาในเรื่องของวัยทองบางท่านอาจมีข้อสงสัยในใจว่าท่านมีอาการของวัยทองหรือยัง หรือว่าวัยทองต้องมีอาการอย่างไร หมอจะให้ข้อสังเกตุไว้ดังนี้
1. ในผู้หญิง : – ประจำเดือนขาด > 1 ปี
- มีอาการร้อนวูบวาบ ,บางคนมีอาการเหงือแตกขณะนอนหลับกลางคืน
- ผิวหนังบาง, เกิดแผลง่าย, หรือมีอาการคันตามผิวหนังบ่อย ๆ ผิวหนังเหี่ยวยุ่ย
- มีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อหรือในกระดูก อย่างไม่มีสาเหตุ
- อารมณ์ไม่แจ่มใส , ขี้หงุดหงิด , ขี้กังวล อย่างไม่มีสาเหตุ
- ความจำไม่ดี, หลงลืมง่าย
- ซึมเศร้า
- ความต้องการทางเพศลดลง
- ช่องคลอดแห้ง, ขาดความชุ่มชื้น
- นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่สนิท,ตื่นเป็นพัก ๆ
2. ในผู้ชาย – อ้วนลงพุง, สัดส่วนไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น
-
- กล้ามเนื้อลีบ, ฝ่อ
- ความมั่นใจในตัวเองลดลง, การตัดสินใจไม่เฉียบคม
- มีอารมณ์ซึมเศร้า
- ความจำเริ่มแย่ลง
- อารมณ์หงุดหงิด , ขี้กังวล โดยไม่มีสาเหตุเหมาะสม
- มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ
- นกเขาไม่ขัน, อารมณ์ทางเพศลดลงหรืออวัยวะเพศไม่ค่อยแข็งตัวอย่างปกติ
ทีนี้ท่านผู้อ่านพอจะรู้จักกับอาการของวัยทองกันแล้ว เรามาดูแนวทางการปฏิบัติตัวหรือการดูแลตนเองว่าต้องทำอย่างไร หมอมีหลัก 5 อ. ดังนี้สำหรับเพศชายและเพศหญิง ดังนี้
- อาหาร เลือกทานอาหารที่ครบคุณค่าทางโภชนาการ เน้นผักให้ครบทุกสี ผลไม้ที่มีกากใยไฟเบอร์สูง อาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง จำพวกปลา, อาหารที่มีโปรตีนสูง และอาหารที่มีคาร์โบไ ฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง,ข้าวไรย์เบอรี่, Whole wheat, ธัญพืช
- อารมณ์ “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว“ เป็นสิ่งที่ยังคงใช้ได้อยู่เสมอหากฝึก มองโลกในเง่บวก หากิจกรรมที่ทำให้เกิดความสุขสนุกสนาน, หากเรายิ้มบ่อย ๆ งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าทำให้อายุยืนและระบบการทำงานร่างกายเป็นปกติ
- ออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้สลายไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ การที่เรามีกล้ามเนื้อมากขึ้นในผู้ชายกล้ามเนื้อเป็นอีกแหล่งหนึ่งในการสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ จึงทำให้ผู้ชายวัยทอง แข็งแรงอยู่เสมอ ส่วนในผู้หญิง การมีไขมันลดลงเนื่องจากเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนมากผิดปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งในผู้หญิง
- อนามัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะสตรีควรตรวจมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ปีละ 1 ครั้งทุกปี ในผู้ชายหมั่นดูแลรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศและสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หากนกเขาไม่ขัน หรืออารมณ์ทางเพศไม่ปกติควรมารับคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง
- อนามัยสิ่งแวดล้อม ความสะอาดในเครื่องนุ่มห่ม เครื่องแต่งกายและที่อยู่อาศัย เป็นพื้นฐานของสุขอนามัยที่ดี เนื่องจากในวัยทองมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าวัยอื่น การป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นเรื่องสำคัญ
การรักษาอาการวัยทอง
ในสาขาของเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-aging & Regenerative Medicine) มีการดูแลรักษาด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทน (Bio identical Hormone Repellent therapy ) โดยเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าตาทางโครงสร้างโมเลกุล เหมือนฝาแฝดกับร่างกายของคนเราซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่าน FPA-APPROVED เท่านั้นที่ ทางแผนกเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3 นำมาใช้ในการดูแลรักษาคนไข้รายบุคคล ทั้งวัยทองเพศชายและเพศหญิง ทั้งนี้ทั้งวัยทองเพศชายและวัยทองเพศหญิง ก่อนเข้ารับการรักษาจำเป็นจะต้องได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยเวชศาสตร์ชะลอวัย ได้แก่
- การซักประวัติและตรวจร่างกาย
- การตรวจภายใน
- การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยวัยทอง
- การตรวจพิเศษอื่นๆ
- การรักษาวัยทองด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทน มักให้ผลการรักษาที่ดี หากเข้ากระบวนการตรวจประเมินอย่างละเอียดรอบคอบ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้น วัยทองทั้งเพศชายและหญิงที่เข้ารับการรักษาจำเป็นจะต้องได้รับการตรวจติดตามการรักษาอย่างน้อยปีละครั้ง และควรได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วนด้วยถึงประโยชน์ที่จะได้รับ ข้อห้าม ความเสี่ยง และอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างถูกต้องก่อนทำการรักษา
สุดท้ายนี้ หมอขอฝากถึงท่านผู้อ่านทุกท่านที่อาจจะเข้าข่ายวัยทองหรือมีญาติพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากอาการวัยทองว่าในปัจจุบันมีการพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยวัยทองที่ทันสมัยกว่าเดิม ปลอดภัยกว่าเดิม และให้ผลลัพท์ที่ดี
การป้องกันคือการดูแลรักษาที่ดีที่สุดและวัยทองไม่จำเป็นต้องอยู่อย่างลำบากอีกต่อไปครับ
