ฉีดสีผ่านทางข้อมือ เทคนิคใหม่เพื่อการตรวจรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ดีกว่า...

Image

แชร์


ฉีดสีผ่านทางข้อมือ เทคนิคใหม่เพื่อการตรวจรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ดีกว่า...

แม้ว่าการฉีดสีเพื่อตรวจรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะมีมานานแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของการฉีดสีผ่านทางขาหนีบ ทำให้วิธีนี้…อาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางราย ปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาเทคนิค “การฉีดสีผ่านทางข้อมือ” ซึ่ง นพ.สุวัฒน์ คงดำรงเกียรติ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหัวหน้าศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้อธิบายถึงความแตกต่างที่ทำให้เทคนิคใหม่นี้กลายเป็นทางเลือกที่ดีกว่า….

 

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ..กับการสวนหลอดเลือดหัวใจ

การสวนหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Angiography : CAG) หรือการฉีดสี นับเป็นการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่สำคัญอย่างหนึ่งของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งคุณหมอจะใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปตามหลอดเลือดแดงก่อนถึงหัวใจเล็กน้อย จากนั้นก็ฉีดสารทึบรังสีเอ็กซเรย์เข้าทางสายสวนให้วิ่งไปที่หลอดเลือดหัวใจ แล้วทำการถ่ายภาพ เพื่อเชคดูว่า มีการตีบแคบ หรือตีบตันของหลอดเลือดหรือไม่ เพื่อพิจารณาหาแนวทางการรักษาต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค ว่าเหมาะที่จะรักษาวิธีใด ด้วยยา, ใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือใส่ขดลวดในหลอดเลือดหัวใจ

 

“สวนผ่านขาหนีบ” วิธีเบสิคที่ใครๆ ก็ทำกัน

การสวนหลอดเลือดหัวใจที่ทำผ่านขาหนีบ (Femoral artery) จะใช้ยาชาเฉพาะที่ ไม่ใช้ยาสลบและไม่ต้องผ่าตัด นั่นแปลว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาและสามารถพูดคุยได้ แต่ถึงแม้วิธีนี้จะใช้เวลาในการตรวจเพียงแค่ 30-60 นาที แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยจะต้องนอนราบและงอขาข้างที่ตรวจไม่ได้ประมาณ 6 ชั่วโมง ไม่สามารถลุกนั่งหรือเดินได้ ในเคสที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจรวมถึงการใส่ขดลวดในหลอดเลือดหัวใจก็สามารถทำต่อได้เลยทันที หลังจากนั้นผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 1-2 วัน และกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติภายใน 1 สัปดาห์

แอดวานซ์กว่าด้วย “การตรวจผ่านทางข้อมือ”

ด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เดี๋ยวนี้เราสามารถตรวจผ่านหลอดเลือดแดงบริเวณข้อมือ (Radial artery)ได้แล้ว ซึ่งแม้ว่าหลอดเลือดจะมีขนาดเล็กกว่าและมีทางเดินที่คดเคี้ยวกว่า แต่ก็มีการพัฒนาอุปกรณ์ให้มีความเหมาะสมและสามารถทำการตรวจและรักษาได้ใกล้เคียงกับการตรวจผ่านหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ ซึ่งวิธีนี้ได้รับความนิยมกันมากขึ้นเรื่อย อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปี คศ 2007-2011 ก็มีผู้ป่วยที่ได้รับการสวนหลอดเลือดหัวใจผ่านทางข้อมือเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่าเลยทีเดียว

ตัดสินใจเลือกวิธีให้เหมาะสม เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด

โดยทั่วๆ ไป การตัดสินใจนี้อาจจะขึ้นอยู่กับแพทย์ที่ทำการตรวจเป็นหลัก ซึ่งก็มีทั้งกลุ่มแพทย์ที่ทำการสวนหลอดเลือดผ่านทางขาหนีบเป็นหลัก และแพทย์ที่ทำผ่านทางข้อมือเป็นหลักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวแพทย์เองก็ต้องมีความเชี่ยวชาญและชำนาญสูง อย่างในเคสที่ผู้ป่วยอ้วนมากหรือมีภาวะหลอดเลือดขาส่วนปลายตีบ การสวนหลอดเลือดหัวใจผ่านทางข้อมือก็จะมีข้อดีมากกว่า แต่ในบางเคสที่ต้องการรักษาหลอดเลือดแดงที่ข้อมือไว้ใช้ในการรักษาอื่น ๆ เช่น การฟอกไต (Hemodialysis) หรือผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจที่อุดตันทําทางเดินของเลือดใหม่ (Coronary Artery Bypass Graft : CABG) การสวนหลอดเลือดหัวใจผ่านทางขาหนีบก็ดูจะเหมาะสมกว่า

 

ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างการสวนหลอดเลือดหัวใจผ่านทางข้อมือและขาหนีบ

การสวนหลอดเลือดหัวใจ ผ่านทางข้อมือ ผ่านทางขาหนีบ
นอนพักหลังการสวนหัวใจ ไม่ต้อง ประมาณ 6 ชม.
ภาวะแทรกซ้อนของหลอดเลือดเฉพาะที่ 1.4% 3.7%
โอกาสสำเร็จจากการตรวจและรักษา 95% 95%
ผู้ป่วยเลือกที่จะตรวจทางข้อมือในครั้งถัดไป 90% 50%

 


โรงพยาบาลพญาไท 3

แชร์


Loading...

ฉีดสีผ่านทางข้อมือ เทคนิคใหม่เพื่อการตรวจรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ดีกว่า...