รู้ทัน “มะเร็งเต้านม” สไตล์ผู้หญิงยุค New Normal

Image

แชร์


รู้ทัน “มะเร็งเต้านม” สไตล์ผู้หญิงยุค New Normal

ในปัจจุบัน “มะเร็งเต้านม” เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย  โดยสถิติจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า อุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมในประเทศไทยพบเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี พ.ศ.2532-2534 พบอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านม 11.1 รายต่อประชากร 100,000 คน แต่ข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ.2556-2558 พบอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น สูงถึง 31.4 ราย ต่อประชากร 100,000 คนเลยทีเดียว โดยข้อมูลทางสถิติชี้ชัดว่าจะเริ่มพบมะเร็งเต้านมได้มากในผู้ที่มีอายุ 35-39 ปีและมีอัตราการพบสูงขึ้นมากเมื่ออายุ 40-44 ปี ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการทําแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวนด์เต้านมเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป หรือน้อยกว่านั้นถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย

มะเร็งเต้านม เกิดจากอะไร

“ในบัจจุบันยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมได้”

แต่พบว่าปัจจัยเสี่ยงสําคัญของการเกิดมะเร็งเต้านม คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงไปทําหน้าทีกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อเต้านมให้มีการแบ่งเซลล์เพิ่มจํานวนมากผิดปกติ โดยในภาวะปกติร่างกายของผู้หญิงจะอาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจน ในการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายตามระยะการเจริญพันธุ์ เช่น การเข้าสู่วัยสาว การมีประจําเดือน การตั้งครรภ์การเข้าสู่วัยทอง เป็นต้น

 

ในผู้ที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานานๆ เช่น ผู้ที่เริ่มมีประจําเดือนตั้งแต่อายุน้อยกว่า 12 ปี, ผู้ที่หมดประจําเดือนช้ากว่าอายุ 55 ปี, การได้รับยาคุมกําเนิดต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี, มีบุตรช้าหลังอายุ 30 ปีหรือไม่มีบุตร, การได้รับฮอร์โมนทดแทนรักษาอาการวัยทอง ล้วนแต่ทําให้เซลล์เต้านมถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอายุที่เพิ่มมากขึ้นกลไกการซ่อมแซมหรือกําจัดเซลล์ที่ผิดปกติของร่างกายทำหน้าที่ได้น้อยลง จึงเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งเต้านมในที่สุดนั่นเอง

อาการแบบไหน เข้าข่ายต้องมาพบแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม

  • คลําพบก้อนที่เต้านม
  • มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าออกมาเองโดยไม่ได้บีบ
  • หัวนมบอดที่พึ่งเกิดขึ้นภายหลัง
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวหนังเต้านม เช่น มีตุ่มแข็ง ผิวหนังนูนขึ้น หรือมีรอยผิวหนังบุ๋มลง มีก้อนในเนื้อเต้านม ผิวหนังบวมคล้ายเปลือกผิวส้ม มีแผลเรื้อรังหรือผื่นที่หัวนมและลานหัวนม
  • เต้านมบวมแดงอักเสบเรื้อรัง

หากใครมีอาการที่กล่าวมา ควรจะต้องพบแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านมเพื่อตรวจแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวน์เต้านม และหากตรวจพบความผิดปกติก็จําเป็นที่จะต้องได้รับการเจาะหรือผ่าตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อวินิจฉัยต่อไป จริงๆ แล้วมะเร็งเต้านมสามารถตรวจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่จะมีอาการ ด้วยการตรวจคัดกรองเป็นประจําทุกปี การพบมะเร็งที่มีขนาดเล็กในระยะเริ่มต้น ยังไม่มีการแพร่กระจาย การรักษาก็จะยิ่งได้ผลดี และมีโอกาสหายขาดสูง

ระยะขั้นของมะเร็ง VS โอกาสในการรักษาให้หายขาด

  • ผู้ป่วยระยะก่อนลุกลามหรือระยะ 0 มีโอกาสหายจากโรคสูงมาก อัตราการอยู่รอด ≥ 10 ปีเกือบ 100%
  • ระยะ 1 อัตราการอยู่รอด ≥ 5 ปี = 98%
  • ระยะ 2 อัตราการอยู่รอด ≥ 5 ปี = 93%
  • ระยะ 3 อัตราการอยู่รอด ≥ 5 ปี = 72%
  • ระยะ 4 หรือระยะแพร่กระจาย อัตราการอยู่รอด ≥ 5 ปี = 22% โดยทั่วไปมักอยู่ได้ไม่เกิน 3 ปี มีอัตรารอดที่ 0-20%
  • เมื่อแพร่กระจายแล้ว อัตราการอยู่รอดจะลดต่ำลงมาก ดังนั้นการวินิจฉัยและรักษาที่เร็ว จึงมีความสําคัญ

มะเร็งเต้านม รักษาได้ด้วยวิธีใด

การผ่าตัด

  • การฉายแสง (รังสีรักษา)
  • รักษาโดยยาเคมีบําบัด
  • รักษาโดยยาต้านฮอร์โมน
  • รักษาโดยยาที่มีการออกฤทธิ์จำเพาะ

โดยส่วนใหญ่ หากพบมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก แพทย์มักใช้วิธีการรักษาโดยการผ่าตัดเป็นอันดับแรก ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เพื่อเสริมให้ผลการรักษาดีขึ้น เช่น ผ่าตัดก่อน หลังจากแผลหายจึงให้ยาเคมีบําบัด ต่อจากนั้นรักษาโดยการฉายแสง เป็นต้น

Loading...

แชร์


Loading...

รู้ทัน “มะเร็งเต้านม” สไตล์ผู้หญิงยุค New Normal