ไตวายเรื้อรัง ชีวิตดีไม่มีพังด้วยการฟอกเลือด

Image

แชร์


เมื่อรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคไตจนถึงขั้นไตวายเรื้อรังแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกท้อแท้ ถอดใจและสิ้นหวัง แต่ในทางการแพทย์นั้น ยังมีวิธีการดูแลรักษาไตให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข โดยหนึ่งในแนวทางการรักษาทดแทนไต หรือ Renal Replacement Therapy ที่ให้ผลดี นั้นก็คือ “การฟอกเลือด” ซึ่งหากผู้ป่วยและคนใกล้ชิด ศึกษาและทำความเข้าใจหลักการของการฟอกเลือดเป็นอย่างดี ก็จะยิ่งช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาการแบบไหน เป็นสัญญาณเตือนให้ต้องเริ่มฟอกเลือดได้แล้ว?

สำหรับคนไข้โรคไตเรื้อรัง ที่อาการถึงขั้นควรทำการฟอกเลือดนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ

กลุ่มที่ 1 คือคนไข้ที่ไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าเป็นโรคไตอยู่ เพราะไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพเลย แต่มีอาการ ตื่นปัสสาวะกลางดึกบ่อยๆ ปัสสาวะเป็นฟองมากและติดต่อกันมาเป็นแรมปี รวมถึงมีอาการหอบ เหนื่อย เพลีย เบื่ออาหารร่วมด้วยมาเป็นเวลานาน ซึ่งแม้จะอายุไม่ได้มาก แต่หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่อง ก็อาจเป็นได้ว่าไตได้เสื่อมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจต้องเข้ารับการฟอกเลือด

กลุ่มที่ 2 คนไข้สูงวัยที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว และค่อยๆ เสื่อมไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ถึงขั้นที่ต้องรักษาด้วยการฟอกเลือด โดยอาการส่วนใหญ่ของคนไข้โรคไตที่บ่งบอกว่า ถึงเวลาต้องฟอกเลือดแล้วนั้น ได้แก่

  • บวม เหนื่อย และมีภาวะน้ำท่วมปอด มีภาวะของเสียคั่งที่สูงถึงขั้นวิกฤต ซึ่งแม้คนไข้หลายๆ คนจะรู้สึกว่า ยังปัสสาวะออกอยู่ ไตคงยังไม่น่าถึงขั้นวิกฤต แต่ในความเป็นจริง หากพบว่ามีอาการบวมมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น และมีภาวะน้ำท่วมปอด นั่นหมายความว่า ไตเริ่มทำงานไม่ได้แล้ว ค่าของเสียในเลือดจะค่อยๆ สูงขึ้น จนถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้สูงต่อไปโดยไม่ฟอกเลือด คนไข้จะมีอาการอาเจียน คลื่นไส้ ซึม ง่วง อ่อนเพลียและพะอืดพะอม และอาจถึงขั้นเกิดอาการชักได้เลย
  • เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ หรือเกิดภาวะเลือดเป็นกรด อาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน ทั้งนี้ อาการเกลือแร่ที่ผิดปกติ และเลือดเป็นกรดนี้ มักจะมาพร้อมกับค่าของเสียในไตที่พุ่งสูงขึ้น
  • ความดันโลหิตสูงมากผิดปกติ เป็นผลมาจากอาการบวมน้ำ เนื่องจากเมื่อน้ำและเกลือแร่ส่วนเกินล้นอยู่ในระบบร่างกายมากๆ ความดันโลหิตจึงสูงขึ้นแบบผิดสังเกต โดยจากปกติอาจอยู่ในระดับ 140-160 ก็จะกลายเป็น 200 หรือมากกว่าได้เลย ซึ่งหากพบว่าความดันโลหิตสูงมากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และมีอาการบวม เหนื่อย ร่วมด้วย ก็ชวนสงสัยได้ว่า ไตเสื่อมสภาพถึงขั้นที่ควรต้องฟอกเลือดแล้ว

หลักการสำคัญที่ต้องรู้ เพื่อมุ่งสู่การฟอกเลือดที่มีประสิทธิภาพ

อันดับแรก ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังและคนใกล้ชิด ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไตวายเรื้อรังนั้น เป็นภาวะไตเสื่อมจนไม่สามารถทำงานได้ ต้องอาศัยการรักษาที่ทำงานทดแทนไต จึงหมายความว่า จะต้องฟอกเลือดไปตลอดชีวิต ไม่สามารถหยุดฟอกได้ แต่การฟอกเลือดนั้น จะทำให้คนไข้ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานมากขึ้น โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และอื่นๆ ที่เป็นผลจากภาวะไตวาย

ส่วนในกรณีที่ต้องการหยุดฟอกเลือด และอยากหายจากอาการไตเสื่อม จะต้องทำการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายเปลี่ยนไต สร้างไตใหม่มาทดแทนเท่านั้น นอกจากนั้นแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก็คือ จริงๆ แล้วการฟอกเลือดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่ต้องเจ็บปวด เพราะเป็นการนอนเฉยๆ เพื่อนำเอาเลือดออกจากร่างกายไปทำความสะอาดเอาของเสียออก ปรับเกลือแร่ และน้ำส่วนเกินให้สมดุล และจากนั้นก็นำเลือดที่ฟอกสะอาดแล้วกลับเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งการฟอกเลือดที่ดีนั้น จะต้องทำตามนัดแพทย์อย่างเคร่งครัด ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งหนึ่งประมาณ 4 ชั่วโมง หากทำได้ตามนี้ ก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นปกติ

ดีอย่างไรเมื่อตัดสินใจฟอกเลือด ที่โรงพยาบาลพญาไท 3

ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 นอกจากการฟอกเลือดตามมาตรฐานด้วยวิธี Conventional Hemodialysis แล้ว ก็ยังมีการฟอกเลือดอีกวิธีหนึ่งซึ่งเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่า ได้แก่วิธี Online-Hemodiafiltration หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “การฟอกเลือดแบบออนไลน์” โดยมีลักษณะพิเศษและข้อดี คือสามารถนำเอาของเสียออกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ทำให้ช่วยลดการอักเสบและการเสื่อมของหลอดเลือดได้ดี ส่งผลให้ความเสี่ยงในเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือดมีน้อยลง ซึ่งโดยสถิติแล้ว ผู้ป่วยโรคไตนั้น มักจะเสียชีวิตด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคหัวใจขาดเลือด นอกจากนั้น ก็ยังทำให้ผิวไม่ดำคล้ำ หรือที่คุ้นหูกันดีว่า “ฟอกไตตัวไม่ดำ” เพราะการฟอกเลือดแบบ Online-Hemodiafiltration จะนำเอาของเสียออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ทำให้ผิวของคนไข้ฟอกไตคล้ำดำเหมือนกับการฟอกด้วยวิธีแบบมาตรฐาน ทั้งนี้ คำว่า Online ในชื่อวิธีการฟอกเลือดนั้น หมายถึง ข้อมูลของคนไข้ จะขึ้นแสดงบนหน้าจอในขณะที่แพทย์ทำการฟอกเลือดทั้งหมด ทำให้แพทย์สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น แม่นยำ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คนไข้โรคไตวายเรื้อรังส่วนใหญ่ มักจะท้อแท้และรู้สึกว่าไม่มีทางรักษา แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาว โดยไม่ต้องทนทุกข์ทรมาน ขอเพียงแค่อย่าเพิ่งสิ้นหวัง และเข้ามารับการรักษาด้วยการฟอกเลือดอย่างถูกวิธี ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไข้กลับมามีกำลังใจได้อีกครั้ง ก็คือการเปิดใจ รับฟังคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงญาติผู้ป่วยก็จำเป็นต้องคอยเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้างและดูแลให้ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีด้วย เพราะถึงแม้จะเป็นไตวายเรื้อรัง แต่คนไข้ก็ยังสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพ มีความสุข อยู่ต่อไปได้อย่างที่ใจต้องการ

 

 

พญ.โชติมา พิเศษกุล
อายุรแพทย์, เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์โรคไต
ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...