ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ บอกลาปัญหาข้อเข่าเสื่อม

Image

แชร์


ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ บอกลาปัญหาข้อเข่าเสื่อม

ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าและมีบทบาทแทบจะในทุกช่วงเวลาของการใช้ชีวิต นวัตกรรมในหลายอุตสาหกรรมก็ทำให้เรามีความสะดวกสบายมากขึ้น เช่น มีหุ่นยนต์ชงกาแฟ มีหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร ซึ่งในวงการแพทย์ของเราก็ไม่น้อยหน้า เพราะไม่ใช่แค่หุ่นยนต์จ่ายยาที่เราเคยรู้จัก แต่วันนี้เรามี “หุ่นยนต์ผ่าตัด” ที่ช่วยให้แพทย์ทำการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าได้ดีขึ้น

 

ข้อเข่าเสื่อม คืออะไร?

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่เกิดจากเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้ผิวกระดูกอ่อนบางลง สึกกร่อนเป็นแผล จากเดิมที่ผิวเคยเรียบลื่นก็กลายเป็นผิวขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ส่งผลให้มีอาการเจ็บเวลายืน เดิน งอ เหยียดข้อเข่า นั่นเอง

 

ข้อเข่าเสื่อม มีสาเหตุมาจากหลายๆ ปัจจัย ตั้งแต่ อายุที่มากขึ้น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป การใช้งานข้อเข่าหนักหรือใช้งานข้อเข่าในท่าที่ไม่เหมาะสม เช่น ยกของหนักเป็นประจำ ชอบนั่งยอง หรือคุกเข่าบ่อยๆ รวมไปถึงในคนที่เคยมีการบาดเจ็บบริเวณกระดูกรอบข้อเข่าหรือบริเวณเส้นเอ็น ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผิวข้อไม่เรียบหรือข้อเข่าไม่มั่นคง มีภาวะข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น เกาต์ รูมาตอยด์ ที่ควบคุมการอักเสบได้ไม่ดี และปัจจัยด้านพันธุกรรมก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน

 

ปวดเข่าแบบไหนเข้าข่ายข้อเข่าเสื่อม?

ส่วนใหญ่อาจเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 40-50 ปี อาการปวดที่เป็นอาการเฉพาะบ่งบอกถึงภาวะข้อเข่าเสื่อมนั้น ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดเวลายืนเดิน ขึ้นลงบันได นั่งแล้วลุกลำบาก โดยเฉพาะนั่งกับพื้น หรือเก้าอี้เตี้ยๆ ในรายที่มีอาการมากขึ้น อาจพบข้อเข่าโกงผิดรูป มีการบวมอักเสบ หรือเจ็บเวลาขยับข้อเข่าเพียงเล็กน้อยได้

 

นักดื่มแอลกอฮอล์สายปาร์ตี้ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมจริงหรือ?

จริง เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกขาดเลือด ซึ่งทาให้เกิดข้อเสื่อมตามมาได้ง่ายขึ้น

 

การตรวจคัดกรองข้อเข่าเสื่อม มีกี่วิธี?

การตรวจคัดกรองส่วนใหญ่ แพทย์ก็จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย โดยในรายที่อาการเข้าได้กับโรคข้อเข่าเสื่อมก็จะมีการส่งตรวจเอกซเรย์เพื่อยืนยัน และบอกระยะของโรคได้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรอง Urine CTX-II ในปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยตรวจพบความผิดปกติของโรคข้อเข่าเสื่อมได้ตั้งแต่ระยะที่กระดูกอ่อนเริ่มมีการถูกทำลาย ก่อนที่จะนำไปสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อม

 

ข้อเข่าเสื่อมรักษาได้ด้วยวิธีใดบ้าง?

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมให้ได้ผลดีที่สุด จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

• ส่วนของผู้ป่วย : โดยเริ่มจากการลดปัจจัยเสี่ยงที่เราสามารถควบคุมได้ เช่น ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้หนักมากเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้งานข้อเข่าที่หนักเกินไปหรือผิดวิธี เช่น ยกของหนักหรือการออกกำลังกายที่หนักจนเกินไป โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เราหันมาใส่ใจดูแลตัวเอง มีการออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่การออกกำลังกายที่ผิดวิธีก็จะส่งผลเสียต่อข้อเข่าได้ หลีกเลี่ยงการนั่งยองหรือนั่งคุกเข่าเป็นประจำ หรือในคนที่มีโรคข้ออักเสบ เช่น เกาต์ รูมาตอยด์ ก็ต้องควบคุมการอักเสบให้ดี ไม่ให้การอักเสบเกิดมากเพราะจะไปทำลายผิวข้อ

• ส่วนของแพทย์ : การรักษาในลำดับแรกคือ การให้ยาลดปวด ยาลดการอักเสบ ยาบำรุงข้อเข่า แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น ก็จะพิจารณาการฉีดยาเข้าข้อเข่า ซึ่งปัจจุบันก็มีในกลุ่มยาบำรุง เพิ่มน้ำเลี้ยงข้อเข่า (Hyaluronic acid) เพื่อเพิ่มการหล่อลื่นและช่วยลดแรงกระแทก รวมไปถึงยาฉีดอีกกลุ่ม ก็คือ PRP (platelet rich plasma) หรือเกล็ดเลือดเข้มข้น เพื่อช่วยในการฟื้นฟูกระดูกอ่อน ซึ่งการฉีดยาเข้าข้อเข่าจะพิจารณาใช้ในข้อเข่าเสื่อมระยะน้อยถึงปานกลาง ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง หรือในรายที่รักษาโดยการกินยา ฉีดยา แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น มีอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นภาระต่อตัวเองและคนรอบข้าง ก็จะพิจารณารักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าควรผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?

• มีอาการปวดข้อเข่า ต้องกินยาแก้ปวดเป็นประจำ ซึ่งจะมีผลเสียต่อไต และกระเพาะอาหาร
• มีอาการเสียวเข่า เข่าทรุดบ่อยๆ มีโอกาสเสี่ยงต่อการหกล้ม เกิดกระดูกหักตามมา
• ข้อเข่าโก่ง ผิดรูป ทาให้เสียการทรงตัว เคลื่อนไหวไม่สะดวก
• มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงจากข้อเข่าเสื่อม ลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน

 

การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมมีวิธีใดบ้าง?

การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ให้ผลดีเยี่ยม ช่วยแก้ปัญหาความเจ็บปวด คืนคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total knee replacement)
เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าทุกส่วน เหมาะกับข้อเข่าที่มีรอยโรคอยู่มาก การผ่าตัดนี้นอกจากจะช่วยรักษาอาการปวดที่เกิดจากข้อเสื่อมแล้ว ยังสามารถแก้ไขความโก่งงอผิดรูปได้อีกด้วย
2.การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วน (Unicompartmental knee arthroplasty)
ในผู้ป่วยที่อาการเสียหายของข้อเข่าจำกัดอยู่เฉพาะบางบริเวณ สามารถผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วน โดยเก็บผิวข้อเข่าส่วนที่ดีไว้ ซึ่งการผ่าตัดนี้จะมีขนาดแผลที่เล็กกว่า เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนทั้งข้อเข่า

 

ผ่าตัดข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ ตัวช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา

การผ่าตัดข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ (Robotic assisted joint replacement surgery) เป็นเทคโนโลยีล่าสุด ที่นำหุ่นยนต์เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยให้ศัลยแพทย์วางแผนและดำเนินการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ ไม่ใช่การใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดแทนศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ยังคงเป็นผู้วางแผน และควบคุมการผ่าตัด เพียงแต่มีการใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัดเท่านั้น

 

ข้อดีของการผ่าตัดข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์

– เพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาดในการผ่าตัด
– ลดอาการปวดหลังผ่าตัด เพราะการเลาะเนื้อเยื่อลดลง
– เสียเลือดจากการผ่าตัดลดลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
– แก้ไขข้อเข่าเสื่อมที่มีความผิดรูปแบบซับซ้อนได้ดี

 

ควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จ และมีความพึงพอใจหลังผ่าตัดเป็นลำดับต้นๆ ของการผ่าตัดทางกระดูกและข้อ หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม อาการปวดจะลดลงอย่างชัดเจน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ขึ้นลงบันไดได้ดี ออกกาลังกายได้ดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น การดูแลข้อเข่าเทียมหลังผ่าตัดก็เป็นเรื่องสาคัญ เพื่อที่ข้อเข่าเทียมจะได้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยแนะนำให้

• ควบคุมน้ำหนักตัว
• ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง กระโดด
• พยายามหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

ถ้าเรามีการดูแลข้อเข่าอย่างถูกต้องเหมาะสม ผู้ป่วยร้อยละ 90 สามารถใช้ข้อเข่าใหม่ไปได้นานเกิน 15-20 ปี หรือสำหรับผู้สูงวัยก็คือตลอดชีวิตเลยนั่นเอง

 

 

 

Loading...

แชร์


Loading...

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์ บอกลาปัญหาข้อเข่าเสื่อม