“ริดสีดวง” โรคใกล้ตัวที่ไม่ว่าใครก็เป็นได้ ถ้าดูแลการรับประทานอาหารและการขับถ่ายไม่ดีพอ ทั้งนี้ หลายคนที่ถูกริดสีดวงเล่นงานก็อาจไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างจริงจัง เพราะความอายคุณหมอ จึงทำให้โรคลุกลามจนสุดท้ายเมื่อทนไม่ไหวก็ต้องผ่าตัดรักษา
แต่เดิมนั้น การผ่าตัดริดสีดวงต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน แต่ปัจจุบันการผ่าตัดรักษาด้วยเลเซอร์ คือหนึ่งในทางเลือกที่เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวไวกว่า ซึ่ง “พี่ตู่” หรือ “คุณกรณิภา สุนทรประทม” พยาบาลวิชาชีพผู้ทนเจ็บเพราะริดสีดวงมานานกว่า 10 ปี ได้เล่าถึงประสบการณ์ในการเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดว่า… “ดีใจมากที่วันนั้นตัดสินใจรักษา… ผ่าตัดริดสีดวงด้วยเลเซอร์”
เพราะตั้งครรภ์เป็นเหตุความอายเป็นปัญหาจึงนำพาริดสีดวงสู่ชีวิต
พี่ตู่ได้เล่าถึงสาเหตุของการเป็นริดสีดวงเอาไว้ว่า เริ่มเป็นมาตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ลูกคนแรก ซึ่งตอนนั้นมีอาการท้องผูกบ่อยๆ และถ่ายยาก เลยทำให้ค่อยๆ เริ่มมีอาการริดสีดวงเกิดขึ้น จนกระทั่งมาถึงการตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 ก็มีอาการแบบเดิมซ้ำอีก และอาการก็เป็นเพิ่มมากขึ้น มีการอักเสบอยู่เป็นระยะๆ แต่ก็ทนเจ็บเอาไว้ ไม่ได้ไปรักษาแบบจริงๆ จังๆ เพราะเป็นคนขี้อาย
“เรื่องของเรื่องที่พี่ทนมาเป็น 10 ปี ที่ไม่ได้รักษาจริงจังเพราะอาย แต่พอมาเจอคุณหมอเป็นผู้หญิง เราก็เลยลดความอายลงได้ และตัดสินใจเข้ารับการรักษาในที่สุด”
กว่าจะตัดสินใจรักษาได้ต้องทนเจ็บมากมายมาตลอด 10 ปี
ในระหว่างทางที่เป็นริดสีดวงมาตลอดกว่า 10 ปีนั้น พี่ตู่เลือกที่จะรักษาแบบประคับประคองเป็นหลัก คือเลือกที่จะทานยาเพื่อลดบวม ใช้ยาเหน็บ ยาป้าย ซึ่งก็ช่วยเพียงบรรเทาอาการได้ แต่พอมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายที่ทำไม่ได้ทุกวัน หรือวันไหนทานน้ำน้อย ทานผักน้อย เกิดท้องผูก ก็กลับมามีอาการอักเสบอีกเป็นระยะๆ ซึ่งด้วยลักษณะงานที่ต้องยืน เดิน และดูแลคนไข้ตลอดทั้งวัน ยิ่งทำให้การอักเสบกำเริบบ่อยขึ้น
“เวลาริดสีดวงกำเริบ มันจะบวมมากๆ ยื่นออกมาเลย และหายหดกลับเข้าไปยากด้วยคือพี่พยายามรักษามาก่อนหน้านี้เป็นปีๆ พยายามกินยา เหน็บยา ทายามาหลายปี แต่ก็ไม่หายคือเดี๋ยวก็กลับมาอักเสบซ้ำอีก ซึ่งพี่รู้สึกเจ็บมาก ไม่มีความสุขเลย คุณภาพชีวิตไม่ดีเลย”
ตัดสินใจผ่าตัดด้วยเลเซอร์เพราะไม่อยากพักฟื้นนานและต้องการหายดีในเร็ววัน
ด้วยเพราะทนเจ็บมาเป็น 10 ปี พี่ตู่จึงตัดสินใจว่า อยากรักษาริดสีดวงให้หาย จึงได้ปรึกษากับคุณหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ซึ่งพบว่าสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดแบบเลเซอร์ ที่เจ็บตัวน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิม เพราะพี่ตู่ไม่อยากพักฟื้นนาน ห่วงงาน และไม่อยากเจ็บตัวมาก จึงตัดสินใจเลือกรับการรักษาแบบผ่าตัดด้วยเลเซอร์ในที่สุด
“ด้วยพี่อายุ 47 แล้ว ตอนผ่าตัด คุณหมอเลยมีการตรวจสุขภาพ และส่งปรึกษาแพทย์อายุรกรรมก่อน เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนรับการผ่าตัด ซึ่งเมื่อผลเป็นปกติก็นัดผ่าตัดได้เลย ที่ตัดสินใจเลือกผ่าตัดด้วยเลเซอร์เพราะหาข้อมูลแล้ว ปรึกษาคุณหมอแล้ว ดูท่าทางจะไม่เจ็บเยอะ แถมนอนโรงพยาบาลแค่คืนเดียว และฟื้นตัวเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ซึ่งด้วยความที่พี่ห่วงงาน ไม่อยากเสียเวลา อยากหายเร็ว และกลัวเจ็บ ก็เลยตัดสินใจเลือกวิธีนี้”
หลังผ่าตัดริดสีดวงด้วยเลเซอร์เดินได้ ขับรถได้ ใช้ชีวิตได้ปกติทันที
พี่ตู่เล่าให้ฟังว่า ในวันผ่าตัด ได้เดินทางไปโรงพยาบาลตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อเตรียมตัวก่อนผ่าตัด โดยเริ่มทำการผ่าตัดเวลา 9.00 น. ใช้เวลาผ่าตัดราวๆ ชั่วโมงครึ่ง โดยคุณหมอให้ยาคลายเครียดและยานอนหลับก่อนผ่าตัดเพื่อให้ผ่อนคลาย ซึ่งพอขึ้นเตียงคุณหมอก็ให้นอนคว่ำ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย มารู้สึกตัวอีกทีตอนอยู่ในห้องพักฟื้น ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีอาการเจ็บระบมแผลนิดหน่อย แต่ทุกอย่างก็ปกติดี และวันรุ่งขึ้นก็กลับบ้านได้เลย
“หลังผ่าตัดแล้ว นั่งได้ นอนได้ ลุกเดิน ทำอะไรได้ปกติหมดเลย ของพี่ตู่วันเดียวกลับบ้านใช้ชีวิตปกติได้เลย คือพี่ผ่าวันเสาร์ วันอาทิตย์กลับบ้าน ซึ่งพี่ก็ขับรถกลับบ้านเองได้เลย แล้วก็หยุดงานหนึ่งอาทิตย์ อีกจันทร์หนึ่งก็ขับรถมาทำงานเองได้ ใช้ชีวิตได้ปกติ ถ่ายได้ปกติ แต่คุณหมอก็มีให้ทานยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ ยาระบาย เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายในช่วงแรก จนประมาณ 2-3 อาทิตย์ก็ไม่ต้องทานยาแล้ว รูก้นกลับเป็นปกติ ไม่บวมยื่น และแทบจะไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว”
จากที่พี่ตู่เล่าให้ฟัง ถือเป็นการแชร์ประสบการณ์ความเจ็บปวดจากการเป็นริดสีดวง และการเข้ารับการผ่าตัดรักษาด้วยเลเซอร์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับใครก็ตามที่กำลังทนเจ็บปวดกับโรคริดสีดวงอยู่ในตอนนี้ ด้วยเพราะความอาย ไม่กล้าเข้ารับการรักษา หรือไม่กล้าผ่าตัดเพราะกลัวว่าจะต้องเจ็บตัวนาน ฟื้นตัวช้า การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ ถือเป็นการรักษาทางเลือกใหม่ที่ช่วยตอบโจทย์ปลดล็อกทุกความกลัวได้ ซึ่งโรคริดสีดวงนั้น หากปล่อยไว้นานวันไปก็มีแต่จะยิ่งสร้างความลำบากให้กับชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ทางที่ดีที่สุดเพื่อให้กลับมามีชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง คือการเข้ารับการรักษา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ขับถ่ายได้ดี ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีก เหมือนกับที่พี่ตู่ได้สุขภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขกลับคืนมาอีกครั้ง หลังจากต้องทนเจ็บปวดมานานกว่า 10 ปี
“หลังผ่าตัดก็ไม่อักเสบอีกแล้ว ที่เคยเจ็บ บวม ระบม ก็หายไปแล้ว พี่รู้สึกดีขึ้นมาก สุขภาพดีขึ้น ชีวิตดีขึ้น สุขภาพจิตดีขึ้น ดีใจมากที่ตัดสินใจผ่าตัดรักษาด้วยเลเซอร์ เพราะถ้าไม่ผ่าตัด การรักษาด้วยการกินยาก็ไม่หายอยู่ดี แล้วพี่ก็กลัวการผ่าแบบดั้งเดิมที่ต้องเจ็บเยอะ เจ็บนาน ต้องลางานนานๆ พี่ไม่อยากเป็นแบบนั้นเลย ดังนั้น การผ่าแบบเลเซอร์ก็เลยทำให้พี่รู้สึก Happy มาก ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไรเลย”
