รักษาปวดหัวไมเกรนรูปแบบใหม่ ถูกใจมนุษย์ออฟฟิศ

Image

แชร์


รักษาปวดหัวไมเกรนรูปแบบใหม่ ถูกใจมนุษย์ออฟฟิศ

โดยปกติแล้วไมเกรนจะเกิดขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง และในบางกรณีสาว ๆ อาจจะรู้สึกมีอาการปวดศีรษะก่อนรอบประจำเดือนขึ้นมา ซึ่งที่เป็นแบบนี้ก็เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนเพศหญิงของเรา ส่งผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง อย่างเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดไมเกรน ดังนั้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ก็เป็นอีกสาเหตุที่กระตุ้นให้อาการปวดหัวไมเกรนเกิดขึ้นได้นั่นเอง เรียกได้ว่าโรคนี้ใกล้ตัวเราทุกคนแน่นอน ซึ่งโรงพยาบาลพญาไท 3 เลยจะขอชวนทุกคนไปทำความรู้จักโรคไมเกรนกันให้มากขึ้นกับ พญ. ฤดีรัตน์  วัฒนวงศ์ อายุรแพทย์ประสาทวิทยา โรงพยาบาลพญาไท 3

 

ปวดศีรษะไมเกรน คืออะไร?

ปวดศีรษะไมเกรนจัดอยู่ในกลุ่มอาการปวดศีรษะแบบปฐมภูมิ (primary headache) เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทที่พบได้บ่อย โดยในเพศหญิงสามารถพบโรคไมเกรนได้มากกว่าเพศชายประมาณ 2-3 เท่า (พบในเพศหญิงประมาณ 18.9% พบในเพศชาย 9.8%) โดยจากการศึกษาของ Global Burden of Disease Study 2016 พบว่าไมเกรนเป็นกลุ่มโรคทางระบบประสาทที่มีความรุนแรงและทำให้เกิดความสูญเสียอันเนื่องมาจากภาวะทุพพลภาพมากเป็นอันดับที่ 2 รองมาจากโรคหลอดเลือดสมองเลยทีเดียว

 

ปวดศีรษะแค่ไหน? ถึงเข้าข่ายไมเกรน

  • ปวดศีรษะต่อเนื่องยาวนานได้ตั้งแต่ 4-72 ชั่วโมง
  • มักมีอาการปวดในลักษณะ ปวดศีรษะข้างเดียว หรือปวดตุบ ๆ ปวดตามจังหวะชีพจร และปวดในระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก โดยพบว่า
    • ในผู้ป่วยไมเกรนประมาณ 90% จะมีอาการปวดศีรษะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก          
    • ผู้ป่วยประมาณ 75% เมื่อมีอาการจะมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
    • ผู้ป่วยมากกว่า 50% เมื่อมีอาการจะไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันต่อได้หรือจำเป็นต้องนอนพัก
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมได้
  • หากพบเจอสิ่งเร้า เช่น แสงจ้า หรือเสียงดัง จะยิ่งส่งผลให้อาการปวดรุนแรงขึ้น

 

ประเภทของโรคไมเกรน แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม

นอกจากอาการที่กล่าวมาแล้ว ในปัจจุบันเราสามารถแบ่งผู้ป่วยโรคปวดศีรษะไมเกรน ได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 

  • Episodic migraine คือผู้ที่มีความถี่ของการปวดศีรษะน้อยกว่า 15 วันต่อเดือน
  • Chronic migraine คือผู้ที่มีความถี่ของการปวดศีรษะมากกว่าหรือเท่ากับ 15 วันต่อเดือน และปวดในลักษณะนี้สลับกันไปต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 3 เดือน ซึ่งในกลุ่มนี้แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างตรงจุด เพราะอาจนำไปสู่โรคทางจิตเวช อย่างภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ได้

 

ปวดศีรษะไมเกรน รักษาแบบไหนดี?

ปัจจุบันการรักษาโรคไมเกรน มีหลายเทคนิควิธี ซึ่งในบทความนี้จะขอพูดถึงเฉพาะการรักษาด้วยการใช้ยา ซึ่งมีทั้งรูปแบบยาเม็ดแบบรับประทาน และการให้ยาผ่านหลอดเลือดดำ

 

สำหรับยาเม็ดแบบรับประทานก็จะมี 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ

  • ยาแก้ปวดทั่วไป เช่น ยา acetaminophen และยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ได้แก่ aspirin, ibuprofen, naproxen และ diclofenac
  • ยาแก้ปวดเฉพาะไมเกรน เช่น ยา ergotamine ยากลุ่ม triptan ซึ่งในประเทศไทยมี 2 ชนิด ได้แก่ sumatriptan และ eletriptan
  • ยาแก้ปวดที่บรรเทาอาการไมเกรนและป้องกันไมเกรน ซึ่งก็คือยา RIMEGEPANT (Nurtec) เป็นยาที่ใช้ในรูปแบบการอมใต้ลิ้น สามารถละลายในปากได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้น้ำ เป็นยาเม็ดชนิดแรก ที่ใช้เป็นยารักษาอาการปวดหัวไมเกรน และป้องกันไมเกรนได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกลืนยาเม็ด แต่ก็ไม่อยากใช้ยาฉีด และแม้ว่าจะทานยาในขณะที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ก็จะไม่ทำให้ยาถูกอาเจียนออกมาด้วย โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ในการระงับปวดภายใน 1 ชั่วโมง ระงับปวดได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง

 

ส่วนการให้ยาทางหลอดเลือด

เพื่อให้ผู้ที่เป็นไมเกรนกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โรงพยาบาลพญาไท 3 ได้มีการนำยา Vyepti® (Eptinezumab) มาใช้เป็นอีกทางเลือกของการรักษา โดยเป็นการให้ยาหยดเข้าทางหลอดเลือดดำ ในลักษณะเหมือนให้น้ำเกลือ เป็นระยะเวลา 30 นาที โดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหรือนอนโรงพยาบาล

 

ข้อดีของการรักษาไมเกรนด้วยการให้ยาผ่านหลอดเลือดดำ

  1. ยา VYEPTI ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไมเกรนโดยเฉพาะ จึงทำให้ได้ประสิทธิภาพที่ดี และเกิดผลข้างเคียงจากยาน้อยกว่ายากลุ่มเก่า ๆ ที่ใช้ป้องกันไมเกรน
  2. ให้ยาทางหลอดเลือด จะออกฤทธิ์บรรเทาอาการปวดได้เร็วกว่าภายใน 24 ชั่วโมง เพราะยาดูดซึมเข้ากระแสเลือด 100% 
  3. สามารถออกฤทธิ์ป้องกันไมเกรนได้นาน 3 เดือนต่อการให้ยา 1 ครั้ง ลดการเดินทางมาโรงพยาบาล และลดการกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน
  4. ช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ กลัวแสง กลัวเสียง เป็นต้น
  5. ยามีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงน้อย และสามารถใช้ร่วมกับยาอื่น ๆ ได้ สามารถใช้ในผู้ป่วยที่มียาโรคประจำตัวหลายชนิด

 

ใครบ้างที่สามารถรักษาไมเกรนด้วยการให้ยาผ่านหลอดเลือดดำ

  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนรุนแรงเป็นประจำ
  • ผู้ที่เคยได้รับยาอื่น แล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องการปรับยา
  • ผู้ที่ต้องการยาที่ให้ผลดี ผลข้างเคียงต่ำ
  • ผู้ที่ต้องทานยาบรรเทาอาการปวดฉุกเฉินบ่อย และต้องการลดการใช้ยาแก้ปวด 
  • ผู้ที่ไม่สะดวกเข้ามาพบแพทย์บ่อย ไม่สะดวกลางาน หรือเดินทางไกล
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือยาโรคประจำตัวจำนวนมาก (ยาไม่ตีกับยาอื่น)
  • ผู้ที่ไม่ชอบทานยา หรือทานยายาก

ไมเกรน เป็นได้ก็หายได้ อย่าปล่อยให้ความปวด (หัว) มาดึงความสุขจากชีวิตของเราไป

 

 

 

ปรึกษาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพญาไท 3

Loading...

แชร์


Loading...