การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ มีความมั่นใจในทุกย่างก้าวของการตั้งครรภ์ แม้ว่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ การพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายล่วงหน้ายังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในอนาคต
ทำไมต้องตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์?
พญ. นพรัตน์ ไชยบูรณะพันธ์กุล สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้มีบุตรยากและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลพญาไท 3 แนะนำว่า คู่สมรสที่วางแผนมีบุตรควรเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยละเอียด เพื่อค้นหาโรค หรือความผิดปกติที่อาจซ่อนอยู่ เช่น
-
- โรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย
- โรคหัวใจ
- เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
- โรคติดเชื้อต่าง ๆ ที่อาจไม่มีอาการแสดง
การตั้งครรภ์โดยไม่รู้ว่าตนเองมีโรคแฝงเหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้
ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ควรตรวจอะไรบ้าง?
-
- ตรวจเลือด (CBC, หมู่เลือด, HIV, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบ)
- ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS)
- ตรวจฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์
- ตรวจหาโรคทางพันธุกรรม (Thalassemia Screening)
- ตรวจปากมดลูก (Pap Smear)
- ตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ (ถ้าจำเป็น)
วัคซีนที่ควรได้รับก่อนตั้งครรภ์
การฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เป็นอันตราย ได้แก่
-
- วัคซีนหัดเยอรมัน
- วัคซีนสุกใส
- วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
นอกจากนี้ แพทย์จะให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพระหว่างการเตรียมตั้งครรภ์ และจ่ายวิตามินที่จำเป็น เช่น โฟลิก (Folic Acid) ซึ่งควรเริ่มรับประทานล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันการเกิดโรคท่อไขสันหลังพิการ (Neural Tube Defect) ในทารก
เริ่มต้นสร้างครอบครัวอย่างมั่นใจ
เมื่อคุณรู้ถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพและการดูแลตนเองก่อนตั้งครรภ์แล้ว อย่ารอช้า! ว่าที่คุณแม่ควรรีบปรึกษาสูตินรีแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่ออนาคตที่สดใสและสุขภาพแข็งแรงของลูกน้อย
