เช็คหน่อย ไทรอยด์ผิดปกติหรือไม่ ?

Image

แชร์


ต่อมไทรอยด์ คือ ต่อมไร้ท่อที่อยู่ส่วนล่างของกลางลำคอ ทำหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อใช้ในการเผาผลาญให้เกิดพลังงานที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยปกติเรามักไม่ค่อยได้สนใจเจ้าต่อมไร้ท่อนี้เท่าไรนัก หากไม่พบความผิดปกติที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน เช่น ขนาดที่ผิดปกติ หรือมีก้อนโต

 

ปัจจุบันมีคนจำนวนมากป่วยเป็นโรคไทรอยด์โดยที่ไม่รู้ตัว เพราะไม่รู้จักโรคนี้อย่างดีพอ ในบางครั้งจึงไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น การสังเกตความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้คุณพลาด หรือละเลย เพราะถ้าไทรอยด์ทำงานมากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมาได้เช่นกัน

 

อาการแบบไหน บ่งบอกไทรอยด์ทำงานผิดปกติ

อาการของต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เราสามารถสังเกตอาการได้ หากภาวะผิดปกตินั้นแสดงชัดเจนคือ มีก้อนเกิดขึ้นที่กลางลำคอ สามารถเคลื่อนที่ขึ้นเวลาที่เรากลืนน้ำลายได้ ลักษณะเช่นนี้มักจะเป็นเนื้องอกไทรอยด์ที่มีโอกาสพัฒนาไปสู่มะเร็งได้ ดังนั้น หากพบความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กให้แน่ชัด พร้อมวางแผนการรักษาในลำดับต่อไป นอกจากนี้ เรายังสามารถสังเกตความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ผิดปกติได้จากอาการเหล่านี้ และหากพบว่ามีสัญญาณเหล่านี้ ควรเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติที่แท้จริง

  • รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง เหนื่อยง่าย ที่เป็นเช่นนี้เพราะหัวใจถูกกระตุ้นให้ทำงานหนัก จากภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ใจสั่น เหงื่อออกง่าย ความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
  • ภาวะนอนไม่หลับ เนื่องจากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จึงหลั่งฮอร์โมนมามากเกินไป ส่งผลต่อการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง และรบกวนการพักผ่อนของเราได้ จึงทำให้รู้สึกง่วงตลอดเวลา ไม่สดชื่น
  • ท้องเสียง่าย ระบบขับถ่ายไม่เป็นปกติ เพราะต่อมไทรอยด์มีส่วนกระตุ้นทำงานของระบบทางเดินอาหารด้วย อาจทำให้อุจจาระบ่อยขึ้น ส่วนในภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีอาการท้องผูก
  • ตาโปนกว่าปกติ เนื่องจากเนื้อเยื่อหลังนัยน์ตาขยายขนาดขึ้นจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • อ้วนง่าย หรือ ผอมง่าย เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติในลักษณะหลั่งฮอร์โมนออกมามากกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ขยันเกินไป ในภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะพบว่าน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในไทรอยด์ทำงานต่ำจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นง่าย เนื่องจากการเผาผลาญที่ต่ำลง
  • เส้นผมและขนผิวหนังร่วง ผิวแห้ง ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญทำงานได้ลดลง อาจทำให้เหงื่อลดน้อยลง และผิวแห้งมากขึ้นได้

 

รู้ได้อย่างไรว่า “ไทรอยด์ผิดปกติ”

ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หรือผิดปกติมักจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 9 -10 เท่า โดยเฉพาะในช่วงอายุ 20-40 ปี ปัจจุบัน สามารถตรวจคัดกรองได้โดยมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค วิธีที่ง่ายที่สุดคือการตรวจเลือดเพื่อเช็กการทำงานของต่อมไทรอยด์ และการเผาผลาญ

  • ตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์ ปริมาณของฮอร์โมนไทรอยด์ T3 และ T4 ในเลือด ว่าทำงานผิดปกติหรือไม่ หากกว่าไม่ปกติก็แปลว่ามีอาการของโรคไทรอยด์
  • ตรวจวัดการทำงานของต่อมใต้สมอง (Thyroid-Stimulating Hormone: TSH) เป็นการตรวจวัดปริมาณฮอร์โมนต่อมใต้สมองซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์
  • การตรวจวัดระดับปริมาณแอนติบอดีของต่อมไทรอยด์

ในกรณีที่พบความเสี่ยง และต้องการตรวจวินิจฉัยให้แม่นยำขึ้นเพื่อวางแผนการรักษา จะมีการเอกซเรย์ อัลตราซาวด์เพิ่มเติมซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นการทำงาน และความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ได้ชัดขึ้น

 

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าไทรอยด์ผิดปกติ ควรปฏิบัติอย่างไร

การรักษาโรคไทรอยด์สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกวิธีการที่เหมาะสมกับผู้ป่วยต่ละราย เช่น อายุของผู้ป่วย ขนาดของต่อมไทรอยด์ ระยะเวลาของโรค โดยปกติการรักษาไทรอยด์จะรักษาได้ 3 รูปแบบ

  1. รักษาด้วยยา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการรักษานานประมาณ 1 -2 ปี โดยในระหว่างที่ทำการรักษานั้นผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม เพราะการที่ไม่ปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ ไม่รับประทานยาอย่างต่อเนื่องจะทำให้อาการของต่อมไทรอยด์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และยากต่อการควบคุม
  2. รักษาด้วยการกลื่นแร่ไอโอดีน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะพิจารณาเลือกในผู้ป่วยที่มีอายุมาก และมีอาการค่อนข้างรุนแรง หรือกลับมาเป็นซ้ำ หลังจากที่รักษาด้วยการให้ยามาแล้ว
  3. รักษาด้วยผ่าตัด วิธีการนี้แพทย์จะพิจารณาเลือกเป็นขั้นตอนสุดท้าย ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากๆ และต่อมไทรอยด์มีขนาดโตมากขึ้น แพ้กลุ่มยากินที่ใช้ในการรักษา หรือเกิดผลข้างเคียงต่อระบบเม็ดเลือดและหลอดเลือด

แชร์


Loading...