สมองเป็นอวัยวะสำคัญทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการทำงานของร่างกาย หากเกิดความผิดปกติต่อส่วนใดของสมอง ย่อมส่งผลต่ออวัยวะที่สมองส่วนนั้นควบคุมอยู่ หนึ่งในโรคสมองที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรโลกและคนไทย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบ และหลอดเลือดสมองแตก (Stroke) ซึ่งทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต สาเหตุที่ทำให้เซลล์สมองตายเพราะขาดเลือดแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน และหลอดเลือดสมองแตก
หลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke)
เกิดขึ้นเพราะหลอดเลือดสมองอุดตัน จึงทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงในบริเวณที่มีการอุดตัน โดยเกิดมากในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคอื่นร่วมด้วย เช่นภาวะไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือด อุบัติเหตุของหลอดเลือด ภาวะโรคหลอดเลือดบางอย่าง อีกทั้งจากกรณีมีโรคหัวใจบางชนิด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งก่อให้มีลิ่มเลือดไปอุดตันบริเวณหลอดเลือด จนส่งผลให้เกิดหลอดเลือดสมองตีบขึ้นได้
หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)
มีสาเหตุจากความเสื่อมของหลอดเลือด ซึ่งเป็นไปตามอายุ และปัจจัยร่วมอื่นๆ ซึ่งมีผลทำให้หลอดเลือดเกิดความเสื่อมได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ภาวะความดันโลหิตสูงนานๆ และมีความคุมความดันโลหิตได้ไม่ดี หรือผู้ที่มีปัญหาหลอเลือดผิดปกติ แต่กำเนิดเป็นต้น
ภาวะของโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยแต่ละรายมีสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงที่แตกต่างกัน และหลอดเลือดในสมองก็มีขนาดต่างๆ กัน อาการของผู้ป่วยจึงขึ้นอยู่กับช่วงระยะเวลาการดำเนินของโรค ตำแหน่งที่เกิด และขนาดของหลอดเลือด อาการที่พบได้บ่อย เช่น อาการชา อ่อนแรง เวียนศีรษะ เดินเซ เห็นภาพซ้อน มีความผิดปกติด้านการใช้ภาษา ทรงตัวไม่ได้เป็นต้น
หากคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบนำส่งแพทย์เพื่อตรวจและรักษาทันที เพราะโรคนี้มีเวลาทองเพียง 3 ชั่วโมงหลังเกิดอาการเท่านั้น หากผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลช้าอาจจะสูญเสียโอกาสของการที่จะได้รับการรักษา ซึ่งการรักษานั้นมีจุดประสงค์เพื่อที่จะรักษาเนื้อสมองที่ขาดเลือดให้มีเลือดกลับมาเลี้ยง ลดส่วนของสมองที่ขาดเลือดและตายไป เพื่อลดการเกิดภาวะทุพพลภาพ จากอัมพฤกษ์ อัมพาต และติดตามเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย
การตรวจวินิจฉัยและการรักษา
เมื่อถึงมือแพทย์ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจหาความผิดปกติในสมองด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือซีทีสแกน (CT SCAN) ที่มีความละเอียดสูงมาก เข้ามาช่วยในการวินิจฉัย เมื่อได้ข้อสรุปว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ก็จะทำการรักษาที่เหมาะสมรวมถึงการให้ยาละลายลิ่มเลือด (R–TPA) ซึ่งจะให้ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้และไม่มีข้อห้าม นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าติดตามดูอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และให้การรักษาโรคแทรกซ้อนอย่างอัมพฤกษ์ อัมพาตที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะได้รับการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ และดำเนินการแก้ไขปัจจัยเสี่ยงเพื่อลดโอกาสการเกิดโรคซ้ำ

