ตอนเด็กน้อยแบเบาะว่าเลี้ยงยากแล้ว พอลูกโตขึ้นคุณแม่ก็ต้องเตรียมใจเผื่อไว้หน่อยว่าลูกอาจจะมั่นใจในตัวเองจนแอบดื้อกับคุณแม่เล็กๆ แต่เรื่องแค่นี้รับรองว่าคุณแม่มือโปรจัดการได้แน่นอน ด้วยวิธีดังนี้
สอนให้ลูกเป็นเด็กมีเหตุและผล
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กดื้อ เพราะลูกไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงห้ามไม่ให้เขาทำนั่น ทำนี่ ถ้าคุณแม่มัวแต่ออกคำสั่งห้ามอย่างเดียว โดยไม่อธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจ เด็กหลายๆ คนเลยเกิดอาการดื้อ ต่อต้าน ไม่ยอมทำตามคำสั่งคุณแม่ท่าเดียว เวลาอยากให้ลูกทำอะไร ลองพูดกับเขาดีๆ แล้วอธิบายเหตุผลของสิ่งนั้นด้วย เช่น ทะเลาะกับน้องแย่งของเล่นกัน ถ้าพี่ผลักน้องแรงๆ คุณแม่ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ดีอย่างไร ทำให้เกิดผลอะไรตามมา ถ้าเป็นตัวเขาเองแล้วน้องมาผลักใส่ เขาก็ต้องไม่ชอบใจเหมือนกัน
อย่าใช้คำว่า “อย่า” เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
เด็กดื้อหลายๆ คนเกิดอาการต่อต้านมากขึ้น เวลาที่ได้ยินคุณแม่ห้ามให้เขาทำอะไรบ่อยๆ โดยใช้คำว่า “อย่า” เช่น ไม่อยากให้ลูกเสียงดังเวลาอยู่ในร้านอาหาร ก็ให้พูดกับลูกว่าคนทั้งร้านได้ยินความลับหนูหมดแล้ว พูดเบาๆ นะลูก หรือเวลาที่ลูกจะออกไปวิ่งเล่นแล้วคุณกลัวว่าจะหกล้ม แทนที่จะพูดว่าอย่าวิ่ง ก็เปลี่ยนมาพูดว่า “เดินช้าๆ นะคะลูก เดี๋ยวหกล้มเลือดออก ต้องไปหาคุณหมอเย็บแผลนะ” อะไรประมาณนี้เป็นต้น
ชมลูกบ่อยๆ เมื่อเขาทำสิ่งที่ดี
บางครั้งที่เด็กดื้อเพราะต้องการประชดพ่อแม่ ทำนั่นก็ไม่ดี ทำนี่ก็ไม่ได้ เด็กเลยแสดงออกด้วยการทำสิ่งที่ตรงข้ามกับที่คุณแม่หวังไว้ นั่นอาจจะแปลว่าช่วงที่ผ่านมาเวลาลูกทำอะไร คุณแม่ไม่เคยแสดงออกว่าชื่นชมลูกเท่าที่ควร ทำให้ลูกรู้สึกว่าเขาอาจไม่ใช่ลูกที่ดีของพ่อแม่ เลยทำอะไรที่ตรงข้ามไปเลย การพูดชมไม่ต้องรอจนกว่าเขาจะทำสิ่งยิ่งใหญ่ เช่น สอบได้ที่หนึ่ง เป็นตัวแทนของโรงเรียนถือพาน เล่นกีฬาสีชนะ แค่เขาทำการบ้านวันนั้นเสร็จเร็ว หรือไม่ทะเลาะกับน้องแบบทุกวัน กินข้าวหมดจาน คุณแม่ก็ชมเขาได้บ่อยๆ ลูกจะได้รู้สึกว่าเป็นที่รักของคุณแม่ และไม่อยากทำอะไรให้คุณแม่เสียใจ
บางอย่างก็ต้องปล่อยให้ลูกลองผิดลองถูกเอง และหัดให้ลูกยอมรับผิดให้เป็น
จริงๆ แล้วเด็กที่เรามองว่าดื้อ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเด็กนิสัยไม่ดีไปเสียหมด บางครั้งลูกแค่เป็นเด็กที่ต้องการอิสระ ต้องการแสดงออกในแบบของตัวเอง และมีความคิดของตัวเอง ถ้าเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอให้คุณแม่ลองให้โอกาสลูกได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำบ้าง ถึงแม้ว่าเราจะรู้อยู่แล้วว่าลูกตัดสินใจผิด แต่ให้เขาค้นพบว่าเขาผิดด้วยตัวเอง ดีกว่าเราเป็นคนชี้ให้ลูกเห็นเองทุกครั้ง เพราะเด็กบางคนก็ไม่เชื่อคำตอบของเราจนกว่าจะได้ค้นพบด้วยตัวเอง และเมื่อลูกค้นพบว่าตัวเองผิดพลาด ขอเพียงคุณแม่อย่าซ้ำเติมอีกก็พอ บอกลูกว่า “ไม่เป็นไรนะลูก ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ” แต่เราอย่าทำซ้ำแบบเดิมอีก และต้องหัดยอมรับด้วยว่าลูกทำอะไรผิดไป
เวลาที่ลูกงอแง ให้เปลี่ยนเรื่องคุยไปเลย
โดยเฉพาะเวลาอยู่นอกบ้าน เด็กบางคนจะดื้อกว่าปกติ ยิ่งห้ามก็ยิ่งเสียงดัง ร้องไห้โหวกเหวกโวยวายเหมือนยิ่งเรียกร้องความสนใจ ถ้าเรายิ่งพูดซ้ำแต่เรื่องเดิมๆ ลูกอาจจะยิ่งเพิ่มดีกรีความดื้อหนักข้อขึ้น วิธีแก้ง่ายๆ คือให้เปลี่ยนเรื่องคุยกับลูกไปเลย ทำเหมือนเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไม่ได้เกิดขึ้น เช่น ร้องไห้งอแง ตื๊อให้คุณแม่ซื้อของเล่นอยู่ดีๆ คุณแม่บอกเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง คุณแม่ลองหัวเราะแล้วพูดว่าแม่ไปกินไอศกรีมดีกว่า แล้วทำท่าเดินจาก หลายๆ คนใช้ได้ผลมาแล้ว
ใจเย็นเข้าไว้
ยิ่งคุณแม่มีอารมณ์โกรธมากเท่าไหร่ ลูกก็ยิ่งรู้สึกได้ และจะแสดงอาการดื้อมากขึ้นเท่านั้น ขอให้คุณแม่ใจเย็นๆ ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ และหลายครั้งก็ต้องแข็งใจ ปล่อยให้ลูกร้องไห้งอแงนานเท่าที่เขาอยากทำ ขอแค่คุณแม่นิ่งไว้ เดี๋ยวเขาก็จะสงบไปเอง
การลงโทษ บางครั้งก็จำเป็น
สำหรับเด็กดื้อที่ทำผิดร้ายแรง การลงโทษบ้างเพื่อให้หลาบจำก็ยังต้องมี ไม่อย่างนั้นลูกจะยิ่งรู้สึกว่าการดื้อทำให้ลูกได้ในสิ่งที่อยากได้ และคุณแม่ก็ไม่เคยว่าอะไร ทำให้ลูกคิดไปว่าสิ่งที่ทำนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง บางครั้งคุณแม่ก็ต้องตัดใจลงโทษเวลาที่ลูกดื้อจนทำให้เกิดความเสียหายผิดพลาด แต่ต้องจบด้วยเหตุและผลให้ลูกเข้าใจว่า ทำไมคุณแม่ถึงต้องลงโทษเขา
