อาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด แน่นท้อง ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของโรคในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ใหญ่
ซึ่งบางโรค เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาหายมีสูง ซึ่งหนึ่งในวิธีตรวจที่แม่นยำที่สุด ก็คือ การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (EGD) และการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (EGD) คืออะไร?
EGD (Esophagogastroduodenoscopy) คือ การใช้กล้องขนาดเล็กสอดผ่านทางปาก เพื่อตรวจดู
- หลอดอาหาร
- กระเพาะอาหาร
- ลำไส้เล็กส่วนต้น
แพทย์สามารถมองเห็นความผิดปกติ เช่น
- แผลในกระเพาะอาหาร
- กระเพาะอักเสบ
- กรดไหลย้อน
- เนื้องอกหรือมะเร็งกระเพาะอาหาร
การตรวจใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที
การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คืออะไร?
การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) หรือ การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ คือ การใช้กล้องส่องผ่านทางทวารหนัก เพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ทั้งหมด แพทย์สามารถตรวจพบ
- ติ่งเนื้อในลำไส้ (Colon Polyp)
- แผลในลำไส้
- ลำไส้อักเสบ
- มะเร็งลำไส้ใหญ่
ข้อดีสำคัญ คือ สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันทีระหว่างการตรวจ ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิด มะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคต
ทำไมควรตรวจการส่องกล้องกระเพาะอาหาร (EGD) และ การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) พร้อมกัน?
การตรวจทั้งสองอย่างพร้อมกันมีข้อดีหลายประการ เช่น
✔ตรวจระบบทางเดินอาหารได้ครบ
✔ ลดจำนวนครั้งในการเตรียมตัวตรวจ
✔ ใช้ยานอนหลับเพียงครั้งเดียว
✔ ประหยัดเวลา
✔ ลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการตรวจแยก
จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพระบบทางเดินอาหารแบบครบถ้วน
ใครบ้างที่ควรตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร?
แพทย์แนะนำให้ตรวจ โดยเฉพาะในกลุ่ม
- อายุ 45 ปีขึ้นไป
- มีอาการปวดท้องเรื้อรัง
- ท้องอืด แน่นท้องบ่อย
- ถ่ายเป็นเลือด
- น้ำหนักลดผิดปกติ
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
- เคยพบติ่งเนื้อในลำไส้
งานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ Colonoscopy
ข้อมูลจาก American Cancer Society ระบุว่าการตรวจ Colonoscopy และการตัดติ่งเนื้อสามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 60–70% นอกจากนี้ งานวิจัยในวารสาร New England Journal of Medicine พบว่า การตรวจคัดกรองลำไส้ใหญ่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้ Colonoscopy เป็นมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั่วโลก ดูแลการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง ด้วยโปรแกรมตรวจที่ โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร
แพทย์ผู้ดูแล เช่น พญ. จันทร์รุ่ง สิทธิพงศ์ เลข ว.18886
แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
ประวัติการศึกษา
สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วคุณหมอได้ศึกษาต่อในสาขาอายุรศาสตร์ และยังได้ศึกษาต่อยอดเพิ่มความชำนาญการเฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคทางเดินอาหารและตับ รพ. ราชวิถี ประสบการณ์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร 10 ปี
ความชำนาญการ
- การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (EGD)
- การตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
- การตัดติ่งเนื้อลำไส้
- การวินิจฉัยโรคระบบทางเดินอาหาร
การตรวจ Colonoscopy สามารถค้นพบติ่งเนื้อที่เป็นระยะก่อนมะเร็ง และตัดออกได้ทันที ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
พญ. จันทร์รุ่ง สิทธิพงศ์ แพทย์ระบบทางเดินอาหาร
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
การเตรียมตัวก่อนตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่
ก่อนตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จำเป็นต้องเตรียมลำไส้ให้สะอาด โดยทั่วไปต้อง
- งดอาหารก่อนตรวจประมาณ 6–8 ชั่วโมง
- รับประทานยาระบายตามที่แพทย์สั่ง
- หลีกเลี่ยงอาหารกากใยสูงก่อนตรวจ
แพทย์หรือพยาบาลจะให้คำแนะนำอย่างละเอียดก่อนวันตรวจ
ตรวจส่องกล้องเจ็บไหม?
ผู้เข้ารับการตรวจจะได้รับ ยานอนหลับ (Sedation) ทำให้
- ไม่รู้สึกเจ็บ
- ไม่รู้สึกตัวระหว่างตรวจ
- ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 30–60 นาที หลังตรวจ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เจ็บไหม?
- โดยทั่วไปไม่เจ็บ เพราะใช้ยานอนหลับระหว่างตรวจ
Q: ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ใช้เวลานานไหม?
- ประมาณ 20–30 นาที
Q: ต้องตรวจ Colonoscopy บ่อยแค่ไหน?
- หากผลปกติ แนะนำให้ตรวจทุก 5–10 ปี
Q: Colonoscopy ตรวจพบมะเร็งได้ไหม?
- สามารถตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้
Q: ถ้าพบติ่งเนื้อในลำไส้ต้องทำอย่างไร?
- แพทย์สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันทีระหว่างการตรวจ

ทำไมควรตรวจที่โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน?
✔ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร
✔ เครื่องมือส่องกล้องมาตรฐานสากล
✔ ระบบยานอนหลับปลอดภัย
✔ ทีมพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด
✔ ตรวจและวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ
