ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาโรคต้อกระจก


10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาโรคต้อกระจก

ต้อกระจก 
เรารวมทุกคำตอบ เพื่อตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการรักษาต้อกระจก ที่ผู้ป่วยโรคต้อกระจกมักมีคำถามอยากรู้ข้อเท็จจริงจากจักษุแพทย์ ไว้ที่นี่แล้ว

1. การผ่าตัดต้อกระจก (ECCE) และสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง (Phacoemulsification) ต่างกันอย่างไร?

การผ่าตัดต้อกระจก ECCE เป็นวิธีที่มีมาก่อนการใช้คลื่นเสียงสลายต้อกระจก ต้องฉีดยาชา แผลใหญ่เพราะเอาเลนส์แก้วตาขุ่นออกมาทั้งหมดทางแผล ขนาด 8-10 มม. ต้องเย็บแผลด้วยไหมขนาดเล็กมาก ทำให้เกิดสายตาเอียง เหมาะสำหรับประเทศที่ไม่มีเครื่องสลายต้อกระจก หรือ ต้อกระจกทิ้งไว้นานจนเครื่องสลายไม่สามารถสลายได้ ค่าใช้จ่ายถูกกว่า ส่วนการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงเป็นวิธีรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ใช้เพียงยาชาหยอดตา ยกเว้นในรายที่ผู้ป่วยกลัวมาก หรือมี โรคแทรกซ้อนการฉีดยาชา อาจจำเป็นเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างทำได้ แผลเล็กมากตั้งแต่ 1.8-3.0 มม. ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและทักษะของแพทย์ผู้รักษา ส่วนใหญ่แผลไม่ต้องเย็บเพราะเล็กมากใช้เวลาการรักษา 5-25 นาที ขึ้นอยู่กับทักษะของแพทย์ผู้รักษา สามารถฟื้นกลับมาเห็นได้ดีภายใน 6 ชั่วโมง ข้อด้อยคือถ้าทิ้งต้อกระจกไว้นานจนเลนส์แข็งจนเป็นสีดำ หรือสุก เครื่องไม่สามารถสลายได้ ต้องการทักษะของผู้ทำการรักษาสูง และค่าใช้จ่ายมากกว่าการผ่าตัด ECCE เล็กน้อย

2. ต้อกระจกถ้าทิ้งไว้นานจะทำให้ตาบอดได้หรือไม่?

ต้อกระจกถือเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่สูญเสียการมองเห็นระดับรุนแรง ผู้ป่วยจะตามัวลงเรื่อยๆ จนเกิดอาการต้อหินแทรกซ้อนได้ จึงไม่ควรทิ้งไว้จนต้อกระจกแข็งหรือสุก

3. ควรรักษาต้อระจกเมื่อต้อกระจกสุกแล้ว?

เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากต้อกระจกสุกจะทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงในตา นำไปสู่โรคต้อหินแทรกซ้อนซึ่งจะทำให้ปวดตา และมองไม่เห็นในที่สุด

4. โรคต้อกระจกสามารถใช้ยาหยอดรักษาให้หายได้จริงหรือไม่?

ปัจจุบันการใช้ยาหยอดเพื่อชะลอหรือทำให้ต้อกระจกหายไปนั้น ไม่ได้รับการยอมรับแล้ว ยาดังกล่าวไม่ได้ชะลอหรือทำให้หายได้ ถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นต้อกระจก ในกรณีที่ต้อกระจกยังไม่มากและยังผู้ป่วยไม่พร้อมทำ ก็สามารถรอได้ แต่ถ้าต้อกระจกเป็นมาก สมควรทำแล้วก็แนะนำให้ทำเนื่องจากการทิ้งไว้นานทำให้ต้อกระจกแข็งมากขึ้น และยากต่อการสลายต้อกระจก

5. เมื่อรักษาต้อกระจกแล้วจะกลับมาเป็นอีกหรือไม่?

เมื่อรักษาด้วยวิธีผ่าตัดหรือสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงแล้ว โรคต้อกระจกจะไม่กลับมาเป็นอีก

6. การผ่าตัดต้อกระจกจะทำให้สายตาสั้น ยาว เอียงหายไปได้หรือไม่?

การผ่าตัดหรือการสลายต้อกระจก เพื่อเอาเลนส์แก้วตาที่ขุ่นมัวออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าทดแทนตำแหน่งเลนส์ธรรมชาติ ซึ่งเลนส์แก้วตาเทียมจะแก้ไขภาวะสายตา สั้น ยาว เอียงได้

7. เลนส์แก้วตาเทียมมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ชนิดของเลนส์แก้วตาเทียม ชนิดแข็ง 5.25-7 มม. วัสดุ PMMA เหมาะสำหรับการผ่าตัด ECCE หรือการฝังเลนส์แบบไม่ใส่ในถุงหุ้มเลนส์แก้วตาเทียม เลนส์ชนิดนิ่มพับได้ ผ่านแผลเล็กขนาด 1.8 – 3.0 มม. เหมาะสำหรับการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง เลนส์ชนิดแก้สายตาเอียง (Toric IOL) เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากเช่น 2.0 D ขึ้นไป เลนส์สำหรับมองไกลและอ่านหนังสือ (Multifocal IOL) เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องการมองไกลและมองใกล้โดยไม่ต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ แต่ทั้งนี้การเลือกชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมควรขึ้นอยู่กับการปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเป็นรายๆ ไปว่าผู้ป่วยเหมาะสมหรือไม่ต่อเลนส์ชนิดนั้น

8. โรคต้อกระจกเกิดเฉพาะผู้สูงอายุใช่หรือไม่?

โรคต้อกระจกเกิดได้ทุกวัยตั้งแต่แรกเกิด เพราะมีสาเหตุการเกิดได้หลายอย่างเช่น เด็กแรกเกิดในแม้ที่เป็นหัดเยอรมัน อุบัติเหตุ โรคเบาหวาน แต่โดยทั่วไปที่พบเป็นปกติคือการเสื่อมของเลนส์แก้วตาในผู้ป่วยสูงอายุ หากไม่แน่ใจว่าอาการตามัวเกิดจากโรคต้อกระจกหรือไม่ แนะนำตรวจกับจักษุแพทย์จะได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด

9. ถ้าเป็นโรคต้อกระจกและโรคต้อหินจะสามารถผ่าตัดโรคต้อหินได้หรือไม่?

สามารถผ่าตัดต้อกระจกได้ โดยอาจทำให้โรคต้อหินชนิดมุมม่านตาปิด ดีขึ้นด้วย และเนื่องด้วยการผ่าตัดที่ทันสมัยมากขึ้นบางกรณีสามารถที่จะทำผ่าตัดทั้งโรคต้อกระจกและโรคต้อหิน ในการผ่าตัดครั้งเดียวกันได้โดยช่วยให้ผู้ป่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้และปลอดภัยมากขึ้น ทั้งนี้ก่อนการผ่าตัดจักษุแพทย์ผู้รักษาจะให้คำแนะนำที่ชัดเจนได้

10. การผ่าตัดต้อกระจกอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและตาบอดหลังการรักษาได้จริงหรือ?

ทางการแพทย์การผ่าตัดทุกอย่างมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคหลังการรักษา จักษุแพทย์และโรงพยาบาลทำหน้าที่เตรียมความพร้อมและให้ยาหยอดตาป้องกันการติดเชื้อ ตัวผู้ป่วยดูแลเรื่องการหยอดตาและ เช็ดหน้า สระผมไม่ให้น้ำไหลเข้าตา อุบัติการณ์ติดเชื้อโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 1:35,000 แต่อาจเปลี่ยนไปตามประเทศและภูมิภาค หลังการรักษาจักษุแพทย์จะแนะนำว่าหากมีปัญหาหลังการผ่าตัดเช่น ตามัวมองไม่เห็น ปวดตาผิดปกติ ตาแดงเปลือกตาบวม หลังการรักษา ใน 4 วันแรกแนะนำให้มาพบจักษุแพทย์ก่อนถึงวันนัดได้ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาหลังการผ่าตัดได้



นพ.จิรพล สุโภคเวช
จักษุแพทย์
โรงพยาบาลพญาไท 3
โทร 02-4671111 ต่อ 1839-40
 

Rate this article : 10 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาโรคต้อกระจก

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง