ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

แกงไทยกับพลังการต้านเซลล์มะเร็ง


แกงไทยกับพลังการต้านเซลล์มะเร็ง

 
เนื่องจากสาเหตุการตายอันดับ 1 ของโลก รวมถึงประเทศไทย คือ โรคมะเร็ง ดังนั้นหากมีวิธีใดที่มีส่วนในการช่วยป้องกันโรคมะเร็ง หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ล่ะก็...คงจะดีแน่ๆ

ข่าวดีก็คือ...มีนักวิจัยจึงตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับอาหารไทยอย่างแกงต่างๆ ว่าน่าจะมีบางอย่างที่สามารถมีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ เมื่อปี 2013 มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สถาบันโภชนาการ ร่วมกันศึกษาแกงไทย 4 ชนิด ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนช่วยยับยั้งกระบวนการของเซลล์มะเร็ง ได้แก่ 1. แกงป่า 2. แกงส้ม 3. แกงเหลือง 4. แกงเลียง

เขาทดลองในห้องปฏิบัติการด้วยการนำพริกแกงทั้ง 4 ชนิดในรูปของน้ำแกงมาทดลองกับเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวในจานเพาะเชื้อ เพื่อดูว่าเซลล์มะเร็งตายมากน้อยแค่ไหน และผลการทดลองพบว่า...

แกงป่า: สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตายแบบธรรมชาติร้อยละ 38.82 และร้อยละ 43.93 ตายแบบผิดธรรมชาติ คืออาจลุกลามไปเซลล์ดีอื่นๆ

แกงส้ม: เซลล์มะเร็งรอดตายได้ร้อยละ 29.08 และฆ่าเซลล์มะเร็งตายแบบไม่ลุกลามไปเซลล์อื่นถึงร้อยละ 43.59 แต่ในทางกลับกันมีเซลล์ที่ตายถึงร้อยละ 27.33 อาจกระจายไปเซลล์อื่นได้

แกงเหลือง: พบว่าตายตามธรรมชาติร้อยละ 22 เซลล์ตายผิดธรรมชาติถึงร้อยละ 46.13

แกงเลียง: พบว่าสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งให้ตายโดยไม่กระทบเซลล์อื่นๆ ร้อยละ 38.98 มีเพียงร้อยละ 3.78 เท่านั้นที่เซลล์ตายแบบกระจาย


อย่างไรก็ตาม จากผลการทดลองทำให้อาจมองว่า แกงส้ม สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้มากที่สุดถึงร้อยละ 43.59 แต่หากพิจารณาดีๆ จะพบว่าตัวเลขฆ่าเซลล์มะเร็งแบบผิดธรรมชาติที่อาจลุกลามไปถูกเซลล์ดีอื่นๆ ในแกงส้มก็สูงเช่นกัน แต่หากเป็นแกงเลียง จะพบว่าแม้การฆ่าเซลล์มะเร็งจะน้อยกว่าแกงส้ม คือ ร้อยละ 38.98 แต่การลุกลามไปเซลล์ดีอื่นๆ น้อยกว่ามาก โดยหลักส่วนผสมของแกงเลียงก็จะมี หอมแดง พริกไทย กะปิ โดยเฉพาะหอมแดงซึ่งมีประโยชน์มาก เพราะมีสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ในทางเวซศาสตร์ชะลอวัยถือว่าเป็นสารธรรมชาติที่มีคุณสมบัติทำลายอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ควรบริโภคแกงเลียงมากกว่าแกงอื่นๆ เพราะ แกงทั้ง 4 ชนิดมีประโยชน์ในแง่ของการต่อต้านการเกิดมะเร็งได้ ไม่ได้รักษามะเร็งให้หายขาด

นักวิจัยยังทำการทดลองต่อโดย นำส่วนผสมของแกงเลียง มีกุ้งแห้ง หอมแดง กะปิ พริกไทย ฟักทอง บวบ ตำลึง ใบแมงลัก นำมาทำเป็นอาหารแล้วปั่นละลายน้ำให้หนูทดลองกิน พบว่าหนูที่เป็นมะเร็งและกินแกงเลียงในปริมาณ 1 หน่วย บริโภคเป็นเวลา 6 สัปดาห์ เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงร้อยละ 45 ขณะที่หนูกลุ่มที่กินแกงเลียงปริมาณ 2 หน่วยบริโภค เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลงร้อยละ 48 สรุปผลวิจัยเบื้องต้น คือ ไม่ว่าจะกินแกงเลียงปริมาณเท่าไรไม่ได้มีผลแตกต่าง แต่สามารถลดเซลล์มะเร็งในลำไส้ลงได้ร้อยละ 45-48 ทั้งนี้ เป็นผลวิจัยในสัตว์ทดลอง คือหนู จึงยังไม่ถึงขั้นแนะนำให้ทานแกงเลียงเพื่อรักษาโรคมะเร็งลำไส้ แต่แนะนำให้ทานแกงเลียงเพื่อเสริมการรักษา เพราะเบื้องต้นพบว่าอาจลดการขยายของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลุกลามได้ ซึ่งควรใช้ในแง่การป้องกันการเกิดโรคมากกว่า

หัวใจสำคัญคือต้องไม่กินมากไปและไม่จำเจ

หากมีคำถามจากผู้ป่วยมะเร็งว่าจะหันมาบริโภคแกงเลียงได้หรือไม่ หมอมีคำแนะนำว่า หากป่วยก่อนอื่นต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญมะเร็งก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการบริโภคแกงเลียงสามารถทานได้ แต่ไม่ใช่ทานทุกวันซ้ำๆ หรือทานตลอด โดยหวังว่าจะทำให้หายจากโรคมะเร็ง เพราะการบริโภคที่ถูกวิธี คือ ต้องทานอย่างหลากหลาย ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ และไม่จำเจ เพื่อให้เกิดการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายสูงสุด

สุดท้ายนี้หมอขอฝากเอาไว้ ถึงความสำคัญในการป้องกันโรค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ เวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging Medicine) เพราะช่วยให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ช่วยชะลอความเสื่อมของ อวัยวะ และเซลล์ร่างกาย ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากการ รักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยโรคร้ายแรง ดังคำกล่าวที่ว่า "การป้องกันคือการรักษาที่ดีที่สุด"

สุดท้ายนี้ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน มีสุขภาพแข็งแรงนะครับ




PWA LIFE CENTER PHYATHAI 3 HOSPITAL
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02-467-1111 ต่อ 1420


 


Rate this article : แกงไทยกับพลังการต้านเซลล์มะเร็ง

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง