บางครั้งความเจ็บไข้ได้ป่วยของคนใกล้ตัวก็อาจทําให้ผู้ดูแลรู้สึกป่วยตามไปด้วย แม้จะไม่ป่วยกายแต่ก็อาจป่วยใจได้ โดยเฉพาะถ้าต้องดูแลผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (Dementia) เพราะส่วนใหญ่คนเหล่านี้จะต้องรับบทบาทในการดูแลผู้ป่วยแบบเต็มเวลา ผู้ดูแลนับเป็นหัวใจสําคัญที่คอยประคับประคองให้ผู้ป่วยและทุกคนในบ้านก้าวเดินต่อไปได้
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กําลังทําหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อม วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝาก
- ควรทําความเข้าใจกับอาการโรคสมองเสื่อมให้ดี โดยอ่านหนังสือ บทความ ฟังข้อมูลทางวิทยุ ดูโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต หรืออาจปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วย ซึ่งหากมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ จะช่วยให้รับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
- อธิบายให้ผู้ป่วยฟังถึงสุขภาพที่เปลี่ยนไปของเขา กรณีนี้ ใช้กับผู้ป่วยที่ยังมีอาการไม่มากนัก ซึ่งยังพอเข้าใจคําอธิบายและรับความรู้สึกของผู้อื่นได้
- ควรแก้ไขอารมณ์และพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากที่สุดของผู้ป่วยก่อน เนื่องจากผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมักมีปัญหาหลายอย่างร่วมกัน ดังนั้น การแก้ปัญหาหลายๆอย่างพร้อมๆกันอาจทําได้ยาก ให้จําไว้ว่า การแก้ปัญหาที่สําคัญสุดแม้เพียงปัญหาเดียวจะช่วยทําให้การดูแลผู้ป่วยง่ายขึ้น
- ส่งเสริมให้ผู้ป่วยทํากิจกรรมต่างๆเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และพยายามทําให้ผู้ป่วยรู้สึกมีส่วนร่วมในครอบครัว ในกรณีที่อาการป่วยยังไม่ถึงขั้นรุนแรงมากนัก อาจชวนผู้ป่วยเล่นคิดเลข หรือชวนสวดมนต์ไหว้พระด้วยกัน จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย แต่ผู้ดูแลต้องเลี่ยงการกระตุ้นหรือพยายามฝืนผู้ป่วยจนเกินไป เพราะจะทำให้ท้อแท้เบื่อหน่าย และผู้ป่วยต่อต้านได้
- จัดรูปแบบการดูแลที่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไปมา และกำหนดเวลาในการทํากิจวัตรที่แน่นอน เพื่อลดความสับสนของผู้ป่วย
- พูดให้ช้าลงออกเสียงให้ชัดเจน ไม่ตะโกนหรือพูดเสียงดัง พยายาม ใช้ภาษากายร่วมด้วย เช่นสบตา ยิ้มให้ รวมถึงใช้สิ่งอื่นประกอบการพูด เช่น ภาพถ่ายต่างๆ
- หาสร้อยหรือกําไลข้อมือซึ่งมีข้อความระบุว่า มีปัญหาด้านความจํา หมายเลขโทรศัพท์ของญาติ วิธีนี้ จะช่วยลดความวุ่นวายในการตามหาตัวผู้ป่วย หากเขาออกนอกบ้านโดยไม่มีใครรู้
- ผู้ดูแลต้องทําจิตใจให้สดใส มีอารมณ์สดชื่น สนุกสนาน เนื่องจากผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมก็ต้องการความสนุกสนานเหมือนคนทั่วไป ถ้าผู้ดูแลอารมณ์ดีจะส่งผลดีต่อผู้ป่วย
- ผู้ดูแลต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทําให้เกิดความอ่อนล้า ความเครียด จนความอดทนลดลงและหงุดหงิดง่าย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดูแลในระยะยาว
- ปรับและจัดสภาพสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยเหมาะสมกับผู้สูงอายุที่สมองเสื่อมป้องกันการลื่นล้ม และสับสนทิศทาง ให้แสงสว่างทางเดินและบริเวณที่พักของผู้ป่วยป้องกันการเกิดภาพหลอนหรือเพิ่มความหวาดระแวงในความไม่ปลอดภัย
เพียงเท่านี้ ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลจะมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นแน่นอน
พญ. สิรารัตน์ โมรรัต
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท
ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลพญาไท 2
