โรคสุดฮิตของสาวๆ โดยเฉพาะคนวัยทำงาน อย่าง ‘กระเพาะปัสสาวะอักเสบ’ ที่เมื่อเป็นแล้ว หลายคนมักจะอดทนกับความทรมาน ไปหายากินเอง และมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า! โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้ออื่นๆ ตามมาได้
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คืออะไร?
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection) หรือโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือ โรคที่เกิดจากอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ เกิดการอักเสบจากการติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องด้วยสรีระของผู้หญิงมีท่อปัสสาวะสั้นประมาณ 4-5 เซนติเมตร และบริเวณรอบปากทวารหนักอยู่ใกล้กับปากท่อปัสสาวะจึงทำให้ติดเชื้อและอักเสบได้ง่ายกว่า
ลักษณะอาการโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- มีอาการระคายเคือง เจ็บ และแสบร้อน ปัสสาวะบ่อยแต่รู้สึกว่าปัสสาวะไม่หมด ออกได้ครั้งละน้อย
- ปัสสาวะเป็นเลือด ซึ่งอาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
- มีไข้สูงหรือไข้ต่ำ อ่อนเพลียอ่อนแรง
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- เกิดจากพฤติกรรมที่ผิดปกติ คือการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ส่งผลให้เชื้อโรคมีการเจริญเติบโตมากขึ้น และมีแรงดันในกระเพาะปัสสาวะที่ทำให้เยื่อบุผิวยึดตัว จนเชื้อโรคฝังตัวอยู่ในกระเพาะปัสสาวะจนเกิดการอักเสบได้
- การชำระล้างอวัยวะเพศ (หญิง) ไม่ถูกวิธี หรือไม่ระมัดระวัง คือ ควรล้างหรือใช้กระดาษชำระเช็ดทำความสะอาดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันไมให้เชื้อโรคจากบริเวณทวารหนักเข้าสู่ท่อปัสสาวะ
การวินิจฉัยโรคโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
- การตรวจร่างกาย โดยการคลำกระเพาะปัสสาวะ พบว่ากระเพาะปัสสาวะโตผิดปกติ เนื่องจากมีปัสสาวะค้างอยู่หรือไม่ รวมถึงตำแหน่งที่ปวด
- การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูวามีเม็ดเลือดแดง หรือเม็ดเลือดขาวปะปนออกมาหรือไม่ รวมถึงการดูสี และความเข้มข้นของปัสสาวะ
วิธีรักษาและการป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
แพทย์ทำการรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะยาลดการบีบเกร็ง รวมถึงการปรับพฤติกรรม คือ ไม่กลั้นปัสสาวะ และระมัดระวังการทำความสะอาดหลังเข้าห้องน้ำให้ถูกวิธี
ปัจจุบัน โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบพบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทำงาน ซึ่งอาจเกิดได้หลายปัจจัย เช่น รู้สึกไม่อยากเข้าห้องน้ำตามสถานที่สาธารณะต่างๆ การชำระล้างทำความสะอาดที่ไม่ถูกวิธี หรือการใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน รวมถึงการดื่มน้ำน้อย ดังนั้น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงเป็นโรคที่เรียกว่า โรคที่สัมพันธ์กับพฤติกรรม ซึ่งหากเป็นซ้ำๆ หลายครั้ง ก็มีโอกาสพบเชื้อโรคที่ดื้อยามากขึ้นเรื่อยๆ และอาจจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อที่มีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ยังสามารถพัฒนากลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบได้อีกด้วย
