จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่บ่อยขึ้น ซึ่งไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส Influenza ที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ เมื่อใดที่ภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลงและได้รับเชื้อเข้าไป ก็จะส่งผลให้เราป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ ซึ่งวิธีการป้องจากการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดก็คือ…การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่…จำเป็นต้องฉีดทุกปี!
เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เรื่อยๆ ในการผลิตวัคซีนแต่ละปี…จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ตามเชื้อไวรัสด้วยเช่นกัน!! เพื่อให้ครอบคลุมเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุ และหลังจากฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 สัปดาห์ ร่างกายจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันโรคประมาณ 1 ปี ดังนั้น เพื่อป้องกันอันตรายจากไข้หวัดใหญ่ เราจึงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี!!
ใครบ้างที่ “ควร” ได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ?
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ไตวาย หอบหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด
- หญิงมีครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือน ขึ้นไป
- บุคคลที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป
- เด็กเล็ก อายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
- ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
- ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ติดเชื้อ HIV
โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพอยู่แล้ว ยิ่งสมควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
กลุ่มบุคคลที่ “ไม่ควร” ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
- ทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน
- คนที่มีประวัติแพ้ไก่หรือไข่ไก่อย่างรุนแรง เพราะวัคซีนชนิดนี้ผลิตจากไข่ไก่
- ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีไข้ หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำกำเริบ ควบคุมไม่ได้ ควรเลื่อนการรับวัคซีนไปก่อน
