ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

เข้าใจ “โรคนอนไม่หลับ” อาการหนักแบบไหนควรปรึกษาแพทย์


เข้าใจ “โรคนอนไม่หลับ” อาการหนักแบบไหนควรปรึกษาแพทย์


น้องนอนไม่หลับ หัวใจมันกระสับกระส่าย... หลายคนที่ได้ยินเพลงนี้อาจจะอยากลุกขึ้นมาเต้นขยับร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่ประสบกับภาวะนอนไม่หลับนี้จริงๆ น่าจะไม่สนุกเหมือนในเพลงเป็นแน่  วันนี้หมอจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับโรคนอนไม่หลับฉบับย่อ ใน 5 ข้อกันค่ะ

  1. สาเหตุของการนอนไม่หลับนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
    • ทางจิตใจ ความเครียด หรือ ความวิตกกังวล พบว่าเป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับมากที่สุด

    • ทางกาย เช่น อาการเจ็บปวดทางกาย, วัยหมดประจำเดือน อันมีผลมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนที่ปรับตัวอย่างรวดเร็ว,โรคกรดไหลย้อน(GERD), โรคหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกลั้น (OSA), โรคขากระตุกขณะหลับ (PLMD) และ โรคขาอยู่ไม่สุข (RLS) ซึ่งมักพบได้ในผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ

    • ภาวะอื่นๆ เช่น ร่างกายขับคาเฟอีนออกได้ช้า, ออกกำลังกายหนักมากเกินไป, ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด และ สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการนอนหลับ (แสง เสียง อุณหภูมิ)

  2. โรคนอนไม่หลับมีกี่รูปแบบ ?

    • นอนหลับยากในช่วงเริ่มต้น เมื่อหัวถึงหมอนแล้วใช้เวลานานกว่า 20 นาทีในการหลับ

    • ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อยาก เช่น เริ่มต้นนอนหลับง่ายแต่เมื่อตื่นขึ้นมากลางดึกหรือลุกเข้าห้องน้ำแล้วจะหลับต่อได้ยาก

    • หลับได้ไม่นาน คือ หลับได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ 2-3ชั่วโมง และตื่นเป็นระยะๆ

  3. โรคนอนไม่หลับส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ?

  4. ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน  ภูมิคุ้มกันต่ำลงป่วยง่าย  ระบบย่อยอาหารผิดปกติ  ความจำลดลง  ความดันโลหิตสูง  ซึมเศร้า  อารมณ์แปรปรวนง่าย  ผิวหนังไม่แข็งแรงหย่อนคล้อยแลดูแก่ก่อนวัย  ผื่นผิวหนังอักเสบ  เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ


  5. วิธีแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับด้วยตัวเองเบื้องต้น ?

    • กำจัดความเครียด ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย อันเป็นสาเหตุหลักของภาวะนอนไม่หลับ

    • อาหารมื้อเย็นควรหลีกเลี่ยงชนิดที่ย่อยยากในปริมาณมาก เช่น เนื้อสัตว์ อาหารรสจัด

    • ก่อนเข้านอน 2 ชั่วโมง งดเล่นอุปกรณ์ที่มีแสงสว่าง เช่น ดูทีวี เล่นมือถือ ใช้งานคอมพิวเตอร์

    • เตรียมตัวก่อนเข้านอน 2ชั่วโมง โดยเน้นกิจกรรมที่ผ่อนคลายเช่น อ่านหนังสือหรือนิตยสารเพลินๆ ฟังเพลงบรรเลง สวดมนต์ นั่งสมาธิ นวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ ใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์

    • หากมีอาการหิวก่อนเข้านอน ไม่ควรอด แนะนำให้ดื่มนมอุ่นๆ กล้วยครึ่งลูก หรือ ขนมปังครึ่งแผ่นเพียงเพื่อให้หายหิว

    • จัดสภาพแวดล้อมการนอนให้เหมาะสม ที่นอนและหมอนควรทำความสะอาดอยู่เสมอ ปรับอุณหภูมิที่ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป 25๐C  เสียงเงียบไม่มีสิ่งรบกวนเช่น เสียงแอร์ดัง เสียงนาฬิกาเดิน เสียงสัตว์ร้อง แสงควรมืดสนิทหรือใช้ผ้าคาดปิดตาช่วย

    • หากนอนไม่หลับเกินกว่า 30-60 นาที ควรลุกออกจากเตียงแล้วกลับมาเตรียมตัวก่อนเข้านอนอีกครั้งจนกว่าจะเริ่มง่วงนอนอีกครั้ง

    • ฝึกนิสัยการเข้านอน ตื่นนอน ให้เป็นเวลาทุกวัน และพยายามโดนแสงแดดอ่อนๆในเวลากลางวัน

    • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมอื่นๆบนเตียง เพื่อสร้างความเคยชินให้กับร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อล้มตัวลงบนที่นอน เช่น การรับประทานขนมบนเตียง นอนดูทีวีบนเตียง เล่นมือถือ คอมพิวเตอร์ หรือคุยโทรศัพท์บนเตียง เป็นต้น

    • หากนอนไม่หลับอันเนื่องมาจากการเดินทางเปลี่ยนสถานที่ หรือ ไปต่างประเทศ (Jet Lag) สามารถรับประทานเมลาโทนินเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นได้  

  6. อาการหนักแค่ไหนถึงควรพบแพทย์เพื่อบำบัดรักษา ?

  7. เมื่อนอนไม่หลับมากกว่า 3 วัน/สัปดาห์ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน หรือ ภาวะนอนไม่หลับนี้ส่งผลต่อสุขภาพ กิจวัตรประจำวันและการทำงาน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง

พญ.เมธชนัน เลิศชุณหะเกียรติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย
ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 3

Rate this article : เข้าใจ “โรคนอนไม่หลับ” อาการหนักแบบไหนควรปรึกษาแพทย์

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง