ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

กาวร้อนลอกสิวเสี้ยน...สูตรสวยอันตรายที่ไม่ควรเลียนแบบ


กาวร้อนลอกสิวเสี้ยน...สูตรสวยอันตรายที่ไม่ควรเลียนแบบ


สิวเสี้ยน คือปัญหาผิวกวนใจของใครหลายๆ คน เพราะไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือวัยไหนๆ ก็สามารถเป็นได้..และไม่ว่าจะพยายามดูแลผิวแค่ไหน สิวเสี้ยนก็มักจะวนเวียนกลับมาขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งวิธีการลอกสิวเสี้ยนวิธีหนึ่งที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์  มีคนรีวิวเยอะและหลงเชื่อทำตามเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือการใช้ “กาวร้อนลอกสิวเสี้ยน” วิธีที่เรียกได้ว่าอันตรายกับผิวหน้ามากและไม่ควรทำตามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง พญ.อังคณา สถาวรวงศ์ แพทย์ประจำคลินิกรักษาความงาม โรงพยาบาลพญาไท 2 จะมาเล่าให้ฟังว่า “กาวร้อน” นั้นจะสามารถทำร้ายผิวเราได้อย่างไรบ้าง?

“สิวเสี้ยน” คืออะไรกันนะ?

สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) คือความผิดปกติของรูขุมขนที่ทำให้เกิดสิวที่มีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวดำ แต่ต่างกันตรงที่สิวเสี้ยนนั้นมีขนอ่อนๆ ร่วมกับมีเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วกระจุกอยู่ภายในสิว เมื่อลองสัมผัสดูจะคล้ายมีหนามแหลมยื่นออกมาจากรูขุมขน มักจะเกิดขึ้นที่ใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณปลายจมูก แก้ม และคาง นอกจากนี้ยังอาจพบได้ที่ลำตัวโดยเฉพาะแผ่นหลังบริเวณระหว่างกระดูกสะบัก สิวเสี้ยนนั้นเกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก โดยทั่วไปมักไม่มีอาการ แต่อาจพบอาการคันได้บ้างในผู้ป่วยบางราย

สาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยน

ในทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ากลไกที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนเกิดจากอะไร แต่เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติในการสร้างเซลล์ที่รูขุมขน ทำให้บริเวณที่เป็นสิวเสี้ยนมีเซลล์ที่ตายแล้วและขนเส้นเล็กๆ มาอุดตัดในรูขุมขน โดยอาจจะเจอขนเส้นเล็กได้ตั้งแต่ 5-60 เส้น และพบว่ามีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจกระตุ้นให้เกิดสิวเสี้ยนมากขึ้นดังนี้

  1. การขัดผิว ถูหน้า ล้างหน้าแรงๆ

  2. ฝุ่น น้ำมัน หรือสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดอื่นๆ

  3. ความร้อนและรังสีอัลตราไวโอเลต

  4. ฮอร์โมนเพศไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันออกมามาก เกิดการอุดตันง่ายขึ้น

  5. โรคบางชนิด เช่น ไตวายเรื้อรัง

ก่อนใช้กาวลอกสิวเสี้ยน..รู้จักกาวร้อนดีหรือยัง?

กาวร้อน (Super glue) เป็นกาวสังเคราะห์ในกลุ่มเมทิลไซยาโนอะคริเลต (Methyl cyanoacrylate) หรือเอทิลไซยาโนอะคริเลต (Ethyl cyanoacrylate) มีคุณสมบัติเป็นสารยึดติดที่แห้งเร็ว เหมาะสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมและครัวเรือน ในขณะที่กาวทางการแพทย์หรือกาวติดเนื้อเยื่อเป็นกาวสังเคราะห์จากสารบิวทิลไซยาโนอะคริเลต (Butyl cyanoacrylate) และออกทิลไซยาโนอะคริเลต (Octyl cyanoacrylate) ซึ่งแม้ว่ากาวทั้งสองชนิดจะเป็นสารไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate) เหมือนกัน แต่โครงสร้างทางเคมีและคุณสมบัติจะต่างกัน

โครงสร้างทางเคมีของกาวร้อนจะมีสายโซ่ในโครงสร้างที่สั้นกว่ากาวทางการแพทย์ ทำให้เกิดปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชั่น (Polymerization) เชื่อมสายโครงสร้างยึดวัสดุให้แน่นได้เร็วกว่า แต่มีการคายความร้อนมากกว่าและสลายตัวได้เร็วกว่ากาวทางการแพทย์ นอกจากนี้ ระหว่างการสลายตัวของกาวร้อนจะมีการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) และอัลคิลไซยาโนอะคริเลต (Alkyl cyanoacrylate) ซึ่งระคายเคืองผิวหนังและเยื่อบุต่างๆทั้งตา และระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการหอบหืดได้ จึงไม่ควรนำกาวร้อนมาใช้เพื่อลอกสิวเสี้ยน

3 วิธีกำจัดสิวเสี้ยน..ที่ไม่ทำร้ายผิว

โดยทั่วไปสิวเสี้ยนนั้นยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้บ่อย แต่สามารถทำให้ทุเลาลงได้ด้วยการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมดังนี้

  1. การลอกสิวเสี้ยน วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ เช่น ใช้แผ่นแปะลอกสิวเสี้ยนตามท้องตลาด  หรือจะการใช้ไข่ขาว โดยทาไข่ขาวลงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน รอจนไข่ขาวแห้งแล้วค่อยล้างออก ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะราคาไม่แพง ค่อนข้างปลอดภัยและทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกได้ในระดับหนึ่ง แต่บางรายอาจมีอาการแพ้หรือระคายเคืองได้บ้าง จึงไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

  2. การทายา ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ (Retinoic acid) มีฤทธิ์ช่วยละลายการอุดตันของต่อมไขมัน ลดการเกาะตัวของเซลล์ผิวหนัง จึงช่วยลดการเกิดสิวเสี้ยนและป้องกันการเกิดสิวเสี้ยนใหม่ได้ อย่างไรก็ตามกรดวิตามินเอทำให้มีการระคายเคืองของผิวหนัง ทำให้ผิวลอกและแดงได้ จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง

  3. เลเซอร์ ช่วยลดจุดดำที่สิวเสี้ยนได้ค่อนข้างดี แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เนื่องจากต้องทำหลายครั้ง มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และไม่ค่อยช่วยเรื่องรูขุมขนที่กว้าง

ดูแลผิวอย่างไรให้ห่างไกลสิวเสี้ยน

  1. หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่รบกวนการทำงานของรูขุมขน เช่น การนวด ขัดถู หรือเช็ดหน้าแรงๆ

  2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้า เช่น สบู่ล้างหน้าชนิดอ่อนและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผ่านการทดสอบว่าไม่ทำให้เกิดสิว หรือเครื่องสำอางที่ช่วยควบคุมความมันของผิวเพื่อช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน

  3. ทายาป้องกันสิวเสี้ยนพวกกรดวิตามินเอวันละครั้งก่อนนอน โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น รอบดวงตาหรือผิวที่มีการอักเสบอยู่เดิม รวมทั้งทาครีมกันแดดเป็นประจำ

  4. รับประทานอาหารให้เหมาะสม ลดอาหารมัน เน้นทานผักผลไม้ และดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้ว/วัน

  5. ไม่ควรเอาสิ่งแปลกปลอมหรือสารเคมีที่ไม่ผ่านการรับรองทางการแพทย์มาใช้กับผิว

                                                                                                                                                              


  พญ.อังคณา สถาวรวงศ์
ศูนย์ทางการแพทย์ : คลินิกรักษาความงาม
ศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 2 อาคาร A
โทร. 02-617-2444 ต่อ 4204,4205

Rate this article : กาวร้อนลอกสิวเสี้ยน...สูตรสวยอันตรายที่ไม่ควรเลียนแบบ

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง