วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

Image

แชร์


วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร?

โดยธรรมชาติแล้ว เวลาที่เราหายใจจะมีขนจมูกคอยทำหน้าที่เป็นตัวกรองอากาศเบื้องต้นก่อนเข้าสู่ถุงลมปอด (Alveoli) เพื่อทำการแลกเปลี่ยนและดูดซึมก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ระบบเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย แต่สำหรับการสูดหายใจในอากาศที่มีฝุ่นละออง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กน้อยกว่า 2.5 ไมครอนนี้ ด้วยขนาดของอนุภาคที่เล็กมาก จึงทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ และก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ ตามมา

 

อันตรายจากฝุ่น PM2.5 หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค!

การสูดฝุ่นละอองที่เป็นพิษอาจไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงแบบเฉียบพลันทันทีในคนไข้บางกลุ่ม ในขณะที่คนไข้บางรายก็อาจมีการสะสมของโลหะหนักที่ปะปนอยู่ในฝุ่นขนาดเล็ก ซึ่งการสูดดมหรือสะสมสารพิษในอวัยวะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง  ก็จะก่อให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคทางสมองและโรคมะเร็งได้ ในระยะยาวได้

 

คนกลุ่มใดบ้างที่ต้องระวังฝุ่น PM 2.5 เป็นพิเศษ

สำหรับกลุ่มที่ต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษ คือ กลุ่มคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มคนไข้สูงอายุ เด็ก และสตรีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ซึ่งตามปกติแล้ว ในผู้ป่วยโรคหอบหืดเวลาสูดหายใจในสภาพอากาศธรรมดาที่ไม่ได้มีภาวะปนเปื้อนของฝุ่น PM 2.5 ก็ต้องมีการป้องกันมลพิษต่างๆ อยู่แล้ว ครั้นเมื่อในอากาศมีฝุ่นละออง PM 2.5 จึงเท่ากับว่าต้องเพิ่มการป้องกันให้มากและดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อไหร่ที่เจอสิ่งเร้ามากระตุ้น อาจทำให้มีอาการหอบหืดกำเริบ หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบกำเริบ ส่งผลให้คนไข้มีอาการแสบจมูก คัดจมูก คันจมูก หรือมีปริมาณน้ำมูกมากผิดปกติ

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าในคนทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัว หรือในคนไข้กลุ่มเสี่ยง การหลีกเลี่ยงฝุ่นโดยการทำกิจกรรมอยู่ภายในอาคารก็ถือว่าเป็นข้อควรปฏิบัติที่สำคัญ และหากมีความจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากอนามัย N95 เพื่อป้องกันฝุ่นไม่ให้เกิดเป็นภูมิแพ้ อาการหอบหืดกำเริบ หรือเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบกำเริบ รวมทั้งหากมีอาการผิดปกติเมื่อไหร่ ควรรีบมาพบแพทย์จะดีกว่า

Loading...

แชร์


Loading...