OCT และ FFR นวัตกรรมความแม่นยำในการรักษาหลอดเลือดหัวใจ ตีบ แตก ตัน

Image

แชร์


จากสถิติพบว่าคนไทยป่วยด้วยโรคหัวใจ 432,943 คนต่อปี และสาเหตุของโรคหัวใจที่พบมากที่สุด ก็คือหลอดเลือดหัวใจ!! ซึ่งความน่ากลัวของโรคนี้ไม่ใช่แค่ภาวะเฉียบพลันที่ทำให้เหมือนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่วิธีการรักษาอย่างการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูน ก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยได้ ทำให้ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคใหม่ที่ช่วยให้การทำบอลลูน…ปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น

FFR (Fractional Flow Reserve) ประเมินขั้นแรก…เพื่อลดการทำบอลลูนโดยไม่จำเป็น

ในปัจจุบันได้มีอุปกรณ์ชนิดใหม่ที่เข้ามาช่วยในการทำการรักษาอยู่หลายชนิด เช่น สายวัดแรงดันในหลอดเลือดหัวใจ (Fractional Flow Reserve: FFR) ซึ่งจะช่วยในการพิสูจน์ว่าหลอดเลือดมีการตีบจริงหรือไม่ การตรวจความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบโดยการวัด FFR ถือว่าเป็นการตรวจที่มีความถูกต้อง แม่นยำมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากการฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ (CAG) เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าเส้นเลือดหัวใจที่มีรอยตีบนั้น นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเป็นบริเวณกว้างเท่าใด และกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้นได้เกิดการขาดเลือด (Ischemia) หรือเป็นกล้ามเนื้อหัวใจที่ตายไปแล้ว (Necrosis) ซึ่งการรักษาของภาวะทั้ง 2 แบบนี้แตกต่างกัน การทำ FFR จะสามารถแยกแยะได้ว่าเป็นภาวะใด และควรได้รับการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหรือไม่ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม และลดการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดโดยไม่จำเป็น

แต่หากต้องทำบอลลูนขยายหลอดเลือด ก็ลดความเสี่ยงได้ด้วย…เทคนิค OCT

วิวัฒนาการปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัยอย่างเครื่อง OCT (Optical Coherence Tomography) ซึ่งช่วยให้แพทย์ทราบถึงขนาดที่แท้จริงของหลอดเลือด และความยาวของรอยโรค เพื่อให้สามารถเลือกขนาดและความยาวของขดลวดหัวใจได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังสามารถประเมินตำแหน่งที่เหมาะสมในการวางขดลวดหัวใจ เช่น ไม่วางตรงกับตำแหน่งที่ผนังหลอดเลือดบาง หรือมีรอยโรคอื่นที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา หากวางขดลวดหัวใจบริเวณนั้น สามารถทราบถึงลักษณะของรอยโรคว่าเป็นไขมัน แคลเซียม หรือ Fibrous เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม

นอกจากนี้เครื่อง OCT ยังช่วยการประเมินหลอดเลือด หลังการใส่ขดลวดหัวใจ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น เช่น สามารถประเมินสภาวะของหลอดเลือดบริเวณขอบของขดลวดหัวใจ ว่ามีการฉีกขาดหรือมีลิ่มเลือดมาเกาะหรือไม่ สามารถประเมินการขยาย หรือการแนบกับหลอดเลือดของขดลวดหัวใจว่ามีประสิทธิภาพและขยายได้ตามขนาดที่กำหนดหรือไม่ ดังนั้น การตรวจด้วยเครื่อง OCT จึงทำให้มั่นใจว่าหลอดเลือดได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และปลอดภัยจากโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

โรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่อเกิดขึ้นแล้ว แม้จะสามารถรักษาได้ก็จริง แต่การป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรค น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะทำได้ง่ายกว่าและประหยัดกว่า การสร้างความตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ของโรคหัวใจ และการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหาร ลด ละ เลิก อาหารหวานจัด เค็มจัด และมันจัด ละเว้นการสูบบุหรี่ ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยลงได้

แชร์


Loading...