ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

กลั้นปัสสาวะนานๆ ระวัง! กระเพาะปัสสาวะอักเสบ…ถามหา


กลั้นปัสสาวะนานๆ ระวัง! กระเพาะปัสสาวะอักเสบ…ถามหา


เชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเจอสถานการณ์บีบบังคับที่ทำให้เราต้องกลั้นปัสสาวะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การกลั้นเป็นครั้งคราวก็อาจไม่ส่งผลเสียอะไรมากนัก แต่หากอั้นปัสสาวะจนติดเป็นนิสัย ร่างกายก็จะไม่ได้ขับของเสียอย่างที่ควรจะเป็น การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำจึงอาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นพอกันที! หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ ก่อนกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะมาเยือน

รู้ให้ชัด…โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) จนทำให้เกิดความผิดปกติขึ้น เป็นอาการที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย โดย“ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย” เนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะสั้นและอยู่ใกล้กับช่องคลอดกับทวารหนัก ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะได้ง่าย ต่างจากผู้ชายที่มีท่อปัสสาวะยาวกว่าและอยู่ห่างจากทวารหนักมากกว่า โอกาสที่จะติดเชื้อจึงมีน้อยกว่า

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เกิดจากอะไร?

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

  1. เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

  2. เป็นสาเหตุหลักที่พบมากที่สุด โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียเอสเชอริเชีย โคไล หรือ อีโคไล ซึ่งพบได้มากถึง 75-95% และเชื้อแบคทีเรียเคล็บซิลลา ซึ่งเป็นเชื้อที่มีอยู่มากในลำไส้ และบริเวณรอบๆทวารหนัก เชื้อเหล่านี้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ การเช็ดก้นในลักษณะจากด้านหลังมาทางด้านหน้า การใช้ผ้าอนามัยแบบสอด รวมไปถึงการสวนปัสสาวะ โดยในผู้ชายจะมีโอกาสติดเชื้อได้น้อย เนื่องจากมีท่อปัสสาวะยาวและอยู่ห่างจากทวารหนักมาก

    เชื้อโรคเหล่านี้จึงมักลักลอบเข้าไปอยู่ในกระเพาะปัสสาวะของเราโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าเราถ่ายปัสสาวะทุกครั้งที่ปวดร่างกายก็จะสามารถขับเอาเชื้อโรคนั้นออกมาได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ทำให้เกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ แต่หากกลั้นปัสสาวะนานๆ เชื้อโรคก็จะมีการเจริญเติบโตมากขึ้นร่วมกับมีแรงดันในกระเพาะปัสสาวะที่มากขึ้น ทำให้เยื่อบุผิวยึดตัวจนเชื้อโรคฝังตัวอยู่ในกระเพาะปัสสาวะจนเกิดการอักเสบได้

  3. ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นสาเหตุที่พบได้น้อย แต่ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

    • การใช้ยา ส่วนประกอบในยาบางชนิดอาจมีผลต่อการอักเสบหรือระคายเคืองของกระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะยาเคมีบำบัด เช่น ยาซัยโคลฟอสฟาไมด์ และยาไอฟอสฟามายด์

    • การฉายรังสีบริเวณช่องเชิงกราน ทำให้เนื้อเยื่อภายในกระเพาะปัสสาวะบริเวณที่โดนฉายรังสีเกิดการอักเสบขึ้นได้

    • สิ่งแปลกปลอมภายนอก เช่น การใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการติดเชื้อและทำลายเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบตามมา

    • สารเคมี บางคนอาจมีความไวหรือระคายเคืองต่อสารเคมีในผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์อาบน้ำหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น

    • ปัญหาสุขภาพ  อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว เช่นนิ่ว, ต่อมลูกหมากโต หรือการได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลัง

    • กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากฮันนีมูน (Honeymoon cystitis) มีสาเหตุมาจากการฟกช้ำจากการร่วมเพศ แล้วทำให้มีอาการอักเสบของท่อปัสสาวะ

อาการเตือนที่ควรรู้

  • ปัสสาวะบ่อย กะปริดกระปรอย  ครั้งละน้อยๆ มีอาการคล้ายปัสสาวะไม่สุด

  • รู้สึกปวดบริเวณท้องน้อย ปวดแสบ ขัด ร้อนขณะปัสสาวะ โดยเฉพาะตอนปัสสาวะสุด

  • ปัสสาวะขุ่น บางครั้งมีกลิ่นผิดปกติ หรือ อาจปัสสาวะมีเลือดปน

  • มักไม่มีไข้ (ยกเว้นถ้ามีกรวยไตอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะสีขุ่น และมีปวดเอวร่วมด้วย)

  • ในเด็กอาจมีอาการปัสสาวะรดที่นอน มีไข้ เบื่ออาหาร อาเจียน อ่อนเพลีย

  • ในผู้สูงอายุบางคน จะไม่มีอาการทางปัสสาวะ แต่จะมีอาการอ่อนเพลีย สับสน หรือมีไข้

หากตรวจพบ รีบรักษา

โดยแพทย์จะพิจารณารักษาตามสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรค ดังนี้

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรียสามารักษาได้โดย

  • การรับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น ยาไตรเมโทพริม หรือยาไนโตรฟูแรนโทอิน ซึ่งระยะเวลาในการทานยาจะขึ้นอยู่กับสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และชนิดของแบคทีเรียที่พบในปัสสาวะ

  • การรักษาโดยให้ยาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด, ยาคลายการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ

  • ผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน แพทย์อาจสั่งจ่ายครีมสำหรับใช้ทาช่องคลอด ซึ่งเป็นฮอร์โมนทดแทน  เนื่องจากในวัยหมดประจำเดือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะของร่างกาย ทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในช่องคลอดเสียสมดุล จึงไวต่อการติดเชื้อได้ง่ายและกระจายไปยังกระเพาะปัสสาวะ

  • ดื่มน้ำมากๆ วางกระเป๋าน้ำร้อนระหว่างช่วงท้องและเหนือขาหนีบ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่มีอาการ

  • หากมีการติดเชื้อซ้ำ อาจต้องเข้ารับการตรวจระบบทางเดินปัสสาวะเพิ่มเติม และใช้ยาปฏิชีวนะนานขึ้นกว่าเดิม

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากสาเหตุอื่น

  • ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้เกิดโรค เช่น หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่สร้างความระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ

  • รักษาแบบบรรเทาอาการของผู้ป่วย เช่น สวนล้างกระเพาะปัสสาวะ สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสง

อย่าปล่อยไว้อันตรายกว่าที่คิด

หากกระเพาะปัสสาวะอักเสบแล้วไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เชื้ออาจแพร่กระจายไปจนถึงกรวยไต ทำให้กรวยไตอักเสบ และอาจจะสร้างความเสียหายกับไตอย่างถาวรได้ อาจส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหลัง ปวดเอว ไข้สูง หนาวสั่น ยิ่งหากมีการอักเสบติดเชื้อรุนแรง อาจลุกลามเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับผู้ชายเชื้อก็อาจลุกลามเข้าไปทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ หรืออัณฑะอักเสบขึ้นได้อีกด้วย

 



นพ.ธนัท เธียรสุคนธ์
ศัลยแพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ
ศูนย์ระบบทางเดินปัสสาวะและโรคนิ่ว
โรงพยาบาลพญาไท 3
นัดหมายแพทย์

Rate this article : กลั้นปัสสาวะนานๆ ระวัง! กระเพาะปัสสาวะอักเสบ…ถามหา

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง