ค้นหา...บทความทางการแพทย์

ศูนย์การแพทย์

หงุดหงิดง่าย อารมณ์ทางเพศลดลง อาจเพราะ...ภาวะพร่องฮอร์โมนชาย


หงุดหงิดง่าย อารมณ์ทางเพศลดลง อาจเพราะ...ภาวะพร่องฮอร์โมนชาย


โดยส่วนใหญ่ภาวะพร่องฮอร์โมนชายจะเริ่มในคุณผู้ชายตั้งแต่อายุ 50 ปี แต่หนุ่มๆ บางคนที่ไม่ดูแลตัวเองใช้ชีวิตหนัก ขาดการพักผ่อน อาจมีปัญหาได้ตั้งแต่อายุ 40-45 ปี เมื่อมีภาวะพร่องฮอร์โมนชาย หรือ Low-T มากขึ้น จนคุณน้องชายไม่สามารถแสดงพลังได้เต็มที่ เมื่อนั้นคุณหนุ่มๆ จึงเริ่มสรรหาวิธีต่างๆ หรือยอมมาพบคุณหมอเพื่อกู้น้องชายให้กลับมาแสดงพลังอีกครั้ง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคุณหนุ่มๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงตอนนั้นก็ได้

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจกำลังเข้าสู่ภาวะพร่องฮอร์โมนชาย หรือ Low-T (Low testosterone)

เชื่อหรือไม่ว่ามีอาการต่างๆ ที่ฟ้องว่าคุณหนุ่มๆ เริ่มมีภาวะพร่องฮอร์โมนชาย หรือ Low-T แต่มักคิดว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับฮอร์โมนชาย...เป็นเพียงอาการที่บอกถึงวัยที่เริ่มร่วงโรย และยังรู้สึกชินกับอาการดังกล่าวจนทำให้ไม่เดือดร้อนและคิดว่าตัวเองควรไปพบแพทย์ ซึ่งอาการเตือนถึงภาวะนี้ได้แก่ อารมณ์หงุดหงิดง่าย เหนื่อยเร็ว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ร้อนวูบวาบ หลงลืม สมาธิหรือความจำสั้น หนังตาจะปิด โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร หนวดเคราขึ้นช้าลง อารมณ์ทางเพศเริ่มลดลงไปจนขาดความสนใจในกิจกรรมทางเพศ และการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง

รู้ได้อย่างไรว่าคุณเริ่มมีภาวะพร่องฮอร์โมนชาย (Low-T)

หากคุณหนุ่มๆ สงสัยว่าตัวเองมีอาการดังกล่าว สามารถเริ่มจากการทำแบบทดสอบแล้วขอรับการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ได้ที่นี่ คลิก

การตรวจภาวะพร่องฮอร์โมนชายเพิ่มเติม

หากทำแบบทดสอบแล้วสงสัยว่าจะมีภาวะพร่องฮอร์โมนชาย หรือ Low-T แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอ เพื่อตรวจวัดระดับของฮอร์โมนชาย นั่นคือฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) โดยเคล็ดลับมีอยู่ว่าเจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะมีระดับสูงสุดในช่วงเช้าคือประมาณ 7-11 นาฬิกา การเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนจึงควรเป็นช่วงเช้า ซึ่งถ้าคุณหนุ่มๆ คนไหนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอยู่แล้ว แนะนำให้ตรวจวัดระดับฮอร์โมนชายหรือฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน (Testosterone) ร่วมด้วย

เมื่อมีภาวะพร่องฮอร์โมนชาย..แบบนี้จะมีวิธีเพิ่มฮอร์โมนได้ยังไงบ้าง

สำหรับหนุ่มๆ ที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนชายได้ไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดอาการต่างๆ จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มฮอร์โมนชายจากภายนอก เพื่อให้ร่างกายมีปริมาณฮอร์โมนชายเพียงพอต่อการใช้ชีวิต ซึ่งไม่เพียงเป็นการทดแทนระดับฮอร์โมนชายเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนอื่นๆ ที่อาศัยการสังเคราะห์จากฮอร์โมนชายอีกด้วย เช่น ฮอร์โมนที่ช่วยคงสภาพกระดูก กล้ามเนื้ออารมณ์ ความต้องการทางเพศ และสมรรถภาพทางเพศ

โดยฮอร์โมนชายที่ใช้ในประเทศไทย ปัจจุบันมีอยู่ 3 ชนิดคือ ชนิดรับประทาน ชนิดฉีด และชนิดเจลทาผิวหนัง ซึ่ง 2 ชนิดแรกมีข้อจำกัดในการใช้คือ ชนิดรับประทานต้องรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมัน และในชนิดฉีดจะทำให้รู้สึกเจ็บในจุดที่ฉีด

ดังนั้น ในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาในฮอร์โมนเพศชายเป็นชนิดเจลทาผิวหนัง ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับฮอร์โมนชายที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้สะดวกและปลอดภัยเมื่อเทียบกับฮอร์โมนชนิดอื่น ซึ่งคุณหนุ่มๆ สามารถเลือกการเพิ่มฮอร์โมนชายให้เหมาะกับตัวเองได้ แต่แนะนำให้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

หลังเพิ่มระดับฮอร์โมนชาย...นี่คือผลที่เกิดขึ้น

  • อารมณ์ดีขึ้น

  • ความแข็งแรงกล้ามเนื้อดีขึ้น ไขมันที่พุงลดลง

  • ความต้องการทางเพศและความแข็งตัวของน้องชายดีขึ้น

  • ระบบประสาททำงานตามปกติ ไม่หลงลืม

  • มวลกระดูกเพิ่มขึ้น

  • การควบคุมระดับน้ำตาลดีขึ้น

ไขข้อข้องใจ! อยากให้น้องชายคึกคัก แค่ “ทานยา” อย่างเดียวได้หรือไม่?

การใช้ยาที่ช่วยทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว (PDE5 Inhibitor) อาจจะรวดเร็วทันใจ แต่อาจจะไม่ได้ผล..ถ้าตรวจพบว่ามีภาวะพร่องฮอร์โมน ดังนั้น การใช้ยาดังกล่าวร่วมกับการเพิ่มฮอร์โมนจะช่วยทั้งเรื่องอารมณ์ทางเพศ และการแข็งตัวได้ดียิ่งขึ้น *ทั้งนี้ควรได้รับการตรวจจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้อง

 



นพ.ดนัย แก้วจงประสิทธิ์
คลินิกสุขภาพชาย (MEN HEALTH) โรงพยาบาลพญาไท 2
โทร.02-617-2444 ต่อ 4125, 4185
นัดหมายแพทย์

ศูนย์ระบบทางเดินปัสสาวะ

Rate this article : หงุดหงิดง่าย อารมณ์ทางเพศลดลง อาจเพราะ...ภาวะพร่องฮอร์โมนชาย

Posted by : Phyathai Hospital

    Review :

แพทย์

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของคุณ

บทความที่เกี่ยวข้อง